บล.กรุงศรี คาดตลาดหุ้นไทย (SET) ผันผวนในกรอบ 1,670 – 1,690 จุด ตลาดขาดปัจจัยใหม่ กังวลเฟด รัสเซีย-ยูเครน ขณะที่ฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่พลิกเป็น Net sell ทั้งหุ้นและ TFEX กดดันต่อภาวะการลงทุน แนะเลือกหุ้นปัจจัยบวกเฉพาะตัว ERW, HMPRO
วันที่ 8 เมษายน 2565 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี หรือ บล.กรุงศรี คาดดัชนีหุ้นไทย (SET) ผันผวนในกรอบ 1,670 – 1,690 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ นอกจากนี้ความกังวลเฟดเตรียมลดขนาดงบดุลและเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ , การเจรจายุติสงครามยูเครน-รัสเซียยังไม่มีความคืบหน้า รวมถึง เม็ดเงิน (Fund flow) ต่างชาติที่พลิกเป็น Net sell ทั้งหุ้นและ TFEX จะกดดันต่อภาวะการลงทุน จึงแนะนำเลือกหุ้นเฉพาะตัว (Selective buy) ที่มีปัจจัยบวก
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์เจมส์ บูลลาร์ด เดินหน้าเรียกร้องให้เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยให้มากกว่านี้เพราะหากขึ้นดอกเบี้ยช้าเกินไปจะทำให้ควบคุมเงินเฟ้อไม่ทัน (behind the curve) ดังนั้นปีนี้เฟดควรปรับขึ้นดอกเบี้ยขึ้นสู่ระดับ 3.5% ไม่ใช่ 2.5%-2.75% ตามที่ส่งสัญญาณ
ด้านกรมควบคุมโรค เตรียมเสนอให้ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ชุดใหญ่คลายล็อกมาตรการเดินทางเข้าประเทศเพิ่มเติมโดยจะเสนอให้ทำการตรวจรับนักท่องเที่ยวด้วยชุดตรวจ ATK แทนการตรวจ RT-PCR เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและท่องเที่ยวคาดเริ่ม 1 พ.ค. เป็นต้นไป เป็นบวกกับกลุ่มท่องเที่ยวและกลุ่มที่เกี่ยวข้อง Top pick คือ CENTEL ERW
ขณะที่สัปดาห์sน้าติดตามสหรัฐรายงานอัตราเงินเฟ้อในวันอังคารที่ 12 เม.ย. เบื้องต้น Consensus คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะพุ่งแตะระดับ 8.3% จาก 7.9% ในเดือน ก.พ.สูงสุดในรอบ 40 ปี เช่นเดียวกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.6% จาก 6.4% ในเดือน ก.พ. (เงินเฟ้อยิ่งพุ่งสูงยิ่งกดดันให้เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย)
บล.กรุงศรี แนะหุ้นเด่นวันนี้ ได้แก่
– ERW : บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 3.30 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 3.60 บาทต่อหุ้น ได้ประโยชน์โดยตรงหากวันนี้ ศบค. ชุดใหญ่มีมติให้ตรวจ ATK แทน RT-PCR ช่วยอำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายให้กับนักท่องเที่ยวคาดเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เป็นบวกกับ ERW เพราะมีสัดส่วนรายได้จากท่องเที่ยวในประเทศเกือบ 100%
– HMPRO : บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 16.10 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 18.5 บาทต่อหุ้น คาดแนวโน้มรายได้และกำไรไตรมาส 1/65 ดีต่อเนื่องจากไตรมาส 4/64 จากการคลายมาตรการล็อกดาวน์ รัฐกระตุ้นกำลังซื้อผ่านมาตรการช้อปดีมีคืน และเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (HMPRO มีสัดส่วนรายได้จากเมืองหลักและท่องเที่ยว 70%ของรายได้รวม)