เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กบน. หั่นราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลลดลง 2.56 บาท เบนซินทุกชนิดลด 2.51 บาท
Economic กบน. หั่นราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลลดลง 2.56 บาท เบนซินทุกชนิดลด 2.51 บาท
ไอ.ซี.ซี. เดินหน้า “ICC Green Legacy” จับมือทัพเรือภาคที่ 1 ลุยบิ๊กคลีนนิ่งขยะชายหาดหัวหิน
SD ไอ.ซี.ซี. เดินหน้า “ICC Green Legacy” จับมือทัพเรือภาคที่ 1 ลุยบิ๊กคลีนนิ่งขยะชายหาดหัวหิน
ก.ล.ต.ยันตรวจยิบ “สุภาพร พิมพงษ์”แจ้งซื้อขายหุ้นถึง 6 บริษัท ลั่นเชือดแน่หากรายงานเท็จ
Finance ก.ล.ต.ยันตรวจยิบ “สุภาพร พิมพงษ์”แจ้งซื้อขายหุ้นถึง 6 บริษัท ลั่นเชือดแน่หากรายงานเท็จ
การเคหะ ช่วยคนไทยมีบ้าน เปิดโปรลดราคาสูงสุด 20% ผ่อนปีแรกดอกเบี้ย 0%
Real Estate การเคหะ ช่วยคนไทยมีบ้าน เปิดโปรลดราคาสูงสุด 20% ผ่อนปีแรกดอกเบี้ย 0%
กมธ.งบฯ 70 บี้สำนักนายกฯ ตั้งคำถาม “ป.ย.ป.” ซ้ำซ้อน ยื่นข้อเสนอยุบเลิก
Politics กมธ.งบฯ 70 บี้สำนักนายกฯ ตั้งคำถาม “ป.ย.ป.” ซ้ำซ้อน ยื่นข้อเสนอยุบเลิก
คลังเตรียมออกบอนด์ “ออมพลัส” ล็อตแรก 4 พันล้าน ปลาย ก.ค. ผ่านเป๋าตัง-Bond Connect
Politics คลังเตรียมออกบอนด์ “ออมพลัส” ล็อตแรก 4 พันล้าน ปลาย ก.ค. ผ่านเป๋าตัง-Bond Connect
การบินไทย ปรับลดราคาตั๋วทั่วโลก 20-30% หลังราคาน้ำมันโลกทรงตัวระดับ 100 กว่าเหรียญ
Business การบินไทย ปรับลดราคาตั๋วทั่วโลก 20-30% หลังราคาน้ำมันโลกทรงตัวระดับ 100 กว่าเหรียญ
อสมท เปิดเช่าที่ดิน 50 ไร่ พระราม 9 มูลค่า 9 พันล้าน ขายซองประมูล 10 ก.ค.นี้
Real Estate อสมท เปิดเช่าที่ดิน 50 ไร่ พระราม 9 มูลค่า 9 พันล้าน ขายซองประมูล 10 ก.ค.นี้
‘สกุชชี่’ ไอเท็มฮีลใจสุดฮิต ติดท็อปเทรนด์ Lazada 6.6 ทำยอดค้นหาทะลุ 3 หมื่นครั้ง
Business ‘สกุชชี่’ ไอเท็มฮีลใจสุดฮิต ติดท็อปเทรนด์ Lazada 6.6 ทำยอดค้นหาทะลุ 3 หมื่นครั้ง
สภาผู้บริโภคเตือน SMS แนบลิงก์ มิจฉาชีพ 100% หลังพบระบาดอ้างค้างจ่าย M-Flow-Lazada
News สภาผู้บริโภคเตือน SMS แนบลิงก์ มิจฉาชีพ 100% หลังพบระบาดอ้างค้างจ่าย M-Flow-Lazada
ดูทั้งหมด

เครื่องบินเศรษฐกิจ

05 ก.ค. 2565 | 18:02น.
เครื่องบินเศรษฐกิจ
คอลัมน์ : เช้านี้ที่ซอยอารีย์
ผู้เขียน : พงศ์นคร โภชากรณ์ ([email protected])

ในตำราเศรษฐศาสตร์มหภาค 101 ทุกคนต้องได้เรียนเรื่องผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ gross domestic product หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า GDP ภาษาง่าย ๆ หมายถึงมูลค่าของสินค้าและบริการที่ผลิตได้ใน 1 ปี เช่น ถ้าปีที่แล้วผลิตได้ 100 บาท ปีนี้ผลิตได้ 105 บาท แปลว่า GDP เพิ่มขึ้น 5%

ในทางกลับกัน ถ้าปีนี้ผลิตได้เพียง 95 บาท แปลว่า GDP ลดลง 5% ดังนั้น นักวิเคราะห์เศรษฐกิจทั้งหลายจึงเฝ้าตาม GDP ว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงกี่มากน้อย ถ้าเพิ่มขึ้นสะท้อนว่าเศรษฐกิจดีขึ้น ถ้าลดลงสะท้อนว่าเศรษฐกิจแย่ลง

วันนี้ผมจะอธิบายเรื่อง GDP ด้วยรูปเครื่องบินลำนี้ครับ เครื่องบินที่เราคุ้นเคยจะมี 4 เครื่องยนต์ เช่นเดียวกับองค์ประกอบของ GDP ก็มี 4 เครื่องยนต์เช่นกัน

ผมดัดแปลงเครื่องยนต์ที่ 2 และ 3 นิดหน่อยเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นเป็น 1) เครื่องยนต์การบริโภคภาคเอกชน 2) เครื่องยนต์การลงทุนภาคเอกชน 3) เครื่องยนต์การใช้จ่ายภาครัฐ โดยการเอาการลงทุนภาครัฐย้ายมาอยู่ในเครื่องยนต์นี้แทน และ 4) เครื่องยนต์การส่งออกสินค้าและบริการสุทธิ

ทั้ง 4 เครื่องยนต์มีแรงขับเคลื่อนเครื่องบินไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องยนต์ (สัดส่วนต่อ GDP) และอัตราเร่ง (อัตราการขยายตัว) เครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่มากสุด คือ การส่งออกสินค้าและบริการสัดส่วน 67% รองลงมาคือ การบริโภคภาคเอกชนสัดส่วน 54% ถัดมาเป็นการใช้จ่ายภาครัฐสัดส่วน 23% และการลงทุนภาคเอกชนสัดส่วน 18% (ดูภาพประกอบ)

เอ้า ! แล้วการนำเข้าสินค้าและบริการหายไปไหน ในทางเศรษฐศาสตร์การนำเข้าสินค้าและบริการมองได้ 2 มุม คือ 1) เป็นตัวหักออกจาก GDP เพราะถ้านำเข้าเยอะแปลว่ารายได้ของประเทศรั่วออกไปนอกประเทศ ต่อให้ขายของได้มาก แต่ต้นทุนสูงก็เสี่ยงจะขาดทุนได้ และ 2) เป็นตัวบอกว่าเรานำเข้าสินค้าเข้ามาพัฒนาประเทศมากน้อยเพียงใด มุมนี้บางครั้งจะนับการนำเข้าสินค้าเป็นอุปทานอีกตัวหนึ่ง เช่น เครื่องจักร เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ วัตถุดิบ เป็นต้น ที่นำเข้ามาก็เพื่อผลิตแล้วส่งออก หรือไม่ก็ใช้ภายในประเทศ

จากสถานการณ์ในปี 2563 เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก การส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจทรุดตัวตามเศรษฐกิจโลก แต่ได้เครื่องยนต์การบริโภคภาคเอกชนมาช่วยประคับประคองไม่ให้ทรุดตัวลงมากนัก

ส่วนในปี 2564 เศรษฐกิจโลกเริ่มตั้งตัวได้ การส่งออกสินค้าเริ่มกลับมาขยายตัวต่อเนื่อง ควบคู่กับเริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาให้เห็นมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงท้ายปีที่เรามีการเปิดรับนักท่องเที่ยวชัดเจนมากขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม การนำเศรษฐกิจไทยไปผูกติดกับเศรษฐกิจโลกมากขึ้น อาจเป็นความไม่แน่นอนระดับหนึ่ง ถ้าเศรษฐกิจโลกดีก็แล้วไป แต่ถ้าเศรษฐกิจโลกแย่เศรษฐกิจไทยจะแย่ตามไปด้วย ประกอบกับปัจจุบันที่โลกเผชิญความเสี่ยงจากสงคราม พลังงานแพงทั่วโลก ค่าเงินผันผวน เศรษฐกิจไทยยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งสะท้อนออกมาทางอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งทะลุกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อไปแล้ว ยิ่งดัชนีราคาผู้ผลิตที่สะท้อนต้นทุนก็ยิ่งเร่งตัวขึ้นไปไกลแล้ว

ดังนั้น การพึ่งพาและการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศจึงมีความสำคัญมากขึ้น พูดง่าย ๆ คือ เราควรเน้นที่เครื่องยนต์ภายในประเทศมากขึ้น ได้แก่ เครื่องยนต์ C คือการบริโภคของคนไทย 67 ล้านคน ซึ่งตัวนี้ไม่ได้หมายถึงการกินการใช้อย่างเดียว แต่รวมถึงการท่องเที่ยวและการเดินทางภายในประเทศด้วย

เครื่องยนต์ I คือการลงทุนของภาคเอกชนในพื้นที่ต่าง ๆ กระจายออกไปให้ทั่วทุกภูมิภาค อย่าหวังพึ่งแต่ กทม.และปริมณฑล EEC ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ โคราช และ เครื่องยนต์ G คือการใช้จ่ายภาครัฐที่ต้องเร่งเบิกจ่ายอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งทั้ง 3 เครื่องยนต์นี้มีขนาดรวมกันถึง 95% ของ GDP ใหญ่กว่าการส่งออกสินค้าและบริการอย่างมาก

ทำให้เป็นหลักประกันทางเศรษฐกิจได้ว่า หากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด เรายังมีเครื่องยนต์ 3 ตัว ที่ทำหน้าที่แทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิได้ผูกพันเป็นความเห็นขององค์กรที่สังกัด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) เศรษฐกิจไทย