ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังสหภาพยุโรปผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย
วันที่ 25 กรกฎาคม 2565 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จากการที่สหภาพยุโรปประกาศผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย หลังรัสเซียขู่ว่าจะไม่จัดหาน้ำมันดิบให้กับประเทศที่จำกัดเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย และจะเปลี่ยนเส้นทางไปยังประเทศที่พร้อมจะร่วมมือกับรัสเซียแทน
ส่งผลให้บริษัท Rosneft และ Gazprom ของรัสเซียสามารถจัดส่งน้ำมันไปยังประเทศที่สามได้ภายใต้การปรับมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปที่ตกลงกันโดยประเทศสมาชิกในสัปดาห์นี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานทั่วโลก
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 22 ก.ค.อยู่ที่ 94.70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.65 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 103.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.66 เหรียญสหรัฐ
ราคายังได้รับแรงกดดัน จากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่บ่งชี้ถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 47.5 ในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 26 เดือน จากระดับ 52.3 ในเดือน มิ.ย. ในขณะที่ค่าดัชนี PMI ของยุโรป ก็ปรับลดลงเช่นเดียวกัน มาอยู่ที่ระดับ 49.4 ในเดือน ก.ค. จากระดับ 52.0 ในเดือน มิ.ย. ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ว่าจะลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 51.0 เป็นการบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของทั้งสหรัฐและยุโรปหดตัวลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่ออุปสงค์และราคาน้ำมันดิบ
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานกำลังการผลิตของโรงกลั่นในสหรัฐปรับตัวลดลง 321,000 บาร์เรลต่อวัน โดยลดลง 1.2% ทำให้กำลังการผลิตโดยรวมของโรงกลั่นในสหรัฐอยู่ที่ระดับ 93.7%
ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปสงค์น้ำมันเบนซินในภูมิภาคที่ปรับลดลงโดยเฉพาะที่อินโดนีเซีย อีกทั้งการส่งออกน้ำมันเบนซินจากเกาหลีใต้ที่เพิ่มสูงขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซล
ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากน้ำมันดีเซลคงคลังสิงคโปร์ ปรับเพิ่มขึ้น 5.92% แตะระดับ 8.07 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้การนำเข้าน้ำมันดีเซลของเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
