ประกาศแล้ว! ข้อกำหนด-มาตรการใหม่ คุมโควิดทั่วประเทศ มีผล 1 พ.ค.นี้

ราชกิจจา

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนด-มาตรการควบคุมพื้นที่ทั่วประเทศใหม่ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 6 จังหวัดหนักสุด มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 พ.ค. นี้เป็นต้นไป เผยกรณีพบคนไม่สวมใส่หน้ากาก เจ้าหน้าที่สามารถกล่าวตักเตือนได้ ก่อนที่จะใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไชต์ราชกิจจานุเษกษาได้ เผยแพร่ ข้อกำหนดออกตาความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 22)

ประกาศฉบับดังกล่าวมีสาระสำคัญตามที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ศบค.แถลงในวันนี้ โดยยกระดับมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใหม่ หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่กทม.และปริมณฑล

โดยกำหนดพื้นที่ควบคุมใหม่ เพื่อปรับระดับการกำหนดพื้นที่และ มาตรการการบังคับใช้ คือ 1.พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 6 จังหวัด (สีแดงเข้ม) ได้แก่พื้นที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) ชลบุรี นนทบุรี เชียงใหม่ สมุทรปราการ ปทุมธานี 2.พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) 45 จังหวัด และ 3.พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 26 จังหวัด

สำหรับมาตรการหลักๆในแต่ละพื้นที่ที่ปรับสีใหม่ จะค่อนข้างคล้ายๆกัน ยกเว้นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม ใน 6 จังหวัด มาตรการจะเข้มกว่าพื้นที่สีอื่น โดยมาตรการบังคับใช้ มีดังนี้

1.ให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกเคหสถาน หรืออยู่ในพื้นที่สาธารณะ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พบผู้ไม่กระทำตามมาตรการดังกล่าว พนักงานเจ้าหน้าที่จะว่ากล่าวตักเตือนและสั่งให้บุคคลนั้นดำเนินการให้ถูกต้อง ก่อนที่จะดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ก็ได้

2.ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่นได้เท่านั้น โดยงดการบริโภคอาหาร เครื่องดื่ม สุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน และเปิดให้บริการได้จนถึงเวลา 21.00 น.

3.สนามกีฬา สถานที่เพื่อการออกกำลังกาย ยิม ฟิตเนส ให้ปิดให้บริการ ยกเว้น สถานที่ใช้เป็นเอกเทศตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ส่วนสนามกีฬา หรือสถานที่ เพื่อการออกกำลังกาย ประเภทกลางแจ้งหรือที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง สามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. และสามารถจัดการแข่งขันกีฬาได้โดยไม่มีผู้ชมในสนาม

สำหรับการแข่งขันกีฬาที่เคยได้รับอนุญาตจากนายกรัฐมนตรี ให้จัดการแข่งขันได้ เมื่อได้มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนดแล้ว ให้สามารถจัดการแข่งขันได้ต่อไป

4.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้นๆ จนถึงเวลา 21.00 น. โดยให้จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการและงดเว้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ยกเว้นส่วนที่เป็น ตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม และสวนสนุก ที่งดการให้บริการ

5.ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เกต ตลาดนัดกลางคืน ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้นๆ เปิดบริการ เวลา 04.00-23.00 น.

สำหรับ ร้านหรือสถานที่ซึ่งตามปกติเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ให้เริ่มเปิดดำเนินการได้ใน เวลา 04.00 น.

ทั้งนี้ งดการเดินทางออกนอกพื้นที่ ให้ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด งดการเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อลดการเดินทางที่อาจเสี่ยงต่อการติดโรค

และในทุกพื้นที่และทุกจังหวัด ยังคงงดจัดกิจกรรมงานเลี้ยงสังสรรค์ หรือรวมกลุ่มเกินกว่า 20 คน ยกเว้นงานที่จัดพิธีตามประเพณี เช่น งานศพ  โดยมีมาตรการป้องกัน และให้จังหวัดกำหนดพื้นที่ย่อยให้เข้มกว่า ศบค.กำหนดได้ ตามสถานการณ์ของจังหวัด

นอกจากนี้ ให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการเอกชนพิจารณาทำงานที่บ้านตามมาตรการขั้นสูงสุดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน เพื่อลดการรวมกลุ่มของบุคคล ซึ่งอาจสั่งการให้ปฏิบัติงานนอกที่ตั้ง สลับเวลาการทำงาน หรือวิธีอื่นใดที่เหมาะสมไก้

ทั้งนี้ข้อกำหนดทั้งหมดนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 นี้ เป็นต้นไป


คลิกอ่านประกาศฉบับเต็มที่นี่!!

 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ