ร้านอาหารพื้นที่ “สีแดงเข้ม” ควรทำ-ไม่ควรทำอะไรบ้าง เช็กเลย!

ร้านอาหาร
Mladen ANTONOV / AFP

กรมอนามัย เน้นย้ำมาตรการนั่งกินในร้านอาหาร พื้นที่สีแดงเข้ม งดการเผชิญหน้า ลดพูดคุยเสียงดัง เปิดหน้ากากได้เฉพาะเวลานั่งกิน ร้านบุฟเฟต์งดตักเองให้พนักงานเสิร์ฟ

วันที่ 18 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังที่ประชุมของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีมติเห็นชอบออกมาตรการผ่อนคลายช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะในส่วนของการนั่งรับประทานในร้านอาหาร โดยกำหนดมาตรการตามพื้นที่ควบคุม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ได้เน้นย้ำมาตรการผ่อนคลายนั่งร้านอาหารในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) และขอให้ทุกร้านปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ดังนี้

  • นั่งกินภายในร้านไม่เกิน 2 ชั่วโมง
  • จัดแยกอุปกรณ์ เช่น จาน ชาม ช้อน เครื่องปรุงรส เป็นเฉพาะบุคคล
  • ร้านอาหารประเภทบุฟเฟต์งดให้ลูกค้าเดินตักอาหารเอง แต่ให้มีพนักงานบริการแทน
  • จัดระบบจองคิว เมื่อสั่งกลับบ้าน
  • จัดระบบการชำระเงินออนไลน์
  • กำหนดให้ผู้ใช้บริการเปิดหน้ากากได้เฉพาะเวลานั่งกินข้าว
  • ลดการพูดคุยเสียงดัง
  • งดการนั่งเผชิญหน้ากัน
  • ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน
  • กำหนดจุดคัดกรองผู้ใช้บริการ
  • จัดจุดล้างมือพร้อมสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
  • ทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสและห้องน้ำบ่อย ๆ
  • กำจัดมูลฝอยทุกวัน
  • หากพบพนักงานหรือผู้รับบริการติดเชื้อโควิด-19 ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคในพื้นที่ทันทีและหยุดประกอบกิจการชั่วคราวเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค

สำหรับการกำกับ ติดตาม และประเมินมาตรการร้านอาหารนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็น แกนหลักในการควบคุมกำกับให้ร้านอาหารดำเนินการตามมาตรการอย่างเคร่งครัด หากตรวจพบว่าสถานประกอบกิจการมีการติดเชื้อโควิด-19 สามารถสั่งหยุดเพื่อทำความสะอาด 1-3 วันได้

นอกจากนี้ ให้สถานประกอบกิจการประเมินตนเองผ่าน Thai stop COVID Plus ของกรมอนามัย ส่วนผู้ประกอบการและพนักงานประเมินตนเองก่อนออกจากบ้านเพื่อมาปฏิบัติงานผ่านเว็บไซต์ “ไทยเซฟไทย” โดยจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มให้มีการประเมินใหม่ พร้อมแสดงใบประกาศให้เห็นชัดเจน เพื่อให้ผู้รับบริการประเมินผ่าน QR code

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม)

ประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ


  • นั่งในร้านได้ไม่เกิน 25% (โต๊ะขนาดพื้นที่นั่ง 4 คน อนุญาตให้เหลือนั่ง 1 คนเท่านั้น)
  • นั่งในร้านได้ไม่เกินเวลา 21.00 น.
  • ซื้อกลับบ้านไม่เกิน 23.00 น.

พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง)

ประกอบด้วย 17 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ยะลา ระนอง ระยอง ราชบุรี สมุทรสาคร สงขลา และสุราษฎร์ธานี

  • นั่งในร้านได้ไม่เกินเวลา 23.00 น.

พื้นที่ควบคุม (สีส้ม)

ประกอบด้วย 56 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ชัยภูมิ ชัยนาท ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด นครนายก นครพนม นครราชสีมา นครสวรรค์ น่าน หนองคาย บึงกาฬ บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี ปัตตานี พังงา พัทลุง พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ ภูเก็ต มหาสารคาม มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ลพบุรี ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สระแก้ว สระบุรี สมุทรสงคราม สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี สุรินทร์ หนองบัวลำภู อ่างทอง อุดรธานี อุตรดิตถ์ อุทัยธานี อุบลราชธานี และ อำนาจเจริญ

  • นั่งในร้านได้ตามปกติ (ตามมาตรการที่กำหนด)

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ