สรุปอุบัติเหตุบนทางหลวง ถนนทางตรงเสี่ยงสูงสุด 63% “ขับเร็ว-หลับใน” มากสุด

3 ม.ค. รถไหลเข้ากรุง 6 แสนคัน ตำรวจทางหลวงเปิดช่องทางพิเศษ

กรมทางหลวง สรุปอุบัติเหตุบนทางหลวงเดือนมิถุนายน 2565 พบอุบัติเหตุลดลง 23% สาเหตุหลักขับเร็วเกินกฎหมายกำหนด

วันที่ 27 กรกฎาคม 2565 กรมทางหลวง โดยสำนักอำนวยความปลอดภัย ได้สรุปรายงานข้อมูลอุบัติเหตุบนทางหลวงทั่วประเทศประจำเดือนมิถุนายน 2565 จากการรายงานอุบัติเหตุทางระบบ HAIMS พบว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนทางหลวงในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง จำนวน 947 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 135 คน ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 663 คน จำนวนรถที่เกิดอุบัติเหตุ 1,397 คัน เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของกรมทางหลวงเสียหายประมาณ 12 ล้านบาท

เมื่อเปรียบเทียบสถิติอุบัติเหตุประจำเดือนมิถุนายน 2564 จำนวนอุบัติเหตุลดลง 23% ผู้เสียชีวิตลดลง 7% บาดเจ็บลดลง 13% จำนวนรถที่เกิดอุบัติเหตุลดลง 20%

ซึ่งสาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุมาจากผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็วสูงกว่ากฎหมายกำหนด 76% (721 ครั้ง) รองลงมาได้แก่ หลับใน 8% (77 ครั้ง) การตัดหน้าระยะกระชั้นชิด 7% (68 ครั้ง) และอุปกรณ์รถบกพร่อง 4% (41 ครั้ง)

สำหรับอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบริเวณทางตรง 63% (595 ครั้ง) ทางโค้ง 13% (126 ครั้ง) และทางแยกระดับเดียวกัน 9% (83 ครั้ง)

ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ได้แก่ รถปิกอัพบรรทุก 4 ล้อ 41% (566 คัน) รถยนต์นั่ง 23% (326 คัน) และรถบรรทุกมากกว่า 10 ล้อ (รถพ่วง) 11% (158 คัน)

หากจำแนกตามภาคของการเกิดอุบัติเหตุ พบว่าเส้นทางในภาคเหนือเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 21% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 21% และภาคตะวันออก 15%

นอกจากนี้ ทางหลวงที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ทางหลวงหมายเลข 9 ตอนบางปะอิน–แขวงรามอินทรา จำนวน 49 ครั้ง

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้มีมาตรการแก้ไขที่ได้ดำเนินการร่วมกับตำรวจทางหลวงในการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจจับความเร็วยานพาหนะที่วิ่งบนทางหลวง พร้อมทั้งให้แขวงทางหลวงดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยถนน ซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญในการลดและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

กรมทางหลวง ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดขับขี่ด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน เพื่อความปลอดภัยของท่านและผู้ร่วมทาง รวมถึงป้องกันและลดอุบัติเหตุให้ได้ประสิทธิผลอีกด้วย

Advertisement

หากประชาชนผู้ใช้ทางต้องการแจ้งอุบัติเหตุหรือสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทร.ฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง