เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“ฟูจิฟิล์ม” ผุดธุรกิจโมเดลใหม่ ชู “วันสต็อปพรินต์” ฟื้นชีพ ร้านล้างอัดรูป

07 ส.ค. 2565 | 09:02น.
ฟูจิฟิล์ม

ฟูจิฟิล์ม

“ฟูจิฟิล์ม” บูมบริการพรินต์ออนดีมานด์ ลุยฟื้นชีพร้านล้างอัดรูปอัพเกรดสู่ศูนย์งานพิมพ์ครบวงจร หลังกระแสเปิดร้านค้าออนไลน์ คาเฟ่-เบอเกอรี่คึกคักหลังโควิด สร้างดีมานด์งานพิมพ์สติ๊กเกอร์ ฉลากสินค้าพรึ่บทั่วประเทศ เดินสายโรดโชว์ พร้อมอัดโปรฯผ่อน 0% นาน 2 ปี จูงใจผู้ประกอบการซื้อเครื่องพิมพ์ใหม่ ตั้งเป้า 8 สาขาสิ้นปีนี้ ก่อนเพิ่มเป็น 170-340 สาขาใน 3-5 ปี

ในสายตาของคนทั่วไป ร้านล้างอัดรูปหรือแล็บสี อาจเป็นธุรกิจที่รอวันตาย หลังดีมานด์ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันผู้คนนิยมถ่ายภาพและแชร์บนโซเชียลมีเดียมากกว่าการนำมาอัดเป็นกระดาษใส่กรอบหรืออัลบั้มเพื่อเก็บไว้เหมือนในอดีต จนทำให้จำนวนร้านล้างอัดรูปลดลงตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จากกว่า 3,000 ร้าน เหลือเพียง 1,700 ร้านในปัจจุบัน

แต่ “ฟูจิฟิล์ม” ยักษ์วงการกล้อง ฟิล์ม และการพิมพ์ เชื่อมั่นว่า ธุรกิจร้านล้างอัดรูปยังไม่ตายง่าย ๆ และมีหนทางที่จะสามารถสร้างรายได้ รวมถึงเติบโตต่อไปได้ ด้วยแนวคิด photo never die ที่อาศัยการต่อยอดความชำนาญด้านงานภาพของผู้ประกอบการ และเทคโนโลยีการพิมพ์แบบออนดีมานด์ที่สามารถพิมพ์งานหลากหลายรูปแบบมาตอบโจทย์ลูกค้ายุคปัจจุบันได้

ดีมานด์งานพิมพ์โตต่อเนื่อง

นายสิทธิเวช เศวตรพัชร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงยุทธศาตร์การพลิกฟื้นธุรกิจร้านล้างอัดรูปหรือแล็บสีให้สามารถไปต่อได้ในยุคดิจิทัลและโซเชียลเน็ตเวิร์กว่า จากข้อมูลของสมาคมธุรกิจถ่ายภาพ ปี 2565 นี้ในประเทศไทยมีร้านล้างอัดภาพทุกแบรนด์และขนาดรวมกันประมาณ 1,700 ร้าน ลดลงจากปี 2543 ซึ่งมี 3,000 ร้าน

การหดตัวนี้เป็นผลจาก 2 ปัจจัย คือ ดีมานด์การอัดภาพที่ลดลงจากการใช้กล้องดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย ทำให้แม้แต่ภาพจากงานสำคัญอย่างงานรับปริญญา หรืองานแต่งงาน เจ้าของภาพก็เลือกอัดเพียงระดับสิบภาพเท่านั้น ต่างจากในยุคฟิล์มที่มักอัดไว้ระดับร้อยภาพ ส่วนอีกปัจจัยคือ การเลิกกิจการเพราะไม่มีผู้รับช่วงธุรกิจต่อ

อย่างไรก็ตาม แม้การอัดหรือพิมพ์ภาพจากกล้อง-มือถือจะลดลง แต่ในภาพรวมธุรกิจเกี่ยวกับการพิมพ์ภาพยังมีดีมานด์และการเติบโตในส่วนอื่น โดยเฉพาะการพิมพ์ฉลาก สติ๊กเกอร์ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของผู้ค้าออนไลน์ที่เพิ่มจำนวนขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19 และผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ซึ่งต่างต้องการสติ๊กเกอร์ ฉลากติดบนสินค้าเพื่อให้ลูกค้าจดจำร้านได้และสร้างความเชื่อมั่นรวมถึงชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน

ยกชั้นร้านล้างอัดสู่พิมพ์ครบวงจร

นายสิทธิเวชกล่าวต่อไปว่า บริษัทจึงจับกระแสนี้มาเป็นโอกาสสร้างธุรกิจใหม่ให้กับร้านล้างอัดรูปเพื่อยกระดับให้เป็นร้านงานพิมพ์แบบครบวงจร หรือ one stop print shop ด้วยการเพิ่มบริการรับงานพิมพ์แบบออนดีมานด์ (print on demand) ซึ่งสามารถรับงานปริมาณน้อยประมาณ 10-1,000 ภาพได้ด้วยค่าใช้จ่ายถูกกว่าการพิมพ์แบบทำเพลต

รวมถึงสามารถให้บริการได้หลากหลายทั้งพิมพ์ภาพหมู่แบบพาโนรามาสำหรับงานจบการศึกษา-อบรม สติ๊กเกอร์ ฉลาก กล่อง สายรัดแก้ว นามบัตร ฯลฯ ขนาดใหญ่สุด 13×51 นิ้ว รวมไปถึงรับออกแบบและถ่ายภาพสินค้าอีกด้วย

ช่วยให้สามารถรองรับฐานลูกค้าได้หลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าออนไลน์ หรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมไปถึงคนทั่วไปที่ต้องการสติ๊กเกอร์ที่ระลึกหรือแม้แต่การถ่ายเอกสารธรรมดาได้แบบครบจบในที่เดียว

พร้อมสร้างความแตกต่าง-ได้เปรียบกว่าร้านพิมพ์สติ๊กเกอร์และโรงพิมพ์ทั่วไป ด้วยจุดแข็งของร้านล้างอัดรูปอย่างความเชี่ยวชาญด้านถ่าย-ปรับแต่งภาพและงานพิมพ์ คุณภาพงานจากเครื่องพิมพ์ที่มีโปรแกรมการแก้ไขและปรับแต่งสีอัตโนมัติ ควบคู่กับความเชื่อมั่นและจำนวนฐานลูกค้าเดิมจากการเปิดบริการมา 10-20 ปี

ไปจนถึงทำเลของร้านที่มักอยู่ในย่านชุมชน ช่วยให้มีลูกค้ามาทดลองใช้งาน จนเกิดการบอกต่อและการใช้บริการซ้ำช่วยสร้างรายได้ในระยะยาว

ส่วนบริษัทจะให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วม อาทิ การจัดงานเปิดร้าน ป้ายแบนเนอร์ การโปรโมตร้านผ่านสื่อออนไลน์ อบรมการปรับแต่งรูปและบริการหลังการขายทั้งซ่อมบำรุง อะไหล่ หมึก ฯลฯ โดยไม่มีค่าบริการเพิ่ม รวมถึงช่วงเดือนตุลาคม 2565 นี้มีแผนเปิดคอร์สอบรมการแต่งภาพและการทำตลาดออนไลน์เบื้องต้นระยะสั้น 1 วัน ให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการด้วย

ทั้งนี้ บริษัทจะมีรายได้หลัก 2 ส่วน คือ การจำหน่ายเครื่องพิมพ์ที่รองรับฟังก์ชั่นพรินต์ออนดีมานด์ ที่มีรุ่นแนะนำ 2 รุ่น ราคา 1.1-2 ล้านบาท ร่วมกับค่าการพิมพ์ที่คิดตามจำนวนชิ้นงานที่พิมพ์ผ่านเครื่อง ซึ่งรายได้ส่วนนี้จะมาช่วยให้สามารถให้บริการหลังการขายได้โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

เดินสายโรดโชว์ปลุกตลาด

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้เดินสายนำเสนอแนวคิดนี้ให้แก่ผู้ประกอบการร้านล้างอัดรูปทั่วประเทศ ด้วยการจัดโรดโชว์ในจังหวัดหลัก ๆ ของแต่ละภาค เช่น เชียงใหม่ นครสวรรค์ อุดรธานี ฯลฯ และเชิญผู้ประกอบการในพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วม

รวมถึงจัดโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 2 ปี เมื่อซื้อเครื่องพิมพ์รุ่นที่รองรับและวางเงินดาวน์ 25% ของราคาเครื่อง ซึ่งเป็นการผ่อนผ่านไฟแนนซ์ที่บริษัทจัดหาให้ โปรโมชั่นนี้จะจัดถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งการโรดโชว์ที่ผ่านมาได้ผลตอบรับดี ผู้ประกอบการประมาณ 50% ของที่มาร่วมงาน แสดงความสนใจซึ่งจะเจรจาติดตามผลต่อไป ส่วนช่วง 5 เดือนที่เหลือเล็งเดินสายไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วนร้านที่เปิดไปแล้ว 2-3 สาขา ก็ได้รับผลตอบรับดี ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2565 ได้จัดงานเปิดตัวบริการพรินต์ออนดีมานด์ของร้านฟูจิฟิล์ม โฟโต้ สเตชั่น นิวเลเซอร์ 2 จังหวัดลำปาง อย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วงทดลองให้บริการมีลูกค้าบางรายมาสั่งพิมพ์ระดับ 1,000 ชิ้นแล้ว

“แม้โมเดลนี้จะได้เปรียบทางเทคนิคในการแข่งขันกับธุรกิจที่คล้ายกัน แต่มีความท้าทายด้านการทำตลาด โดยเฉพาะการทำตลาดผ่านออนไลน์ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ประกอบการร้านล้างอัดรูปอาจไม่เชี่ยวชาญ และความพร้อมในการลงทุนเงินหลักล้านเพื่อซื้อเครื่องพิมพ์ใหม่ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน รวมถึงการทำความเข้าใจโมเดลธุรกิจใหม่นี้ระหว่างเจน 1 และเจน 2 ของแต่ละร้าน ทั้งนี้บริษัทพยายามรับมือด้วยการจัดโปรโมชั่นผ่อน 0% คอร์สอบรม รวมถึงการให้ข้อมูลต่าง ๆ แล้ว แต่ยังต้องจับตาผลตอบรับต่อไป” นายสิทธิเวชกล่าวและว่า

สิ้นปีนี้คาดว่าจะมีร้านล้างอัดรูปเข้าร่วมโมเดลใหม่นี้อย่างน้อย 8 แห่ง และในช่วงอีก 3-5 ปีจากนี้จะมีร้านล้างอัดรูป 10-20% ของวงการ หรือประมาณ 170-340 ราย ที่สนใจและหันมาทำโมเดลใหม่ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่มีผู้ค้าออนไลน์และเอสเอ็มอีจำนวนมาก และเชื่อว่าโมเดลบริการพรินต์ออนดีมานด์นี้จะสามารถช่วยให้ร้านล้างอัดรูป ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าสำคัญของฟูจิฟิล์มมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคการถ่ายภาพด้วยฟิล์มสามารถเดินหน้าต่อไปในยุคดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย ตามแนวคิดการถ่ายรูปไม่มีวันตาย หรือ photo never die ได้แน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟูจิฟิล์ม