เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
ดูทั้งหมด

สภาพัฒน์ หวั่นหนี้เสียพุ่ง-วอนแบงก์ตรึง “ดอกกู้” รอเศรษฐกิจฟื้น

27 ส.ค. 2565 | 12:56น.
ดอกกู้สศช.

สภาพัฒน์ขอความร่วมมือแบงก์ตรึงดอกกู้รอเศรษฐกิจฟื้นตัวแข็งแรงขึ้น ห่วงครัวเรือนเปราะบางเสี่ยงเป็นหนี้เสียพุ่ง เหตุเจอผลกระทบค่าครองชีพ-ดอกเบี้ยขาขึ้น

ขณะที่หนี้ครัวเรือนล่าสุดยังอยู่ระดับสูง สิ้นไตรมาสแรกปี’65 อยู่ที่ 89.2% เหตุครัวเรือนขาดสภาพคล่อง แห่ขอสินเชื่ออุปโภคบริโภคเพิ่ม ด้านอัตราการว่างงานลดต่ำที่สุดตั้งแต่เกิดโควิด-19

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า หนี้สินครัวเรือน ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2565 มีมูลค่า 14.65 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3.6% ลดลงจากช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งจากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย

ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 89.2% อย่างไรก็ดี ครัวเรือนยังมีปัญหาขาดสภาพคล่องจากการได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ สะท้อนจากแนวโน้มสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 22.6% เร่งขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 5 ขณะที่สินเชื่อบัตรเครดิต ขยายตัว 2.5%

ส่วนการก่อหนี้สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยขยายตัวในอัตราชะลอลง อยู่ที่ระดับ 4.6% จากที่ขยายตัว 5% ในไตรมาสก่อน ในขณะที่สินเชื่อยานยนต์ หดตัวถึง -0.6% จากไตรมาสก่อนขยายตัว 1.2% ด้านสินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจก็ชะลอลงมาที่ 6% จาก 6.5% ในไตรมาสก่อนหน้า

สำหรับความสามารถในการชำระหนี้ทรงตัว โดยสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) มีมูลค่า 1.47 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 2.78% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากไตรมาสก่อนที่มีสัดส่วน 2.73% เป็นผลมาจากการดำเนินมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน และการปรับโครงสร้างหนี้ที่ช่วยชะลอไม่ให้เกิดหนี้เสียเพิ่ม

“ยังต้องเฝ้าระวังหนี้เสียของสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลอื่น และบัตรเครดิต เนื่องจากในไตรมาสแรก ของปี 2565 นี้ สินเชื่อทั้ง 2 ประเภท มีสัดส่วนสินเชื่อเป็นหนี้เสียปรับตัวสูงขึ้น โดยสินเชื่อส่วนบุคคลอื่นขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2.49% จากไตรมาสก่อนขยายตัวที่ 2.33%

ขณะที่สินเชื่อบัตรเครดิตขยายตัว 2.78% เพิ่มขึ้นจาก 2.49% ในไตรมาสก่อน รวมถึงต้องเฝ้าระวังสินเชื่อเพื่อยานยนต์ เนื่องจากมีสัดส่วนสินเชื่อกล่าวถึงพิเศษ (สินเชื่อค้างชำระน้อยกว่า 3 เดือน) อยู่ที่ระดับ 12.1% เพิ่มจากไตรมาสก่อนที่อยู่ระดับ 11.1% มีความเสี่ยงที่จะเกิดหนี้เสียในอนาคต โดยเฉพาะในครัวเรือนกลุ่มที่มีภาระหนี้สูง”

นายดนุชากล่าวว่า ในระยะถัดไป มีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่ 1) ผลกระทบของภาระค่าครองชีพที่อาจกดดันให้ครัวเรือนมีความต้องการสินเชื่อมากขึ้น

ซึ่งอาจทำให้ครัวเรือนที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัวและได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงมีการก่อหนี้มากขึ้น 2) อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของครัวเรือนเพิ่มขึ้น และกระทบต่อครัวเรือนที่ขอสินเชื่อใหม่ เนื่องจากจะต้องรับภาระหนี้ในส่วนของดอกเบี้ยมากขึ้น

3) คุณภาพสินเชื่อในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลอื่น สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อยานยนต์ โดยสินเชื่อส่วนบุคคลอื่นและสินเชื่อบัตรเครดิต มีสัดส่วน NPLs ต่อสินเชื่อรวมปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่สินเชื่อรถยนต์มีสัดส่วนสินเชื่อกล่าวถึงพิเศษเพิ่มขึ้น สะท้อนความเสี่ยงการเกิด NPLs โดยเฉพาะในครัวเรือนกลุ่มที่มีภาระหนี้สูง หรือมีกันชนทางการเงินต่ำ

และ 4) การส่งเสริมมาตรการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง และมีมาตรการแก้หนี้ที่เฉพาะเจาะจง สำหรับกลุ่มเปราะบาง และรายได้ยังไม่ฟื้นตัว รวมทั้งใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ส่งเสริมให้มีการก่อหนี้ใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้หนี้ครัวเรือนมีมูลค่าสูงจนกลายเป็นปัจจัยฉุดรั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคต

“ภาวะเงินเฟ้อ และแนวโน้มการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งล่าสุด คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็ได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% แล้ว ภาครัฐจะต้องเร่งเข้าไปดูแลช่วยเหลือผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ภาคครัวเรือนโดยมุ่งเป้าหมายไปยังกลุ่มเปราะบาง

เนื่องจากขณะนี้รายได้ยังไม่ฟื้นตัว รวมทั้งจะต้องขอความร่วมมือสถาบันการเงินเอกชน และภาครัฐ ในเรื่องการตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นมาแข็งแรงมากกว่านี้ก่อน”

เลขาธิการ สศช.กล่าวด้วยว่า ส่วนอัตราการว่างงานในไตรมาส 2 ปี 2565 ลดลงต่ำที่สุดตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีผู้ว่างงานจำนวน 5.5 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.37% ซึ่งลดลง ทั้งผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน และไม่เคยทำงานมาก่อน

“สถานการณ์แรงงาน ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้มีงานทำกว่า 39 ล้านคน ขยายตัว 3.1% จากการขยายตัวของการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมที่มีการจ้างงาน 27.4 ล้านคน โดยเฉพาะสาขาการผลิต สาขาขายส่ง/ขายปลีก และสาขาการขนส่ง/เก็บสินค้า ซึ่งเป็นผลมาจากการบริโภคและการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี” เลขาธิการ สศช.กล่าว