เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
News ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
News พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
Finance ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
ดูทั้งหมด

KKP หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือ 3.4% ชี้ “ปัญหาเงินเฟ้อยังไม่จบ-ส่งออกเสี่ยงติดลบ”

05 ก.ย. 2565 | 11:33น.
เศรษฐกิจไทย

KKP Research ปรับประมาณการจีดีพีปี 2565 เหลือ 3.4% ปี 2566 โต 3.6% จาก 3.9% เผยเศรษฐกิจฟื้นตัวได้หลังเมืองเปิด-นักท่องเที่ยวกลับ แต่ยังเผชิญ 3 ความเสี่ยงปัญหาเงินเฟ้อ “ราคาน้ำมันพุ่ง-ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์-อุปสงค์ในสหรัฐ” พร้อมมอง “ส่งออกไทยเสี่ยงติดลบ-เงินบาทอ่อน-นโยบายการเงินล่าช้า”

วันที่ 5 กันยายน 2565 KKP Research ประเมินว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมามีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัว หลังเศรษฐกิจในประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ การส่งออกโตได้ดี และนักท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่มองไปข้างหน้าก็เริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก จนอาจกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทย

KKP Research ได้ปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจเล็กน้อยเป็น 3.4% ในปี 2022 และปรับตัวเลข GDP ลงเหลือ 3.6% จาก 3.9% ในปี 2023

หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจที่กำลังมีแนวโน้มชะลอตัวลง อาจทำให้สามารถคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อลงได้และธนาคารกลางทั่วโลกจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง โดยเฉพาะเมื่อฐานของเงินเฟ้อได้ปรับตัวสูงขึ้นมามากแล้ว และราคาน้ำมันไม่ได้เร่งตัวขึ้น แต่ KKP Research ประเมินว่ามีความเสี่ยงที่แรงกดดันต่อเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงในระยะข้างหน้า

ซึ่งเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ (1) ความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น (2) ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกและอุปทานที่ยังคงมีปัญหา และ (3) อุปสงค์ในสหรัฐที่ยังหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจต่อไป

น้ำมันสำรองในสหรัฐปรับตัวต่ำสุดตั้งแต่ปี 1983

ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมาในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เกิดจากอุปสงค์ที่ลดลงทั้งหมด แต่มีปัจจัยสำคัญมาจากการที่รัฐบาลหลายประเทศปล่อยน้ำมันดิบในคลังออกมาบรรเทาราคาที่เพิ่มขึ้น โดยสังเกตได้ว่าระดับน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐ (Strategic Petroleum Reserve) ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022 ในอัตราเท่ากับ 6 แสนบาร์เรลต่อวัน

หากยังคงมีการปล่อยน้ำมันในอัตรานี้ ในช่วงปลายปีระดับของน้ำมันสำรองจะลดลงไปอยู่ที่ 372 ล้านบาร์เรลซึ่งนับว่าต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 1983 ทำให้ในอนาคตมีความเสี่ยงว่ารัฐบาลจะไม่สามารถปล่อยน้ำมันออกมาเพิ่มเติมได้มาก ทั้งอาจยังต้องมีการซื้อกลับเพื่อเพิ่มน้ำมันสำรอง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดได้

ก๊าซในยุโรปกำลังจะขาดแคลน

ปริมาณของก๊าซธรรมชาติที่ส่งจากรัสเซียไปยังยุโรปลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการคว่ำบาตรที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่ายุโรป โดยเฉพาะเยอรมนีจะต้องนำก๊าซธรรมชาติที่เก็บไว้ออกมาใช้เพื่อหล่อเลี้ยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และเสี่ยงเกิดภาวะขาดแคลนก๊าซธรรมชาติในช่วงฤดูหนาวที่มีความต้องการใช้สูงขึ้น

นอกจากนี้ราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้น้ำมันหรือแหล่งพลังงานอื่นในการผลิตไฟฟ้าแทน ซึ่งจะเพิ่มอุปสงค์ในสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ในทางอ้อมเช่นกัน ทำให้ KKP Research ประเมินว่าความเสี่ยงที่ราคาพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้นมีมากกว่าความเสี่ยงด้านต่ำ ซึ่งเกิดจากทั้งปัจจัยด้านอุปทานและภูมิรัฐศาสตร์โลก

เศรษฐกิจสหรัฐยังเติบโตแข็งแกร่ง โอกาสถดถอยน้อย

ในช่วงที่ผ่านมามีการวิเคราะห์ว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐมีความเสี่ยงมากขึ้นในระยะข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ปัญหาเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลายลงมาบ้าง อย่างไรก็ตาม KKP Research คาดการณ์ว่าสัญญาณเศรษฐกิจหลายอย่างในระยะสั้นยังคงแข็งแกร่งและมีความเสี่ยงน้อยที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานยังคงค้างอยู่ในระดับสูง จาก 3 เหตุผล คือ

ตัวเลขการจ้างงานที่กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและตลาดแรงงานยังคงตึงตัว ตัวเลขการจ้างงานในตลาดแรงงานสหรัฐในช่วงที่ผ่านมายังคงเติบโตได้ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้และนับเป็นการฟื้นตัวของตลาดแรงงานหลังวิกฤตเศรษฐกิจที่เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับวิกฤติรอบก่อน ๆ

Profit Margin ของบริษัทในสหรัฐยังคงปรับตัวสูงขึ้น ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทในสหรัฐยังสามารถส่งผ่านราคาไปสู่ผู้บริโภคได้มากขึ้น ซึ่งทำให้อัตรากำไรยังปรับตัวสูงขึ้น และสะท้อนความแข็งแรงของภาคการบริโภค ตลาดการเงินยังคงผ่อนคลายแม้ FED ปรับดอกเบี้ยขึ้นไปแล้วพอสมควร แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นไปบ้างแล้วแต่จากที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงหรือ อัตราดอกเบี้ยนโยบายลบอัตราเงินเฟ้อ ยังคงติดลบทำให้ผลต่อการชะลอเศรษฐกิจยังมีน้อย สะท้อนจากดัชนีภาวะทางการเงิน ที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ผ่อนคลาย

การส่งออกไทยจะเริ่มติดลบ

KKP Research ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังจากนี้จะเจอกับทั้งปัจจัยบวกและลบ โดยภาคการท่องเที่ยวยังสามารถฟื้นตัวได้จากฐานที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ และคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 10.2 ล้านคนในปี 2022 และ 18.5 ล้านคนในปี 2023 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกหลักที่จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

ในขณะที่ภาคการส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัว คาดว่าในปี 2023 สัญญาณเศรษฐกิจโลกจะเริ่มมีการชะลอตัวลงที่ชัดเจนขึ้นและโอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอยจะมีมากขึ้นในช่วงปลายปี 2023 ซึ่งเป็นผลส่วนหนึ่งจากการปรับดอกเบี้ยขึ้นอย่างรวดเร็วของธนาคารกลางทั่วโลก ทำให้คาดการณ์ว่าการส่งออกของไทยจะหดตัวลงในปี 2023

ความเสี่ยงบาทอ่อน และนโยบายการเงินล่าช้า

หลังจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่องหลายไตรมาสของไทยจากการท่องเที่ยวที่หายไปและต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่ปรับตัวขึ้นอย่างมาก ในกรณีฐาน KKP Research ประเมินว่าดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยจะกลับมาเกินดุลได้เล็กน้อยตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงค่าเงินบาทไม่ให้อ่อนค่าไปไกลแม้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของไทยและสหรัฐจะอยู่ในระดับที่สูงมากแล้วก็ตาม

แต่ความเสี่ยงสำคัญคือดุลบัญชีเดินสะพัดอาจติดลบได้และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จาก (1) ราคาน้ำมันที่ยังอาจปรับสูงขึ้น และทำให้ดุลการค้าปรับตัวแย่ลงเนื่องจากไทยนำเข้าน้ำมันมากกว่าส่งออก (2) แม้การท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ดีแต่มีความเสี่ยงชะลอตัวลงในปีหน้า โดยเฉพาะเมื่อดูข้อมูลราคาตั๋วเครื่องบินจะพบว่าในปัจจุบันมีราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นมากแล้ว ดังนั้นหากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะ Stagflation จะทำให้การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ

และ (3) การส่งออกที่อาจชะลอตัวลงตามการชะลอตัวของภาคการผลิตโลก โดยหากเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง อาจทำให้การส่งออกของไทยติดลบมากกว่าคาด

หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงรุนแรงและส่งผลต่อเนื่องถึงเงินเฟ้อในประเทศ นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าค่าเงินบาทจะกลับมาแข็งค่าได้ตามนักท่องเที่ยว หากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและดุลบัญชีเดินสะพัดไม่เป็นไปตามคาด อาจทำให้เงินไหลออกจากไทยรุนแรง ซึ่งนับเป็นความเสี่ยงสำคัญของการดำเนินนโยบายการเงินไทยที่ยังมีการปรับดอกเบี้ยขึ้นช้าเมื่อเทียบกับหลายประเทศในโลก

โดยในกรณีเลวร้ายจะทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องกลับมาปรับดอกเบี้ยขึ้นตามหลังสถานการณ์เพื่อคุมบาทและเงินเฟ้อ ซึ่งจะกระทบกับเศรษฐกิจแรงกว่าเดิม จึงนับเป็นโจทย์สำคัญด้านนโยบายการเงินที่ต้องวางแผนสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้น