ว่ากันว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ไม่เคยมีความสุขมากไปกว่าตอนที่พระองค์ประทับอยู่ที่ปราสาทบัลมอรัล บนที่ราบสูงสกอตติช
ที่ดินอันกว้างขวาง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ที่เป็นทุ่งนา ป่าไม้ และพื้นที่การเกษตรกว่า 125,000 ไร่ เป็นสมบัติของราชวงศ์อังกฤษ ตั้งแต่เจ้าชายอัลเบิร์ต พระสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ทรงซื้อปราสาทหลังนี้จากตระกูลฟาร์เคอสัน เมื่อปี 2395
เจ้าชายอัลเบิร์ต ทรงเป็นพระปิตามหัยยิกา (ปู่ทวด) ของควีนเอลิซาเบธที่ 2
ราชวงศ์วินเซอร์ใช้ประสาทบัลมอรัลเป็นบ้านพักฤดูร้อนมานานแล้ว ควีนเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จมาประทับที่นี่ทุกปี ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม
ณ ที่แห่งนี้ ควีนเอลิซาเบธที่ 2 สามารถวิ่งเล่นได้อย่างอิสระเหมือนเด็กผู้หญิง รวมถึงจับปลาแซลมอน สะกดรอยตามกวาง และร่วมเต้นรำกับชาวบ้าน
บัลมอรัลยังเป็นสถานที่ที่ความรักของราชินีอังกฤษกับลูกพี่ลูกน้องผู้ห้าวหาญ เริ่มผลิบาน
หลังการอภิเษกสมรส ทั้งสองพระองค์ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่พักผ่อน ร่วมกับพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อันแสนวุ่นวาย
“ข้าพเจ้าคิดว่าบัลมอรัลเป็นสถานที่ที่เราตั้งตารอที่จะมา” ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ตรัสเมื่อปี 2535
“มันค่อนข้างดีเลยทีเดียวที่จะได้อยู่อย่างสันโดษ หลังจากต้องใช้ชีวิตไม่อยู่กับที่ การได้นอนบนเตียงเดิมเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี”
ตอนนี้สมาชิกในครอบครัวของพระองค์ได้เสด็จมายังสถานที่อันเป็นที่รักแห่งนี้อีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขามาเพื่อบอกลา
ควีนเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จสวรรคตอย่างสงบที่ปราสาทบัลมอรัล ขณะมีพระชนมายุ 96 พรรษา รายล้อมไปด้วยบุคคลอันเป็นที่รัก ณ สถานที่แห่งนี้

ความรักเบ่งบานบนท้องทุ่ง
ทริปประจำปีของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ที่บัลมอรัล เป็นไฮไลต์ของปีสำหรับพระองค์ ตั้งแต่ช่วงที่พระองค์ยังเป็นเด็กสาว
ชีวิตของพระองค์เปลี่ยนไปขณะมีพระชนมายุ 10 พรรษา เมื่อพระบิดาได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ ทำให้พระองค์ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดลำดับการสืบราชสันตติวงศ์
ระหว่างที่พระองค์เตรียมการสำหรับอนาคต บัลมอรัลเป็นเพียงที่แห่งเดียวที่พระองค์สามารถเป็นเด็กธรรมดาได้
“ทุกพระองค์ตั้งตารอตลอดทั้งปี บัลมอรัลมักเป็นสถานที่สำคัญในปฏิทินของราชวงศ์” มารีออน ครอว์ฟอร์ด เขียนไว้ในหนังสือชีวิตประวัติ The Little Princesses
ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงพบกับเจ้าชายฟิลิป พระสวามี ในงานสมรสเมื่อปี 2477
หลังจากนั้นเจ้าชายฟิลิปก็กลายเป็นแขกประจำที่บัลมอรัล ความรักของทั้งสองพระองค์เบ่งบานบนที่ราบสูงสกอตติชอันขรุขระ
“ทั้งสองพระองค์ออกไปพร้อมกับปืนและไปปิกนิกด้วยกัน แต่ไม่ค่อยได้อยู่กันตามลำพังมากนัก” ครอว์ฟอร์ดกล่าว
“บางครั้งเจ้าชายฟิลิปจะพาควีนเอลิซาเบธที่ 2 ออกไปขับรถ และบางครั้งทั้งคู่ก็จะออกไปที่สวนหลังดื่มชา”
เจ้าชายฟิลิปเล่าให้ผู้เขียนชีวประวัติ “อิงกริด สจ๊วต” ฟังว่า ที่บัลมอรัลในปี 2489 ทั้งสองพระองค์เริ่มคุยกันเรื่องการเสกสมรส
“ข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งหนึ่งจะนำไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง ข้าพเจ้าเริ่มคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง เมื่อปี 2489 และไปที่บัลมอรัล” เจ้าชายฟิลิปกล่าว
“ตอนนั้นคงเป็นช่วงที่เราเริ่มคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง และถึงกับพูดถึงมัน”
ทั้งคู่หมั้นกันที่บัลมอรัลเมื่อสิ้นสุดฤดูร้อน แต่เลื่อนการประกาศต่อสาธารณะออกไป กระทั่งควีนเอลิซาเบธที่ 2 มีพระชนมายุครบ 21 พรรษา หรือในปีถัดมา


บ้านที่ “น่าสนใจ เหนือจริง สุดประหลาด”
กล่าวกันว่าความยิ่งใหญ่ของบัลมอรัลนั้นทำให้ผู้มาเยือนครั้งแรกค่อนข้างตกตะลึง
ด้วยป้อมปราการ, ห้องนอน 52 ห้อง, ระเบียงที่มีลมพัดเย็นยะเยือก, พรมตาหมากรุก และผนังที่เต็มไปด้วยเขากวาง ดูเป็นสถานที่ที่น่าเกรงขาม
ทุกเช้าจะมีคนเป่าปี่ใต้หน้าต่างห้องบรรทมของราชินี
“มีการรักษาสถานที่ไว้เช่นในยุคของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก” ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ตรัส
เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะต้องปรากฏตัวที่บัลมอรัลในช่วงสุดสัปดาห์ปีละครั้ง
แต่ไม่ใช่นายกฯทุกคนที่ชอบที่นี่
มีรายงานว่า “มาร์กาเร็ต แทตเชอร์” เรียกปราสาทแห่งนี้ว่า “สถานล้างบาปผู้ตาย”
และ “จอห์น เมเยอร์” พบว่าการเล่นปี่ทุกเช้าเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดอย่างไม่รู้จบ ขณะที่เขาพยายาม โทร.หาผู้นำโลกคนอื่น ๆ
“โทนี แบลร์” กล่าวถึงการเดินทางเยือนบัลมอรัลประจำปีของเขาว่า “เป็นการผสมผสานที่ลงตัว ระหว่างความน่าสนใจ ความเหนือจริง และความแปลกประหลาดอย่างที่สุด”
แต่ถึงแม้จะถูกรายล้อมด้วยความโอ่อ่าของกษัตริย์ แบลร์กลับได้รับชัยชนะในเกมสบาย ๆ ของราชวงศ์
เขาเล่าว่า พระราชินีทรงยืนกรานให้นายกรัฐมนตรีทุกคนร่วมเล่นเกมประจำครอบครัวในห้องนั่งเล่น พร้อมกับดื่มเครื่องดื่มรสเข้ม พระองค์ยังทรงสั่งให้เจ้าชายฟิลิปเป็นผู้ทำบาร์บีคิวอีกด้วย
“คุณคิดว่าผมพูดเล่นเหรอ เปล่าเลย ผมไม่ได้พูดเล่น” เขาเผยในบันทึกความทรงจำ
“พวกเขาสวมถุงมือ แล้วเอามือจุ่มลงไปในอ่างล้างจาน พระราชินีจะถามคุณว่ากินเสร็จหรือยัง ก่อนที่พระองค์จะเก็บจาน แล้วเอาไว้ไปที่อ่างล้างจาน”
บัลมอรัลอาจเป็นสถานที่แห่งเดียวที่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 สามารถเป็นตัวของพระองค์เองได้อย่างแท้จริง ในขณะที่ดำรงพระชนม์ชีพอยู่ภายใต้การถูกควบคุมอย่างเคร่งครัด
“ฉันคิดว่าพระอัยยิกา (ยาย) มีความสุขที่สุดที่นั่น ฉันคิดว่าพระองค์รักที่นั่นจริง ๆ” เจ้าหญิงยูเชนี กล่าวเมื่อปี 2555
“ครอบครัว พวกเราทุกคนอยู่ที่นั่น ที่นั่นเป็นสถานที่ที่งดงามสำหรับการเดินเล่น ปิกนิก มีสุนัขจำนวนมากที่นั่น และมีผู้คนเข้าออกตลอดเวลา”
ท่ามกลางการตกแต่งอันโอ่อ่าของปราสาทบัลมอรัล ว่ากันว่าที่นั่นมีเครื่องทำความร้อนไฟฟ้าเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับพระราชินี รวมถึงหมอนที่ปักเป็นคำว่า “ดีที่ได้เป็นราชินี” (It’s good to be Queen)

บัลมอรัลกับวิกฤตการสิ้นพระชนม์ “ไดอาน่า”
แม้ว่าสถานที่นี้อาจเป็นสถานที่แห่งความทรงจำที่มีความสุขที่สุดของราชวงศ์ แต่บัลมอรัลก็เคยเป็นฉากหลังของโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของพวกเขา
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2540 ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงตื่นขึ้นในช่วงรุ่งสาง ก่อนจะทราบว่าไดอาน่า อดีตพระชายาของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
ในขณะที่เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รีกำลังบรรทมอยู่ในห้องโถง ควีนเอลิซาเบธที่ 2, เจ้าชายฟิลิป และเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระราชดำเนินไปยังห้องโถงเพื่อรอฟังข่าว
เวลา 04.00 น. ผู้ช่วยในพระราชวังเข้ามาแจ้งข่าวกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ว่า พระมารดาของพระโอรสทั้งสอง สิ้นพระชนม์แล้ว
สมเด็จพระราชินีฯ ทรงดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยสั่งให้ถอดโทรทัศน์และวิทยุออกจากห้องเลี้ยงเด็กในปราสาท และทรงยืนยันให้เจ้าชายทั้งสองได้บรรทมจนถึงรุ่งเช้า ก่อนที่จะแจ้งข่าวร้ายให้ทั้งสองพระองค์ทราบ
ในสถานการณ์ที่สั่นคลอนราชบัลลังก์ พระองค์ตัดสินพระทัยประทับอยู่ที่บัลมอรัล ที่ซึ่งพระองค์สามารถปกป้องพระราชนัดดาทั้งสองได้

ประชาชนจำนวนมากรู้สึกหงุดหงิดที่พระราชินีไม่กลับกรุงลอนดอนเพื่อร่วมไว้ทุกข์ให้ไดอาน่า
พาดหัวข่าวของเดลีเมล์ถึงกับเขียนว่า “ราชวงศ์วินเซอร์มีหัวใจหรือไม่?” ในขณะที่ยูเคเอ็กซ์เพรสเรียกร้องให้ราชวงศ์ “แสดงให้เราเห็นว่าพวกท่านห่วงใย”
ห้าวันหลังการสิ้นพระชนม์ของไดอาน่า ผลสำรวจชี้ว่าคะแนนนิยมของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เริ่มถดถอยลง ในที่สุดพระองค์ก็เสด็จกลับมายังกรุงลอนดอน
“แอนดรูว์ มอร์ตัน” นักเขียนชีวประวัติของราชวงศ์กล่าวว่า พระองค์รู้สึกสั่นคลอนจากความเศร้าโศกที่เกิดขึ้นภายในอาณาจักรของพระองค์เอง
“ที่บัลมอรัล พระองค์ไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องพวกนี้ คุณไม่มีทางรู้เลยว่ามันเป็นอย่างไรจนกว่าคุณจะได้อยู่ที่นั่นจริง ๆ” ผู้ช่วยอาวุโสคนหนึ่งอธิบายให้มอร์ตันฟัง
สำหรับควีนเอลิซาเบธที่ 2 การได้ปลีกตัวออกมาอยู่ ณ ที่ลี้ภัยแห่งนี้ นับเป็นการได้รับที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ในช่วงเวลาวิกฤต การได้เสด็จมายังที่แห่งนี้ได้ขาดหายไปในช่วงเวลาหนึ่ง
ความเป็นไปได้ไม่รู้จบ
ในที่สุด พระราชินีซึ่งทรงมีพระชนมายุมากแล้ว และเพิ่งสูญเสียพระสวามีไปไม่นาน ก็จำต้องจากบัลมอรัลไปในปีนี้
ควีนเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จจากพระราชวังวินด์เซอร์เมื่อเดือนกรกฎาคม เพื่อเดินทางประจำปีมายังบัลมอรัล
แม้ว่าปกติแล้วพระองค์จะมีพระราชกรณียกิจยุ่งตลอดช่วงฤดูร้อน แต่ปีนี้พระองค์ทรงยกเลิกการปรากฏพระองค์ต่อสาธารณะหลายครั้ง
นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ “ลิซ ทรัสส์” ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 15 ในรัชสมัยอันยาวนานของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ได้เดินทางไปบัลมอรัลเพื่อสาบานตนรับตำแหน่ง เนื่องจากพระราชินีมีพระพลานามัยไม่แข็งแรงพอจะพระราชดำเนินไปยังกรุงลอนดอน
ในภาพถ่ายภายหลังการเข้าเฝ้าของทรัสส์ ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงสวมชุดกระโปรงผ้าลายหมากรุกและเสื้อคาร์ดิแกน ซึ่งเป็นชุดที่พระองค์มักสวมระหว่างประทับที่บัลเมอรัล

ผู้สื่อข่าวสายวังเผยว่า แม้พระองค์จะทรงมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาสมเด็จพระราชินีฯ ทรงพระราชดำเนินไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ของบัลมอรัลได้ ทั้งยังทรงขี่ม้าได้ด้วย

ครั้งหนึ่ง พระองค์เคยตรัสถึงที่นี่ว่า “คุณสามารถออกไปได้หลายไมล์ และไม่เจอใครเลย ที่นี่มีความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด”