จี้รัฐผ่อนกฎรถมาเลย์วิ่งใน 3 จังหวัดใต้
ภาคใต้
“พัทลุง-ตรัง-นครศรีธรรมราช” จี้รัฐผ่อนปรนรถบัส-รถยนต์ของชาวมาเลเซีย สามารถวิ่งออกจากเขต อ.หาดใหญ่ เข้าไปท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงได้ หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฟื้นหลังโควิด-19 ซึ่งมี “มาเลเซีย-สิงคโปร์-อินโดนีเซีย”
แห่เที่ยว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทะลัก 2 หมื่นคนต่อวัน ทำเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท คาดช่วง “เทศกาลเจ” ยอดทะลักต่อเนื่อง กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวคึกคัก เผยโรงแรมวิกฤตขาดแรงงานหนัก
ดร.สิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ สงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ธุรกิจท่องเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ เข้าสู่สถานการณ์ปกติ
โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาววันนักขัตฤกษ์จำนวนห้องพักมีไม่เพียงพอ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาจำนวนมาก ตั้งแต่เปิดประเทศและด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย ส่วนบริเวณด่านนอก เทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา รอยต่อกับรัฐเคดาห์ มาเลเซีย ธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นตัวมาประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์แล้ว
คาดว่าช่วงไตรมาส 4 ปี 2565 การท่องเที่ยวใน อ.หาดใหญ่ อ.สะเดา จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ และช่วงเทศกาลตรุษจีนปีหน้า
ขณะเดียวกันตอนนี้หลายโรงแรมประสบปัญหาขาดแคลนพนักงาน เช่น พนักงานต้อนรับ และแม่บ้าน ฯลฯ เพราะช่วงที่ผ่านมาเกิดวิกฤตโควิด-19 โรงแรมหลายแห่งชะลอ และหยุดให้บริการ พนักงานบางส่วนได้กลับภูมิลำเนาและบางส่วนเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่น ตอนนี้โรงแรมประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ต่างประกาศรับสมัครพนักงาน
ดร.สิทธิพงศ์กล่าวต่อไปว่า ช่วงที่ผ่านมาองค์กรภาคเอกชน ภาครัฐ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ สื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านทางออนไลน์ไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาท่องเที่ยว โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว
และล่าสุดกรณีที่ประเทศมาเลเซียจัดขบวนรถไฟ KTM เที่ยวพิเศษทดลองวิ่งตรงจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ มายังปลายทางที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถเหมือนขบวนรถไฟปกติ ที่วิ่งมาจอดที่สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ อ.สะเดา หากอนาคตมีความเป็นไปได้จะวิ่งบริการเป็นประจำ จะส่งผลต่อเศรษฐกิจธุรกิจท่องเที่ยวในหาดใหญ่
เพราะจะอำนวยความสะดวกให้ผู้เดินทางมีช่องทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ผู้ใช้บริการไม่ต้องเปลี่ยนตั๋ว ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
นายทรงชัย มุ่งประสิทธิชัย นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เจ้าของ ผู้จัดการ นิวเอเชียทัวร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16-18 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ของประเทศมาเลเซีย
ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลักชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เข้ามาท่องเที่ยวใน อ.หาดใหญ่ เกือบ 20,000 คน มีรถบัสนำเที่ยวประมาณ 153 คัน จำนวน 153 กรุ๊ป รถตู้ส่วนตัวอีกจำนวนมาก ทั้งนี้คาดว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ในระยะ 3 วันที่เข้ามาท่องเที่ยวประมาณ 10,000 บาท/คน จะเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
นายทรงชัยกล่าวต่อไปว่า ในช่วงเทศกาลกินเจระหว่างวันที่ 30 กันยายนถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2565 อัตราการเข้าพักโรงแรมต่าง ๆ ใน อ.หาดใหญ่ จะเต็มอีก โดยเฉพาะโรงแรมในย่านดาวน์ทาวน์ เนื่องจากชาวมาเลเซียนิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน อ.หาดใหญ่ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าไปยังที่อื่น
ตอนนี้หลายภาคส่วนได้ช่วยกันจัดกิจกรรมจัดอีเวนต์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่มีเสียงสะท้อนจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียส่วนหนึ่งเกี่ยวกับสถานที่จัดงาน ซึ่งปัจจุบันมักมีการจัดกลางย่านดาวน์ทาวน์ โดยเฉพาะบริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ เทศบาลนครหาดใหญ่
เนื่องจากไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียที่มีรถยนต์ รถบิ๊กไบต์ส่วนตัวไม่สามารถนำรถเข้าไปจอดภายในโรงแรมในพื้นที่จัดงานดังกล่าวได้ จึงควรวางแนวทางการจัดงานใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว เพื่อเป็นผลต่อเศรษฐกิจหาดใหญ่
นอกจากนี้มีเสียงสะท้อนจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น จ.พัทลุง จ.ตรัง จ.นครศรีธรรมราช ฯลฯ อยากให้รถบัส รถตู้ รถยนต์ส่วนตัวของชาวมาเลเซียสามารถวิ่งเข้าไปท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงได้เหมือนปี 2557 จะส่งผลให้จังหวัดเหล่านี้มีเศรษฐกิจดีขึ้นตามไปด้วย
เพราะชาวมาเลเซียจะเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยไม่ต่ำกว่า 40 บัส และยังมีรถตู้ รถส่วนตัวอีก ประมาณไม่ต่ำกว่า 5,000 คน มีค่าใช้จ่าย/คน ประมาณ 10,000 บาท จะเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้
ทางด้าน นายจรูญ แก้ววจีทรัพย์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า การที่ชาวมาเลเซียทะลักเข้ามาท่องเที่ยวยัง จ.สงขลา และมีนักท่องเที่ยวบางส่วนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน จ.พัทลุง ด้วย แต่ไม่มากนัก เนื่องจากติดเงื่อนไข ห้ามรถบัสท่องเที่ยว รถตู้ รถส่วนตัวของชาวมาเลเซียเดินทางออกจาก จ.สงขลา ผิดระเบียบข้อตกลง
แต่ถ้าจะออกจาก จ.สงขลา มาท่องเที่ยวจะต้องเปลี่ยนเป็นรถของไทย นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจึงไม่นิยมเดินทางไปจังหวัดใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ทางการน่าจะยืดหยุ่นผ่อนปรน ให้รถของประเทศมาเลเซียเดินทางไปยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น จ.พัทลุง จ.ตรัง จ.นครศรีธรรมราช ได้
เพื่อโอกาสในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 ทั้งนี้ ชาวมาเลเซียที่เข้ามาท่องเที่ยวใน จ.พัทลุง มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันประมาณ 2,500-3,000 บาท