SCGผนึกปตท.เปิดรับSMEs ดัน”BigBrother”ปี2เชื่อมซัพพลายเชน
SCG-ปตท. เปิดรับ SMEs ปั้นขึ้นเป็นซัพพลายเชนป้อนวัตถุดิบให้ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั่วไทยเด้งรับนโยบาย “Big Brother” ด้าน กสอ. เตรียมประเดิมคัดเลือก 20 SMEs ดึงเข้าซัพพลายเชนบริษัทใหญ่
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ในฐานะหนึ่งใน 50 บริษัทใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการ Big Brother ของกระทรวงอุตสาหกรรม ตามมาตรการส่งเสริมและช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า SCG มีหลายธุรกิจในเครือข่าย ที่พร้อมเปิดอบรมชี้แนะให้ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้วิธีการผลิตและพัฒนาสินค้าต่าง ๆ เพื่อให้สามารถป้อนวัตถุดิบเป็นหนึ่งในซัพพลายเชนให้กับบริษัทขนาดใหญ่ต่าง ๆ ได้
“เราไม่ถึงกับดึง SMEs มาเป็นซัพพลายเชนเลย แต่ SMEs จะมีโอกาสและรู้ว่าสามารถผลิตสินค้าอะไรให้กับใครได้บ้าง ใช้วัตถุอย่างไร พัฒนาอย่างไร ซึ่ง SMEs เองก็อาจไปเป็นซัพพลายเชนให้รายใหญ่ใครก็ได้ในประเทศ หรือสามารถผลิตส่งออกป้อนให้กับต่างประเทศได้เอง” นายรุ่งโรจน์กล่าว
สำหรับธุรกิจในเครือข่าย SCG เช่น ธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรครอบคลุมตั้งแต่การผลิตขั้นต้น (โอเลฟินส์) ไปจนถึงขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกประเภทต่าง ๆ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระดาษและบรรจุภัณฑ์ครบวงจร รวมถึงธุรกิจผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ทาง SCG เตรียมหา SMEs มาเพื่อจะชี้แนะให้ว่าผู้ประกอบการ SMEs จะพัฒนาเป็นซัพพลายเชน เพื่อป้อนสินค้าให้กับธุรกิจขนาดใหญ่ได้อย่างไร เพราะการเป็นซัพพลายเชนให้กับรายใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นการที่ SCG เข้าไปช่วยจะเป็นโอกาสที่ SMEs เหล่านี้สามารถเข้าไปเป็นซัพพลายเชนได้
อีกส่วนคือการสร้างคนจากด้านการศึกษา โดยพัฒนาด้านทักษะฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพและเป็นมืออาชีพผ่านโรงเรียน 70 แห่ง ที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปแล้ว 10 แห่ง เพื่อนำบุคลากรเหล่านี้ไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทาง SCG ได้เริ่มโครงการ Big Brother ไปแล้วระยะหนึ่ง ในส่วนของธุรกิจโลจิสติกส์ได้นำหลักสูตร Road Traffic สำหรับรถบรรทุก รถยนต์ ปิกอัพ รถมอเตอร์ไซค์ รถฟอร์กลิฟต์ รวมถึงคลังสินค้าให้SMEs ได้เรียนรู้วิธีการ เพื่อให้ผู้ประกอบการบริษัทรถบรรทุกขนส่งรายเล็กได้พัฒนาการบริการ เข้าไปสู่ระบบขนส่งแบบครบวงจร และสามารถให้บริการกับบริษัทผู้ประกอบการรายใหญ่ทั่วไปได้
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ภายในเดือน ก.พ.เตรียมลงนามความร่วมมือกับทางภาคเอกชนกว่า 50 ราย และวางกรอบการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมจากนั้นในเดือน มี.ค.จะให้คณะกรรมการจากตัวแทนบริษัท Big Brother คัดเลือก SMEs ทุกอุตสาหกรรม กลุ่มแรก 20 รายเข้ามาเริ่มทดลองโครงการก่อน ซึ่งจะทำให้รู้ว่า SMEs แต่ละรายเหมาะที่จะส่งไปให้พี่เลี้ยง Big Brother รายใดช่วย โดยจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน
จากนั้นจะประเมินผลซึ่งจะรับประกันว่าทั้งหมดที่ผ่านโครงการจะต้องมีการเติบโตแบบยั่งยืนระยะยาว ทั้งด้านรายได้ กำไร หรือเข้าไปเป็นซัพพลายเชนได้ คาดว่าปีนี้พี่จะช่วยน้องได้ถึง 70 กิจการ เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 700 ล้านบาทปีนี้ขยายจำนวนบริษัทพี่เลี้ยงจาก20 รายเป็น 50 ราย ตอบรับแล้วประมาณ 36 บริษัท อาทิ เดนโซ่ SCG ปตท. PTTGC เดลต้า นิสสัน ฮอนด้า โตโยต้า อีซูซุ ซีเมนต์ และ MG ราย ทำหน้าที่เชื่อมโยง SMEs สู่ global value chain และเสริมแกร่งด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี เช่น ให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (ITC) ส่วนกลางและภูมิภาคเพื่อยกระดับ SMEs ด้านเทคโนโลยี
ล่าสุด ปตท.เตรียมสร้างอาคารสำหรับผู้เชี่ยวชาญและส่งเข้ามาช่วยพัฒนางานวิจัย ส่วนบริษัท เอสซีจีโลจิสติกส์ ในเครือ SCG ตอบรับเข้าช่วย SMEs สำหรับภาคการผลิตในการขนส่ง กระจายสินค้าสู่ตลาด ด้วยความรวดเร็ว ราคาย่อมเยา มีประสิทธิภาพระบบติดตาม (GPS) ให้บริการขนส่งสินค้าแบบ B2B (business to busi-ness) ปลอดภัย ตรงเวลา
“แม้เราจะไม่การันตีว่า SMEs จะเข้ามาสู่การเป็นซัพพลายเชนให้กับอุตสาหกรรม S-curve ได้ 100% หรือไม่แต่ต้องมีรายที่ทำได้แน่นอน หรืออย่างน้อยเขาจะแข่งขันได้ มีศักยภาพทั้งส่งออก เชืื่อมโยงสู่ห่วงโซ่เพื่อผลิตป้อนให้กับรายใหญ่ได้”
ส่วน Big Brother ของต่างประเทศทางบริษัท เด็นโซ่คอร์ปอเรชั่น นำร่องจัดตั้งโครงการพัฒนาผู้ประกอบการ lean automation system integrator (LASI) ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน โดยนำหุ่นยนต์ 7 ตัว ที่ติดตั้งที่ศูนย์ ITC สำหรับเรียนรู้การใช้งานหุ่นยนต์พื้นฐานและการออกแบบระบบการผลิตแบบอัตโนมัติ ช่วยให้อุตสาหกรรมนี้ได้เรียนรู้เทคโนโลยี กระบวนการทำงานสมองกล (IOT) การรวบระบบไอทีและวิศวกรรมเชื่อมไปสู่กระบวนใช้งาน system integrator (SI) หวังว่าในอนาคตไทยจะมีศักยภาพการเป็นผู้ผลิต ประกอบชิ้นส่วนและตัวหุ่นยนต์ได้เอง สำหรับแผนปี 2561 โครงการ Big Brother หรือพี่ช่วยน้องด้วยความร่วมมือจากภาคเอกชนจากหอการค้าไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สถาบันการเงิน ผ่านโครงการประชารัฐ ได้เพิ่มบริษัทพี่เลี้ยงเพิ่มเป็น 20-50 บริษัท ขยายการดูแลไปกลุ่มธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม ด้านการเกษตร ด้านท่องเที่ยวและบริการ โดยขยายความร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ของปีงบประมาณ (ม.ค.-ก.ย. 2561) ตั้งเป้าช่วยให้คำแนะนำในการพัฒนาเอสเอ็มอี 240 ราย ให้มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านเพิ่มขึ้น และสามารถเพิ่มรายได้จาก 50 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาทเฉลี่ย/ราย
ทั้งนี้ ผลการดำเนินการในปี 2559-2560 สามารถมาช่วยพัฒนาSMEs 57 บริษัท สร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงถึง 500 ล้านบาท เพียงระยะเวลา 1 ปี
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Prachachat ได้แล้วทั้งระบบ iOS และแอนดรอยด์
