ราคาน้ำมันดิบ (28 ต.ค. 65) ปรับเพิ่ม หลังได้แรงหนุนจากการขยายตัว GDP สหรัฐ
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของ GDP สหรัฐ
วันที่ 28 ตุลาคม 2565 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังตลาดได้รับแรงหนุนจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐที่ขยายตัว 2.6% ในไตรมาส 3 ซึ่งขยายตัวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.3% และช่วยให้นักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 27 ต.ค. 2565 อยู่ที่ 89.08 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.17 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 96.96 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.27 เหรียญสหรัฐ
คาดการณ์ธนาคารกลางในประเทศต่าง ๆ ใกล้จะสิ้นสุดวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยล่าสุดอีก 0.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 65 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของ 19 ประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร หรือยูโรโซน ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1.5% ซึ่งนับเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ตั้งแต่เดือน ก.ค. 65
ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ในประเทศจีน หลังนักลงทุนต่างชาติได้เทขายหุ้นในตลาดหุ้นจีนในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลต่อเศรษฐกิจจีนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (ZERO COVID-19) และวิกฤตการณ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังสต๊อกน้ำมันเบนซินของสหรัฐปรับตัวลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 207.9 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 8.9 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังจากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในเวียดนามปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่อุปทานน้ำมันดีเซลในประเทศมีความตึงตัว
