อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย ถกนักธุรกิจไทย พล.อ.ประวิตร ร่วมวง
อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ขนนักธุรกิจร่วมหารือเอกชนไทยกว่า 100 ราย ชูหลักการพัฒนาเศราฐกิจ-ลงทุน บนความร่วมมือ ไม่ใช่การแข่งขัน
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เข้าร่วมงาน Business Meeting พร้อมกล่าวปาฐกถา สำคัญในหัวข้อ “The Future of ASEAN” โดยมีผู้นำจากภาคอุตสาหกรรมทั้งจากฝ่ายไทยและมาเลเซียกว่า 100 รายเข้าร่วมงาน จัดขึ้นโดยหอการค้ามาเลเซีย-ไทย (MTCC) ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน กรุงเทพฯ
นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวปาฐกถาพิเศษ แสดงวิสัยทัศน์ ถึงแนวทางการพัฒนาอาเซียนให้สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมั่นคง ตอนหนึ่งว่า “หลังจากการก้าวขึ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ผมให้ความสำคัญกับอาเซียนเป็นอันดับสูงสุด สำหรับประเทศมาเลเซียและประเทศไทยนั้น มีความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจที่สูงซึ่งจะสามารถสร้างประโยชน์ที่สูงสุดแก่ประชาชนได้”
“ดังนั้น เราควรศึกษาถึงแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ไทย-มาเลเซีย (Thailand-Malaysia Special Economic Corridor (TM-SEC)) ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย และพื้นที่รัฐฝั่งเหนือของประเทศมาเลเซีย”
“โดยผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นการร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งเสริมธุรกิจที่มีศักยภาพและสร้างโอกาสในการเชื่อมสู่ตลาดเอเชียและตะวันออกกลางได้ อันจะช่วยให้สามารถพัฒนาศักยภาพของเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) ได้อย่างเหมาะสม โดยพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาจุดที่อ่อนแอที่สุดในพื้นที่ดังกล่าวก่อน”
นายอันวาร์ อิบราฮิม กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความสงบและความเจริญรุ่งเรืองของประชาชน เป็นผลลัพธ์ที่รัฐบาลควรคำนึงถึงและให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ผู้นำของประเทศในอาเซียนต่างเข้าใจถึงศักยภาพของอาเซียนอยู่แล้ว ถ้าหากว่าเราร่วมมือกันพัฒนาและขับเคลื่อนร่วมกัน เราจะสามารถยกระดับขีดความสามารถของอาเซียนได้อย่างแน่นอน”
“ทั้งนี้ มีนโยบายหลักที่ผู้นำของประเทศในอาเซียนควรให้ ความสนใจ คือ 1.การส่งเสริมด้านการค้าและการลงทุนภายในกลุ่มประเทศในอาเซียน 2.การเสริมสร้างสภาวะแวดล้อมใหม่ด้านการศึกษา วิจัยและพัฒนาภายในพื้นที่อาเซียน สำหรับอาเซียนรุ่นใหม่ และ 3.ใช้ประโยชน์ด้านการเป็นผู้นำเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือด้านการเงิน เพื่อเป็นเกราะป้องกันแก่สมาชิก”
นายอันวาร์ อิบราฮิม กล่าวเน้นปิดท้ายว่า “เราควรร่วมกันฟื้นฟูจิตวิญญาณของอาเซียน โดยหลักสำคัญคือการสร้างแนวคิด ‘ความร่วมมือ ไม่ใช่การแข่งขัน’ โดยผู้นำของแต่ละประเทศต้องเป็นผู้ริเริ่มในการสร้างแนวคิดใหม่ที่สอดคล้องกับแนวคิดของคนรุ่นใหม่ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน”
ด้านนาย Yeap Swee Chuan ประธานกิตติมศักดิ์ หอการค้ามาเลเซีย-ไทย และประธานบริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ ฯพณฯ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยกล่าวว่า
“หอการค้ามาเลเซีย-ไทย นั้นก่อตั้งมากว่า 20 ปี และปัจจุบันประกอบด้วยสมาชิก 198 บริษัท โดยเป็นหนึ่งในหอการค้าในมาเลเซียที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยหอการค้ามาเลเซีย-ไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเยือนประเทศไทยของ ฯพณฯ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในครั้งนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถผลักดันให้เกิดการลงทุนจากทั้งผู้ประกอบการไทยและมาเลเซียมากยิ่งขึ้นในอนาคต”
ดร.ทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในช่วงเปิดงาน ถึงโอกาสที่สำคัญในการสร้างความร่วมมือด้านธุรกิจระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย ว่า “ประเทศไทยและมาเลเซียมีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน โดยทั้งสองประเทศช่วยเหลือซึ่งกันและกันในช่วงการเกิดวิกฤตทางการเงินและเศรษฐกิจในอดีต โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการลงนามความตกลงเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และร่วมกันพัฒนาโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องระหว่างประเทศในอาเซียน”
“แต่เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ยังอยู่ช่วงต้นในการพัฒนาในภาคอุตสาหกรรม จึงมีหลายโครงการที่ยังไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง ปัจจุบันอาเซียนประสบความสำเร็จในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีต่าง ๆ จึงเป็นโอกาสอันดีในการริเริ่มสร้างกลยุทธ์ความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาคร่วมกันใหม่ โดยการเยือนประเทศไทยของ ฯพณฯ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในครั้งนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมในเกิดความร่วมมือระหว่างสองประเทศทั้งในเชิงการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมต่อไป”
งานดังกล่าว มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ร่วมหารือกับนักธุรกิจและชาวมาเลเซียในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ให้การต้อนรับและหารือร่วมกับ นายอันวา อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและคณะ ภาพรวมความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนที่แนบแน่นระหว่าง พล.อ.ประวิตร และนายอันวา ส่งผลให้บรรยากาศการพูดคุยเป็นกันเองยิ่งและมีความจริงใจต่อกัน

โดยเฉพาะประเด็นด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต่างเห็นพ้องร่วมกัน ให้เกิดความสงบไม่มีความรุนแรงและเปิดพื้นที่พัฒนาร่วมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศจะให้ความสำคัญกับการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน โดยมุ่งมิติทางสังคม วัฒนธรรม และชุมชน ควบคู่ไปกับความมั่นคง ซึ่งจะมีการประสานการทำงานร่วมกันอย่างแน่นแฟ้นมากขึ้น ทั้งหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานด้านการข่าว

พล.อ.คงชีพกล่าวว่า มาเลเซียถือว่า เป็นปัญหาภายในของไทย โดยมาเลเซียพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และถือเป็นสัญญานที่ดี หลังได้มีการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวกการเจรจาสันติสุข (facilitator) ของมาเลเซียแล้ว
“นายอันวาย้ำอย่างเชื่อมั่นว่า ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร จะสามารถการแก้ปัญหาความไม่สงบและความรุนแรงที่มีอยู่ให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันได้ในที่สุด” พล.อ.คงชีพกล่าว
อนึ่ง อันวาร์ อิบราฮิม อดีตนักการเมืองฝ่ายค้านมาเลเซีย ได้รับแต่งตั้งจากสุลต่านอย่างเป็นทางการ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 หลังอยู่ในเส้นทางการเมือง การถูกจำคุก และเป็นผู้นำฝ่ายค้านมายาวนาน