เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ครม.ให้อำนาจ ธปท. กำกับเช่าซื้อรถยนต์-มอเตอร์ไซค์ ไม่ให้โดนหลอก

07 มี.ค. 2566 | 14:19น.
เช่าซื้อรถ

เช่าซื้อรถ

คลังเผย ครม.ไฟเขียวให้อำนาจ ธปท. กำกับธุรกิจเช่าซื้อ-ลีสซิ่ง “รถยนต์-จักรยานยนต์” ชี้ต้นตอสำคัญก่อหนี้ครัวเรือนสูง แถมผู้ใช้บริการร้องเรียนพุ่งต่อเนื่อง

วันที่ 7 มีนาคม 2566 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดแนวทางกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์

โดยให้ความเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจทางการเงินบางประเภทอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. …. เพื่อกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เนื่องจากในปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวให้บริการแก่ประชาชนในวงกว้าง โดยมียอดธุรกรรมสูงถึง 12.4% ของหนี้ครัวเรือนและมีแนวโน้มการขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งประมาณ 1 ใน 3 ของยอดธุรกรรมดังกล่าวเป็นการให้บริการโดยผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะ

ประกอบกับจำนวนเรื่องร้องเรียนจากการใช้บริการธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเพื่อให้ ธปท.กำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์

ซึ่งจะส่งเสริมและดูแลให้ประชาชนได้รับบริการทางการเงินที่เป็นธรรม ไม่ถูกหลอก ถูกบังคับ ถูกรบกวน หรือถูกเอาเปรียบ และได้รับการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เพียงพอต่อการตัดสินใจสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินด้วยราคาที่เหมาะสม รวมทั้งยังเป็นการรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจการเงิน โดยเฉพาะการบริหารจัดการหนี้ครัวเรือนของประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และไม่เป็นการส่งเสริมให้ผู้บริโภคก่อหนี้สินจนเกินตัว

ร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจะครอบคลุมผู้ประกอบธุรกิจที่มีสถานะเป็นนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจที่มีหน่วยงานกำกับดูแลอยู่แล้ว เช่น สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ สหกรณ์ เป็นต้น ทั้งนี้ การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ภายใต้ร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ จะไม่ทับซ้อนกับการกำกับดูแลธุรกรรมเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ยังคงมีอำนาจในการคุ้มครองผู้บริโภคและกำหนดสัญญามาตรฐานในเรื่องดังกล่าวต่อไป โดยรัฐบาลจะดำเนินการตามกระบวนการตรากฎหมายต่อไป

“ร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจะช่วยยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้บริการได้รับความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น” นายพรชัยกล่าว