เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

เปิดแผน 5 พรรคหาเงินเข้าประเทศ ล้วงกองทุนมนุษย์เงินเดือน+รีดภาษีคนรวย

22 เม.ย. 2566 | 14:05น.
ป้ายหาเสียง
คอลัมน์ : Politics policy people forum

นโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง คือ สัญญาประชาคมที่ให้ไว้ว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาล ภายในระยะเวลา 4 ปี จะทำอะไร-อย่างไร เพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจก่อนเลือกตั้ง-ครบวาระจะเลือกกลับมาอีกหรือไม่

ฤดูการเลือกตั้ง 66 พรรคการเมืองตีปี๊บนโยบายใช้เงิน “ประชานิยมสุดโต่ง” หาเสียง-เกทับ “คู่แข่ง” เพื่อหวังจูงใจให้มาลงคะแนน กลายเป็นโฆษณาชวนเชื่อ-นโยบายขายฝัน คู่ขนานกับ “นโยบายหาเงิน”

พลังประชารัฐปฏิรูประบบภาษี

“อุตตม สาวนายน” ประธานคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ พลังประชารัฐ บอกวิธีการหาเงิน คือ เรื่องภาษี ปรับระบบภาษีทุกประเภท

“ภาษีมูลค่าเพิ่มของไทยปัจจุบัน 10% แต่ใช้แค่ 7% ถ้า 10% ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของโลกที่ 12% แถวอาเซียนอยู่ประมาณ 9% ถ้าเราอยู่ 10% ก็เรียกว่าเกาะกลุ่ม”

“ถ้าเพิ่มได้อะไร ก็จะได้รายได้เข้ารัฐปีละ 80,000 ล้านบาท ถึง 100,000 ล้านบาทต่อปี ผมว่าคุ้ม แต่การพิจารณาต้องรอบคอบ ไม่ใช่บอกว่าขึ้นก็ขึ้นเลย ดูไทมิ่งก่อน วันนี้สถานการณ์เศรษฐกิจขาขึ้นขาลง ถ้าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นแล้วเป็นไทมิ่งที่ดี ต้องขึ้น ถ้าจีดีพีโตขึ้น 5% ใช่เลย ถ้าไทมิ่งไม่ใช่ ขึ้นเร็วไป วันนี้จีดีพีโต 2% มันกระทบจีดีพีทันที คนจับจ่ายน้อยลง ฝืดเลยนะ เพราะฉะนั้นไทมิ่งวันนี้ยังไม่ใช่”

ภาษีรายได้ส่วนบุคคล ทบทวนค่าลดหย่อนให้มีน้อยลงได้หรือไม่ โดยเฉพาะคนที่มีรายได้สูง (30% 35%) ที่จ่ายจริงไม่ถึงจำนวนมาก รัฐจะได้เงินเพิ่มปีละแสนล้าน

ภาษีนิติบุคคล ทบทวนค่าลดหย่อน ปรับให้เหมาะสม ทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกปีละแสนกว่าล้าน ภาษีใหม่ เช่น ภาษีออนไลน์ ภาษีความหวาน จะเป็นเงินรายได้เข้ารัฐอีกก้อนหนึ่ง

การขยายฐานภาษีและประสิทธิภาพการเก็บ เป็นหน้าที่ ไม่เรียกเป็นนโยบาย พรรคไหนก็ต้องขับเคลื่อนให้หน่วยงานจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเก็บได้มากขึ้น

“ขยายฐานให้ SMEs สตาร์ตอัพและคนตัวเล็กเข้ามา ต้องลงทุน ต้องปรับโครงสร้างหนี้ เติมทุนใหม่ เงื่อนไขต้องเข้าฐานภาษี ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ กระทรวงการคลังจะเป็นกระทรวงแรกที่กรมจัดเก็บภาษีใช้บล็อกเชนทั้งกระทรวง”

“อำนวยความสะดวกได้เร็วขึ้นสำหรับประชาชนในการชำระภาษี ติดตามได้ง่ายขึ้น เงินเยอะนะ ถ้า improve พูดกันตรง ๆ ก็ต้องเสียสละกัน กระทบนะกับสิ่งที่คุณเคยทำ แต่ผลประโยชน์กับประเทศ กับประชาชนมี”

“เรื่องนี้ต้องจริงจัง กระทรวงอื่นด้วย กระทรวงการคลังทำแล้ว ลิงก์กับแบงก์ชาติ ลิงก์กับตลาดหลักทรัพย์ฯ กรมจัดเก็บข้างในรู้หมดแล้วว่าเป็นยังไง จะช่วยต่อต้านการทุจริต ฟอกเงินยากเลย”

กราฟฟิก 5 พรรค

ดึงนักลงทุนต่างชาติ 4 ล้านล้าน

พรรครวมไทยสร้างชาติของ พล.อ.ประยุทธ์-หัวหน้าคณะรัฐบาล มี “ขุนพลเศรษฐกิจข้างกาย” อย่าง “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” รองนายกรัฐมนตรี-รมว.พลังงาน

และ “หม่อมปืน” ม.ล.ชโยทิต กฤษดากร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี-ผู้แทนการค้าไทย เป็น “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” โดยมี “พิมพ์เขียว” หารายได้จากต่างประเทศ 4 ล้านล้านบาท ภายใน 3 ปี

มาจากการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ฐานผลิตรถอีวี สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ การลงทุนโครงสร้างดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์เซอร์วิส มี AWS กูเกิล หัวเว่ย ตัดสินใจเข้ามาลงทุน

รายได้จากชาวต่างชาติที่มีศักยภาพมาพำนักระยะยาวในไทย ประกาศให้วีซ่าและใบอนุญาตทำงานอายุ 10 ปี การปรับปรุงความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย 3 แสนล้านบาท โครงการลงทุนด้านพลังงานอีอีซี 3 แสนล้านบาท

ก้าวไกลรีดไขมันกองทัพ 40%

พรรคหัวก้าวหน้า-ก้าวไกล “ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่างเค้าโครงหารายได้ โดยการรีดไขมันจากงบประมาณรายจ่ายปีละกว่า 3 ล้านล้านบาท โดยการหั่น-ลดโครงการที่ไม่จำเป็นลงได้ 100,000 ล้านบาท

เก็บภาษีคนรวยและทุนใหญ่

ลดขนาดกองทัพ 30-40% เรียกคืนธุรกิจกองทัพมาให้กระทรวงการคลังบริหาร จะได้เงิน 50,000 ล้านบาท เช่น สนามกอล์ฟ ตัดงบฯกลางลดลงได้ 30,000 ล้านบาท รายได้จากเงินปันผลรัฐวิสาหกิจ 30,000 ล้านบาท ส่วนงบฯเงินใหม่-หาเงินเพิ่ม ได้แก่ เก็บภาษีความมั่งคั่งกับคนที่มีทรัพย์สินเกิน 300 ล้านบาท จะมีรายได้ใหม่ 60,000 ล้านบาท เก็บภาษีที่ดินรายแปลง-รวมแปลง 150,000 ล้านบาท

เก็บภาษีบุคคลทุนใหญ่ 92,000 ล้านบาท การปฏิรูปสิทธิประโยชน์บีโอไอ 8,000 ล้านบาท การเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี 100,000 ล้านบาท และหวยบนดิน 50,000 ล้านบาท

กุญแจ 3 ดอก ปลุกธุรกิจใหม่

พรรคเพื่อไทย นโยบายสร้างประเทศด้วยนวัตกรรมและดิจิทัลผ่านเขตธุรกิจใหม่ (new business zone) ภายใต้วาทกรรม “กุญแจ 3 ดอก” เพื่อ “ดึงเงินนอก ปลุกเงินใน เปลี่ยนเงินที่หลับใหล เป็นเงินที่สร้างเงิน”

กุญแจดอกที่ 1 “กฎหมายธุรกิจชุดใหม่” ปลดล็อกปัญหาการทำธุรกิจของ startup และ SMEs ในทุกมิติ รวมถึงดึงเงินนักลงทุนจากต่างชาติ เข้าแก้ไขปัญหาด้านใบอนุญาตต่าง ๆ ปัญหาแรงงาน การนำเข้าส่งออก และการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ

กุญแจดอกที่ 2 “สิทธิประโยชน์ใหม่” ให้สิทธิในการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีนำเข้าไม่แพ้ที่ใดในโลก

กุญแจดอกที่ 3 “ระบบนิเวศทางธุรกิจใหม่” โดยการสร้างสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ระบบการศึกษาและการผลิตคนทำงานใหม่ ระบบธนาคารใหม่ เพื่อผลักดันให้ภาคเอกชนขับเคลื่อนได้

นอกจากนี้ ยังดำเนินนโยบาย “รดน้ำที่ราก” กระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก เริ่มต้นแก้ระยะสั้น ดึงการท่องเที่ยวกลับมา เปิดประตูรับเงินจากต่างประเทศ ภายในปี 2570 ตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 3 ล้านล้านบาทต่อปี เพิ่มรายได้เกษตรกรที่มีอยู่ 40% คิดเป็นสัดส่วน 8% ของจีดีพี 3 เท่าใน 4 ปี ให้เอสเอ็มอีมีการตลาด-การเงิน การเพิ่มผลิตผล โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ รวมถึงนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์

ปชป.ใช้เงินนอกงบประมาณ

นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ที่แจกเพิ่ม ใช้จ่ายตามแคมเปญหาเสียง ต้องใช้งบประมาณรายจ่าย ถ้าได้เป็นรัฐบาล รวม 685,400 ล้านบาทต่อปี เงินนอกงบประมาณ 460,000 ล้านบาท รวม 4 ปี 2,741,600 บาท

ประกอบด้วย 1.ประกันรายได้ “จ่ายเงินส่วนต่าง” ข้าว มัน ยาง ปาล์ม ข้าวโพด วงเงินที่ใช้ 70,000 ล้านบาท

2.ชาวนา รับ 30,000 บาทต่อครัวเรือน วงเงินที่ใช้ 97,000 ล้านบาท

3.นโยบาย 3 ล้านบาท ต่อยอดเกษตรแปลงใหญ่ วงเงินที่ใช้ 30,000 ล้านบาท

4.ค่าตอบแทน อกม. 1,000 บาทต่อเดือน วงเงินที่ใช้ 900 ล้านบาท

5.ประมงท้องถิ่น รับ 100,000 บาททุกปี วงเงินที่ใช้  300 ล้านบาท

6.Startup-SMEs ต้องมีแต้มต่อ 3 แสนล้าน วงเงินที่ใช้ 3 แสนล้านบาท

7.ธนาคารหมู่บ้าน-ชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท วงเงินที่ใช้ 160,000 ล้านบาท

8.อินเทอร์เน็ต “ฟรี” ทุกห้องเรียน/ฟรีทุกหมู่บ้าน 1 ล้านจุด วงเงินที่ใช้ 3,600 ล้านบาท

9.เรียนฟรีถึงปริญญาตรี สาขาที่ตลาดต้องการ วงเงินที่ใช้ 500 ล้านบาท

10.ฟรี นมโรงเรียน 365 วัน วงเงินที่ใช้ 20,700 ล้านบาท

11.ชมรมผู้สูงอายุ รับ 30,000 บาท ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน วงเงินที่ใช้ 2,400 ล้านบาท

สรุปที่มาของรายได้ที่ใช้ดำเนินโครงการตามนโยบาย ดังนี้

-ปรับลดงบประมาณบางรายการ เช่น งบกลาง รายการสำรองจ่ายฉุกเฉิน การลดงบประมาณโครงการเดิมที่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน จำนวน 100,000 ล้านบาท

– ภาษีใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผู้มีรายได้สูง จำนวน 32,200 ล้านบาท

– การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี จำนวน 100,000 ล้านยาท

งบประมาณสำหรับที่ใช้ประกาศโฆษณา แบ่งออกเป็นนโยบาย

– เกษตรทันสมัย จำนวนเงินที่ใช้ 198,200 ล้านบาทต่อปี (งบฯจ่ายครั้งเดียว 30,000 ล้านบาท ปีถัดไปใช้งบ 168,200 ล้านบาท

– สวัสดิการตลอดชีวิต 162,400 ล้านบาทต่อปี (งบฯหน่วยงานนอก 160,000 ล้านบาท ปีถัดไปใช้งบฯ 10,400 ล้านบาท)

– เศรษฐกิจการค้า 300,000 ล้านบาทต่อปี (เงินนอกงบประมาณ)

– การศึกษาทันสมัย 24,800 ล้านบาทต่อปี

รวม 685,400 ล้านบาทต่อปี (เงินนอกงบประมาณ 460,000 ล้านบาท)

14 พฤษภาคม 2566 เลือกรัฐบาลใหม่ ใช้เงินเป็น-หาเงินเก่ง