แสวง บุญมี
อัพเดต 4 ก.พ.2569 เวลา 15.37
เปิดประวัติ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. คนสำคัญในการเลือกตั้ง 2569 วาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี
จากกรณีการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เกิดความผิดพลาดหลายจุด จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง ทำให้ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องออกมาชี้แจง ยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดจริง แต่ยืนยันว่า ไม่กระทบต่อการนับคะแนนเลือกตั้ง
กระแสดังกล่าวลุกลามจนเกิดคำแสลงใหม่ในโลกออนไลน์อย่างคำว่า “อย่ามาแหวง” ซึ่งพ้องเสียงกับชื่อของเลขาธิการ กกต. โดยนายแสวงให้สัมภาษณ์ว่าไม่รู้สึกโกรธ พร้อมระบุว่าฟังแล้วแปลกดี และไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องเสียหายแต่อย่างใด
ประชาชาติธุรกิจพาไปทำความรู้จักกับ “แสวง บุญมี” เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ข้าราชการลูกหม้อผู้คร่ำหวอดในแวดวงการเลือกตั้ง ที่กำลังถูกจับตาจากสังคม ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า

ประวัติ แสวง บุญมี
นายแสวง บุญมี เกิดเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2506 ปัจจุบันอายุ 62 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงหลายสาขา ทั้งรัฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2) และนิติศาสตร์ รวมถึงรัฐศาสตรมหาบัณฑิต (การปกครอง)
เส้นทางการทำงานถือเป็น “ลูกหม้อ กกต.” เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 3 และ 5 รวมถึงเป็นอดีตอนุกรรมาธิการการปฏิรูปกลไกและระบบการเลือกตั้ง ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปประเทศ (สปท.)
นายแสวงได้รับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการสำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 ด้วยมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี หลังจาก พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ลาออกไปดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา
ทั้งนี้ นายแสวงเคยเผชิญดราม่าลักษณะเดียวกันมาแล้วในการเลือกตั้งล่วงหน้า ปี 2566 จากกรณีเอกสารผิดพลาด จนเกิดแฮชแท็ก #กกตมีไว้ทำไม ในโลกออนไลน์
โดย แสวง บุญมี ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการสำนักงาน กกต. ภายหลังพิจารณาความเห็นที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเป็นเอกฉันท์ และรายงานสรุปผลการรับฟังวิสัยทัศน์ผู้สมัคร ที่คณะอนุกรรมการดำเนินการสรรหาและตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการเสนอมา
สำหรับการคัดเลือกเลขาธิการ กกต.ครั้งที่ผ่านมา สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ลาออกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 เพื่อไปรับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา และ กกต.ได้เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นเลขาธิการ กกต.เมื่อวันที่ 1-28 มกราคม 2565 ซึ่งมีผู้สมัครเพียง 2 ราย คือ นายแสวง บุญมี และ พล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงสมัคร เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2565 มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สินครบ 3 ปี รวมกว่า 50 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 โดยนายแสวงแจ้งสถานะสมรสกับ นางรุ่งทิวา บุญมี
ทั้งนี้ นายแสวงและคู่สมรสแจ้งว่ามีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 50,246,048 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของนายแสวง 28,280,675 บาท และของคู่สมรส 21,965,156 บาท โดยไม่มีหนี้สิน
ทรัพย์สินของนายแสวงประกอบด้วย เงินฝากในบัญชีธนาคารและสหกรณ์ออมทรัพย์องค์กรอิสระ จำนวน 4 บัญชี มูลค่ารวม 8,220,933 บาท เงินลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์และกองทุน มูลค่า 4,435,169 บาท ที่ดิน 1 แปลง ในตำบลสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เนื้อที่ 1 งาน 7.2 ตารางวา มูลค่า 107,200 บาท และสิทธิและสัมปทาน มูลค่า 4,915,121 บาท
ขณะที่ทรัพย์สินอื่นของนายแสวงมีมูลค่ารวม 10,602,250 บาท ประกอบด้วย พระเครื่อง 530 องค์ มูลค่า 8,627,450 บาท พระพุทธรูป 73 องค์ มูลค่า 98,400 บาท เครื่องเสียงและลำโพง มูลค่า 1,382,400 บาท แผ่นเสียง 800 แผ่น มูลค่า 400,000 บาท ภาพศิลปะ 6 รูป มูลค่า 12,000 บาท รวมถึงกระเป๋าหนัง เข็มขัด และแหวน 2 วง มูลค่า 82,000 บาท
นอกจากนี้ นายแสวงแจ้งว่ามีรายได้ต่อปีจากเงินเดือน 1,274,800 บาท เงินเพิ่มและเงินประจำตำแหน่ง 840,000 บาท และเงินบำนาญ 120,000 บาท โดยมีรายจ่ายต่อปีรวม 820,000 บาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าเบี้ยประกัน ค่าเลี้ยงดูบุตร ค่าเดินทางท่องเที่ยว และการทำบุญบริจาค
ส่วนทรัพย์สินของ นางรุ่งทิวา บุญมี คู่สมรส ประกอบด้วย เงินสด 473,520 บาท เงินฝากในบัญชีธนาคาร 9 บัญชี มูลค่า 2,833,961 บาท เงินลงทุน 483,276 บาท เงินให้กู้ยืม 3,508,150 บาท และที่ดินรวม 5 แปลง ในเขตบึงกุ่มและบางกะปิ กรุงเทพมหานคร รวมถึงในอำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ มูลค่ารวม 6,486,875 บาท
นอกจากนี้ ยังมีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างจำนวน 4 หลัง มูลค่ารวม 4,800,000 บาท ยานพาหนะ ประกอบด้วยรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E220 จำนวน 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน มูลค่ารวม 595,000 บาท รวมถึงสิทธิและสัมปทาน มูลค่า 1,803,037 บาท
สำหรับทรัพย์สินอื่นของคู่สมรส มีมูลค่ารวม 2,784,373 บาท ได้แก่ ทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 57.25 บาท เครื่องเพชร อัญมณี กระเป๋าแบรนด์เนมจำนวน 12 ใบ และทรัพย์สินมีค่าอื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายแสวงเคยแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเมื่อเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กกต. เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 โดยขณะนั้นมีทรัพย์สินรวม 47,222,952 บาท