เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สินเชื่อแบงก์ Q1 โต 0.5% หลังภาครัฐคืนหนี้ รายใหญ่ออกหุ้นกู้ล็อกต้นทุน

22 พ.ค. 2566 | 17:59น.
สุวรรณี เจษฎาศักดิ์

สุวรรณี เจษฎาศักดิ์

ธปท.เผยผลประกอบการระบบธนาคารไตรมาสที่ 1/66 มีกำไรสุทธิ 6 หมื่นล้านบาท อานิสงส์ดอกเบี้ยขาขึ้น หนุนรายได้โต ระบุสินเชื่อชะลอตัวเหลือ 0.5% รายใหญ่ตบเท้าออกหุ้นกู้ ภาครัฐแห่คืนชำระหนี้-ซอฟต์โลน 1.38 แสนล้านบาท ด้านหนี้เสียปรับลดลง 4.98 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.68%

วันที่ 22 พฤษภาคม 2566 นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 1 ปี 2566 ระบบธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยมีเงินกองทุน 19.4% เงินสำรอง 173.4% และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูงที่ระดับ 193.7% สามารถทำหน้าที่สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากดูผลประกอบการในไตรมาสที่ 1/2566 ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิ 6 หมื่นล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ 6.2 หมื่นล้านบาท เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับเพิ่มขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและฐานของสินเชื่อที่ขยายตัว รวมถึงค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองที่ปรับลดลงจากปีก่อน

ขณะที่สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 1 ปี 2566 ขยายตัวที่ 0.5% ชะลอลงจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากการชำระคืนหนี้ของภาครัฐ ธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loans) ราว 1.38 แสนล้านบาท รวมทั้งการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ โดยธุรกิจขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี หากหักปัจจัยข้างต้นสินเชื่อจะขยายตัวอยู่ที่ 2.9%

โดยสินเชื่อภาคธุรกิจหดตัว -0.3% ซึ่งแบ่งเป็นสินเชื่อรายใหญ่ขยายตัว 2% แม้ว่าส่วนหนึ่งระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ซึ่งขยายตัวสูง 14.1% ส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจมีการล็อกต้นทุนการเงินในช่วงที่ดอกเบี้ยขาขึ้นแทนการใช้สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ ส่วนเอสเอ็มอีหากหักผลซอฟต์โลนจะหดตัวราว -2%

และสินเชื่อรายย่อยขยาตัว 2.1% แบ่งเป็นพอร์ตที่อยู่อาศัยเติบโต 2.9% และสินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัว 4.6% หากหักการโอนพอร์ตสินเชื่อจะขยายตัว 9.8% และสินเชื่อบัตรเครดิต -13.7% หากหักผลการโอนพอร์ตธุรกิจจะขยายตัว 8.1% และสินเชื่อรถยนต์ขยายตัว 1.1%

ด้านคุณภาพสินเชื่อ ธนาคารพาณิชย์มีการบริหารจัดการคุณภาพหนี้และให้ความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่องด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ ส่งผลให้ยอดคงค้างสินเชื่อด้อยคุณภาพหรือ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 4.98 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 2.68% ของสินเชื่อรวมทั้งหมด

“เรายังต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มครัวเรือนเปราะบางที่รายได้ฟื้นตัวช้าและมีหนี้สูง และการฟื้นตัวของธุรกิจบางกลุ่ม โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีทรงตัวจากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 86.9% ขณะที่ภาคธุรกิจสัดส่วนหนี้สินภาคธุรกิจต่อจีดีพีปรับลดลงต่อเนื่องอยู่ที่ 88.4% ด้านความสามารถในการทำกำไรปรับลดลง แต่ฐานะการเงินโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยยังต้องติดตามผลกระทบจากอุปสงค์ในตลาดโลกที่ชะลอลง และบางธุรกิจที่อ่อนไหวต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาสถาบันการเงินยังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มเปราะบาง”