เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
Economic กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
Finance ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
World เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
Politics ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
Automotive GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
Politics โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
News พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่า หลังภาคบริการอ่อนแอ จับตาการเมืองไทย-ถ้อยแถลงเฟด

06 มิ.ย. 2566 | 17:28น.
ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังภาคบริการอ่อนแอจับตาการเมืองไทย และถ้อยแถลงเฟด ขณะที่นักลงทุนให้น้ำหนัก 72.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 13-14 มิถุนายนนี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 6 มิถุนายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/6) ที่ระดับ 34.79/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/6) ที่ระดับ 34.43/55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยเป็นผลมาจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ถูกเปิดเผยโดยกระทรวงแรงงานสหรัฐ (2/6) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 339,000 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 190,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งอยู่

ในขณะที่ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมง โดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4.3% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.4% และเมื่อเทียบรายเดือน ค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.3%

สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และในคืนวันจันทร์ (5/6) สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ (PMI) เดือนพฤษภาคมของสหรัฐที่ 50.6 ลดลงจากเดือนเมษายนที่ 51.9

ทางด้านเฟดสาขาแอตแลนตาได้เปิดเผยแบบจำลอง GDPNow ล่าสุด ในวันที่ 3 มิถุนายน โดยแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.0% ในไตราส 2/2566 หลังจากขยายตัว 1.1% ในไตรมาส 1 ส่วนทาง FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 72.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 13-14 มิถุนายน และให้น้ำหนักเพียง 27.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.25-5.50% เนื่องจากข้อมูลค่าจ้างแรงงานขยายตัวปานกลางในเดือนพฤษภาคม

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า เขาเตรียมลงนามในข้อตกลงขยายเพดนหนี้ที่ทางวุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายการขยายเพดานหนี้และปรับลดการใช้จ่ายของรัฐบาลเป็นเวลา 2 ปี ด้วยคะแนนเสียง 63 ต่อ 36 เสียงเมื่อช่วงสายของวันศุกร์ (2/5) เพื่อให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนเส้นตายในวันที่ 5 มิถุนายน ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ครั้งประวัติศาสตร์

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าในระหว่างวัน ได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ประจำเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 0.53% ชะลอตัวอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 21 เดือนจากการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เฉลี่ย 5 เดือนแรกของปี 2566 เพิ่มขึ้น 2.96%

ในขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ในเดือนพฤษภาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.55% ชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 5 เดือนแรกของปี 2566 เพิ่มขึ้น 1.98% โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.72-34.80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.79/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/6) ที่ระดับ 1.0714/18 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/6) ที่ระดับ 1.0768/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เป็นผลมาจากในวันจันทร์ที่ 5 มิถุนายนทางสำนักงานสถิติเยอรมนีได้มีการระบุยอดส่งออกของเยอรมนีในวันจันทร์ (5/6) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 2.5% โดยได้แรงหนุนจากการที่จีนเปิดประเทศช่วงหลังโควิด-19

ทั้งนี้ ยอดส่งออกเดือนเมษายนที่เพิ่มขึ้นนั้นเกิดจากยอดส่งออกไปยังจีนที่เพิ่มขึ้น 10.1%, สหรัฐเพิ่มขึ้น 4.7% และสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น 4.5% ส่วนยอดนำเข้าลดลง 1.7% เมื่อเทียบรายเดือนสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดยตัวเลขดังกล่าวนั้นส่งผลให้เยอรมนีมียอดเกินดุลการค้า 1.84 หมื่นล้านยูโร (1.968 หมื่นล้านดอลลาร์) ในเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นจากระดับ 1.49 หมื่นล้านยูโรในเดือนมีนาคม

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (Services PMI) ประจำเดือนพฤษภาคมขอหลายประเทศในสหภาพยุโรปซึ่งส่วนมากออกมาในทิศทางเดียวกัน โดยดัชนีดังกล่าวของประเทศสเปนอยู่ที่ 56.7 ลดลงจาก 57.9 เมื่อเดือนเมษายน, ประเทศอิตาลีอยู่ที่ 54.0 จาก 57.6, ประเทศฝรั่งเศสอยู่ที่ 52.5 จาก 54.6 ในขณะที่ประเทศเยอรมนีปรับตัวอยู่ที่ ระดับ 57.2 จาก 56.0 ซึ่งเป็นเพียงประเทศเดียวที่ปรับตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้า แต่ทั้งนี้ยังคงต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 57.8 โดยการที่ตัวเลขอยู่เหนือระดับนั้นบ่งชี้ว่าภาคบริการทุกประเทศยังคงอยู่ในภาวะขยายตัว

โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0701-1.0720 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0701/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/6) ที่ระดับ 139.54/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (2/6) ที่ 138.76/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อช่วงสายของวันจันทร์ (5/6) ได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (Services PMI) ประจำเดือนพฤษภาคมของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นอยู่ที่ระดับ 55.9 จาก 55.4 เมื่อเดือนเมษายน แต่ยังคงต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 56.3

ทั้งนี้การที่ตัวเลขอยู่เหนือระดับ 50 นั้นบ่งชี้ว่าภาคบริการอยู่ในภาวะขยายตัว โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 139.25-139.59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 139.27/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสหรัฐสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดนำเข้า ส่งออก และดุลการค้าเดือนพฤษภาคม (7/6), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (7/6), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (8/6) และสต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งพฤษภาคม (8/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -11.50/-11.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -9.85/-8.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ