เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

รัฐบาลเล็งมาตรการชุดใหญ่ กระตุ้นเศรษฐกิจจีน

21 มิ.ย. 2566 | 07:40น.
จีน กระตุ้นเศรษฐกิจ

จีน กระตุ้นเศรษฐกิจ

คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์


เศรษฐกิจจีนทรุดตัวลงอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และ “ซีโร่โควิด” มาตรการป้องกันแบบเข้มงวดสุดขีดของรัฐบาลที่ยาวนานถึง 3 ปีเต็ม

ผลก็คืออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศตกวูบลงมาอยู่ที่ 3%ในปี 2022 พลาดเป้าหมายที่ทางการตั้งไว้ที่ราว 5.5 % ไปมหาศาล

ไตรมาสแรกของปีนี้ ทุกฝ่ายกลับมาเต็มเปี่ยมด้วยความหวังอีกครั้ง รัฐบาลจีนยกเลิก “ซีโร่โควิด” ไปในตอนสิ้นปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนกลับมาขยายตัวเกินความคาดหมายอีกครั้งถึง 4.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา

แต่แล้วอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจดังกล่าวก็วูบหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับการจุดไม้ขีดท่ามกลางความมืด สว่างวูบแล้วเลือนหาย ดัชนีราคาผู้บริโภคในไตรมาสที่สอง ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมขยายตัวต่ำกว่าที่คาด มาตรวัดกิจกรรมในโรงงานการผลิตทรุดตัวลงหนักมากขึ้น ที่สำคัญก็คือ ตัวเลขการส่งออกตกลงมาอย่างถล่มทลาย สะท้อนให้เห็นภาวะอ่อนแอของดีมานด์จากนอกประเทศ

ตัวเลขการส่งออกเมื่อเดือน พ.ค.วูบลงเกือบถึงระดับต่ำสุดในรอบปี นับตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี 2022 เป็นต้นมา กิจกรรมการผลิตในโรงงานผลิตสินค้าต่าง ๆ ติดลบจนร่วงลงไปถึงระดับต่ำสุด นับตั้งแต่สิ้นปีเป็นต้นมา

คนในแวดวงอุตสาหกรรมระบุว่า โดยรวมแล้วออร์เดอร์สำหรับภาคการผลิตทั่วไปลดลงราว 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ในบางกรณี อย่างเช่นโรงงานในอุตสาหกรรมฟุตแวร์ในเมืองตงกวน มณฑลกวางตุ้ง คำสั่งซื้อใหม่ลดลงจนเป็นศูนย์นับตั้งแต่มิถุนายนนี้เป็นต้นไป

สินค้าคงคลังที่หลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมากหลังจากเกิดปัญหาการแพร่ระบาด จนกลายเป็นข้อจำกัดในเรื่องการส่งออกในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาก็กลายเป็นปัญหา

ผลลัพธ์ก็คือ บริษัทผู้ผลิตสินค้าต่าง ๆ จำนวนมากพากันชะลอหรือยุติการลงทุน หันมามุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ ระงับสายพานการผลิตที่ไม่ก่อประโยชน์ลง และปลดคนงาน ลดเงินเดือน ลดตำแหน่งงานลง

บางบริษัทลดพนักงานประจำที่ทำงานเต็มเวลาลงถึง 2 ใน 3 ของปริมาณพนักงาน

ความพยายามลดต้นทุนนำไปสู่ปัญหาเรื่องคุณภาพสินค้า และโรงงานผลิตในจีนเปลี่ยนเป้าจากการมุ่งผลิตสินค้าให้ได้มากที่สุด ไปเป็นการลดปริมาณลงให้เหลือเท่าที่จำเป็นตามคำสั่งซื้อ

นักธุรกิจจีนที่คร่ำหวอดอยู่ในอุตสาหกรรมแฟชั่น ยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่า ดีมานด์จากทั่วโลกจะลดลงราว 20% ต่อเนื่องไปตลอด 3 ปีข้างหน้านี้

ผลกระทบทำนองเดียวกันนี้ลุกลามไปทั่ว แม้แต่กระทั่งในอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ เพราะความต้องการภายในประเทศอ่อนแอลง การแข่งขันในตลาดสูงขึ้น ทำยอดขายไม่ได้อย่างที่คาด โรงงานผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ในกวางสีหลายแห่ง จำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลง จากเต็ม 100% ในเดือนมกราคม เหลือเพียง 60% เมื่อสิ้นเดือนมีนาคม

ในไตรมาสที่สองคาดการณ์กันว่า สถานการณ์ที่ดีที่สุด การผลิตก็จะเพิ่มขึ้นไม่ถึง 80% ของกำลังการผลิตทั้งหมดเท่านั้น

“ซู ปิน” ศาสตราจารย์ทางด้านเศรษฐศาสตร์จาก China Europe International Business School ชี้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปที่เริ่มรัดเข็มขัดเพื่อเตรียมรับมือ เริ่มระมัดระวังการลงทุนส่วนบุคคลมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทบต่อตลาดหุ้นและตลาดทุนอื่น ๆ ภายในประเทศ เรื่อยไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ และอื่น ๆ

เขาระบุว่า โควิด-19 เป็นเหตุปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจจีนในเวลานี้ก็จริง แต่ยิ่งนับวันก็ยิ่งเห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่ายังมีเหตุผลลึก ๆ อื่น ๆ ที่ทำให้เศรษฐกิจจีนอ่อนแอลงมากเช่นนี้ในปีนี้ และอาจจะอีกหลายปีข้างหน้า

ภาวะเศรษฐกิจจีนในยามนี้ส่งผลให้ธนาคารประชาชนจีน หรือแบงก์ชาติของจีนต้องหั่นอัตราดอกเบี้ยลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่รัฐบาลก็เตรียมการสำหรับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรงอีกครั้ง

แม้ว่าที่ผ่านมาจะพยายามหลีกเลี่ยงมาตรการกระตุ้นโดยตรงดังกล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นชัดจากการแก้ปัญหาในช่วงวิกฤต 2008 ที่ผ่านมาว่า ก่อให้เกิดอาการ “หนี้แฮงโอเวอร์” ต่อเนื่องนานหลายปี

แต่จะหันไปใช้มาตรการกระตุ้นทางอ้อม ผ่านการก่อสร้างสาธารณูปโภค หรือผ่านรัฐบาลระดับมณฑลต่าง ๆ ก็ไม่ได้ เพราะถูกจำกัดด้วยภาระหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นเหล่านั้นที่แบกรับอยู่หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว

แหล่งข่าวภายในรัฐบาลจีนบอกกับวอลล์สตรีต เจอร์นัล ไว้ว่า ทางการปักกิ่งเตรียม “เดิมพัน” อีกครั้ง ออกมาตรการกระตุ้นชุดใหญ่ มีมูลค่ารวมราว 140,000 ล้านดอลลาร์ ในรูปของพันธบัตรรัฐบาล เพื่อกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นไปที่โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ กับใช้เพื่อการช่วยเหลือรัฐบาลระดับมณฑลชำระหนี้สินของตนเอง

นอกจากนั้นยังเตรียมยกเลิกข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อช่วยพลิกฟื้นภาคอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง โดยเฉพาะมาตรการเข้มงวดจำกัดการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อป้องกันการเก็งกำไร โดยเตรียมเปิดทางให้มีการซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่สองในเมืองขนาดย่อมได้

นอกจากนั้น ยังเป็นที่คาดหมายกันว่า มาตรการแทรกแซงโดยตรงจากรัฐบาลจีน เพื่อกระตุ้นความต้องการภายในประเทศ คงไม่จำกัดอยู่เพียงแค่นั้น

เพราะด้วยสถานการณ์โลกในเวลานี้ จีนจำเป็นต้องพึ่งพาตลาดภายในประเทศเป็นสำคัญ