หุ้นไทยฟื้นตัวจำกัดแนวต้าน 1,490-1,500 จุด ตลาดยังขาดปัจจัยใหม่
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) รีบาวนด์ทางเทคนิคฟื้นตัวได้จำกัด โดยมีแนวต้านที่ 1,490-1,500 จุด ต้องขึ้นทะลุผ่านได้ก่อน ถึงจะเป็นสัญญาณที่ดี หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ BBL, MINT
วันที่ 28 มิถุนายน 2566 บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) คาดการณ์แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ยังเหนื่อย ยังสร้างฐานไม่ได้ โดยตลาดขาดปัจจัยหนุน ทำให้การรีบาวนด์ทางเทคนิคฟื้นตัวได้จำกัด โดยมีแนวต้านที่ 1,490-1,500 จุด ต้องขึ้นทะลุผ่านได้ก่อน ถึงจะเป็นสัญญาณที่ดี ด้านปัจจัยการเมืองยังกดดันตลาด โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,474 และ 1,465 จุด ตามลำดับ ประเด็นสำคัญ ติดตามถ้อยแถลงประธานเฟด
ประเด็นสำคัญ
– สหรัฐรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน พ.ค. +1.7% เทียบเดือนก่อนหน้า (MOM) สวนทางที่คาดว่าจะลด
– ส่วนยอดขายบ้านใหม่ พ.ค. +12.2% MOM สูงสุดนับตั้งแต่ ก.พ. 2565 และสูงกว่าที่คาด ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย. โดย CB ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 109.7 สูงสุดนับตั้งแต่ ม.ค. 2565 และสูงกว่าคาด
– APl ระบุว่า สต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 2.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 23 มิ.ย. และสต๊อกน้ำมันเบนซินลดลง 2.9 ล้านบาร์เรล
– ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวในงานเสวนาวานนี้ระบุเงินเฟ้อยุโรปยังอยู่ในระดับสูง อาจทำให้ ECB ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป ส่วนวันนี้ติดตามถ้อยแถลงประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
– พาณิชย์ร้ายงานยอดส่งออก พ.ค. หดตัว 4.6% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) ลดลงเป็นเดือนที่ 8 ส่งผลให้ 5M66 ส่งออกหดตัว 5.1% YOY กดดันจากสินค้าเกษตร ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมพลิกขยายตัว คาดไตรมาส 3-4/66 มีปัจจัยบวกหนุน โดยยังคงเป้าส่งออกปีนี้ที่ 1-2%
– ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุค่าบาทแนวโน้มผันผวนต่อเนื่อง จากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจเงินเฟ้อโลก และนโยบายการเงินของสหรัฐและจีน พร้อมผ่อนเกณฑ์ธุรกรรมในบัญชีงินฝากเงินตราต่างประเทศได้เสรี
– ด้านคณะรัฐมนตรี (ครม.) รักษาการ เห็นชอบการกำหนดอัตราค่าโดยสารของโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กิโลเมตร เริ่มต้น 15-45 บาท
ทั้งนี้แนะนำมองความเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศยังกดดันการลงทุนทำให้ SET มี Upside จำกัด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1.หุ้นที่คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/656 จะยังเติบโตได้ดีจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) เลือก
AOT, BBL, ADVANC, MINT, OSP, BDMS และ BEM
2.หุ้นสู้วิกฤต ซึ่งคาดราคาจะทยอยฟื้นตัวได้ดีใน 1 เดือน หลังปรับตัวลงมาแรงเนื่องจากสิ้นสุดการเลือกตั้งไทยเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 66 เลือก BH , BTS, CHG ,CPALL ขณะที่ช่วงสั้นแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนสำหรับ 1) หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า และกลุ่ม PTT ออกไปก่อน เนื่องจากมีความเสี่ยงหรือคว่ามไม่ชัดเจนของโครงสร้างราคาพลังงานจากนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่
และ 2) หุ้นที่คาดได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญ ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (GLOBAL) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG มีต้นทุนน้ำตาลสูง) กลุ่มโร่งไฟฟ้าพลังน้ำ (CKP) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT)
ขณะที่หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ
– BBL ไตรมาส 2/66 คาดกำไรเติบโต 56% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) และ 8% เทียบไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) ซึ่งเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งสุดในกลุ่มธนาคาร แรงหนุนจากการตั้งสำรองที่ลดลงและ NIM ที่กว้างขึ้น อีกทั้งมีแนวโน้มที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นและมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารอื่น ๆ
– MINT ไตรมาส 2/66 คาดผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นทั้ง YOY และ QOQ เนื่องจากโรงแรมในยุโรปจะเข้าสู่ช่วงไฮซีชั่น ขณะที่ทั้งปี 2566 คาดกำไรปกติที่ 6.2 พันล้านบาท เติบโต 209% YOY ขณะที่ประกาศเข้าซื้อหุ้น 100% ใน Sizzler มองเป็นบวกต่อโอกาสขยายสาขาในระยะยาว