เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์ลุยนอมินีรอบใหม่ 1 ส.ค. ปิดช่องต่างชาติอำพรางธุรกิจไทย
Economic พาณิชย์ลุยนอมินีรอบใหม่ 1 ส.ค. ปิดช่องต่างชาติอำพรางธุรกิจไทย
ม็อบลุ่มน้ำกก ยื่นกงสุลจีนจ.เชียงใหม่ หยุดจีนสีเทาปล่อยโลหะหนักกระทบนับล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค ม็อบลุ่มน้ำกก ยื่นกงสุลจีนจ.เชียงใหม่ หยุดจีนสีเทาปล่อยโลหะหนักกระทบนับล้าน
ต้นแบบโรงงาน ‘วี.ที. การ์เม้นท์’ ปั้นฐานผลิตรักษ์โลก-เลิกของถูก
Economic ต้นแบบโรงงาน ‘วี.ที. การ์เม้นท์’ ปั้นฐานผลิตรักษ์โลก-เลิกของถูก
ออมสิน คาดปล่อยสินเชื่อรถอีวี-โซลาร์เซลล์ วงเงิน 5 พันล้าน หมดภายใน 31 ก.ค.นี้
Finance ออมสิน คาดปล่อยสินเชื่อรถอีวี-โซลาร์เซลล์ วงเงิน 5 พันล้าน หมดภายใน 31 ก.ค.นี้
ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,250 บาท
สมาคมกุ้งไทยลุ้นนายกฯ ปิดดีลมาเลเซีย 8 ก.ค. เร่งปลดล็อกนำเข้าภายใน 30 วัน
Economic สมาคมกุ้งไทยลุ้นนายกฯ ปิดดีลมาเลเซีย 8 ก.ค. เร่งปลดล็อกนำเข้าภายใน 30 วัน
EXIM BANK เปิดหลักสูตร EXIM 2X รุ่น 3 เฟ้นนักธุรกิจลุยเวทีการค้าโลก
Uncategorized EXIM BANK เปิดหลักสูตร EXIM 2X รุ่น 3 เฟ้นนักธุรกิจลุยเวทีการค้าโลก
ไร่ละ 1,000 บาท ถึงมือชาวนา 4.5 ล้านครัวเรือน เกษตรฯ ชี้ช่วยลดต้นทุน-ดันผลผลิตเพิ่ม
Economic ไร่ละ 1,000 บาท ถึงมือชาวนา 4.5 ล้านครัวเรือน เกษตรฯ ชี้ช่วยลดต้นทุน-ดันผลผลิตเพิ่ม
FETCO ชี้สูตรใหม่ TISA ไม่มีตัวคูณลดหย่อนภาษี รอคลังเคาะวงเงิน-เริ่มใช้
Finance FETCO ชี้สูตรใหม่ TISA ไม่มีตัวคูณลดหย่อนภาษี รอคลังเคาะวงเงิน-เริ่มใช้
“น้ำมันพืชตรากุ๊ก” ผนึกกำลัง SCGP เปิดโครงการ“ห้องสมุดสีเขียว”
SD “น้ำมันพืชตรากุ๊ก” ผนึกกำลัง SCGP เปิดโครงการ“ห้องสมุดสีเขียว”
ดูทั้งหมด

อัยการ ธนกฤต ชี้ศาลรัฐธรรมนูญอาจปัดตกคำร้อง ชะลอโหวตนายกฯ

01 ส.ค. 2566 | 12:41น.
อัยการธนกฤต

อัยการธนกฤต

อัยการ ธนกฤต คาดศาลรัฐธรรมนูญอาจยกคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ยุติคำร้องญัตติห้ามโหวตพิธารอบสอง เพราะ สส.ที่เข้าชื่อไม่ได้ถูกละเมิดสิทธิโดยตรง

วันที่ 1 สิงหาคม 2566 ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด  ให้ความเห็นทางกฎหมาย ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าจะรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 กรณีรัฐสภามีมติเรื่องการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในรอบที่ 2 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า

จุดชี้ขาดสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับหรือไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินในกรณีนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 โดยพิจารณาจากผู้ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประชาชนว่าเป็นผู้ถูกละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญโดยตรงหรือไม่

จากการกระทำของรัฐสภาที่ลงมติว่าการเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภาเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ถือเป็นญัตติ ซึ่งต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 สำหรับกรณีนี้ หากพิจารณาข้อกล่าวอ้างในประเด็นเรื่องบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญโดยตรงจากการลงมติของรัฐสภา

ถ้าหากจะมีเกิดขึ้น ที่เห็นได้ชัดเจนน่าจะเป็น คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งถูกละเมิดสิทธิในการได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีตามกระบวนการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่คุณพิธาไม่ได้ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่กลับเป็น สส.และประชาชนจำนวนหนึ่งเป็นผู้ร้องเรียน

ดังนั้น หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า สส.และประชาชนผู้ร้องเรียนไม่ได้เป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญโดยตรงจากการกระทำของรัฐสภาที่ลงมติดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญก็อาจมีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณาวินิจฉัย

“และเมื่อมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว คำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุติการเลือกนายกรัฐมนตรีไว้ก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ย่อมเป็นอันตกไปด้วย”

นอกจากนี้ หากพิจารณาแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่าน ๆ มา ศาลรัฐธรรมนูญได้วางแนวคำวินิจฉัยมาโดยตลอดว่า ผู้ร้องต้องเป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญโดยตรงจากการกระทำของผู้ถูกร้อง ดังตัวอย่าง คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2565 ที่วินิจฉัยว่า

ตามที่นายระวี มาศฉมาดล สส.พรรคพลังธรรมใหม่ ยื่นคำร้องว่าการลงมติของรัฐสภาที่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยแก้ไขให้มีจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 คน และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน และกำหนดให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องในฐานะ สส. ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำโดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งเป็นการกระทำทางนิติบัญญัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญโดยตรง เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้องในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐสภา ที่ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย