เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
Economic จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
ดูทั้งหมด

ปิยบุตร แนะก้าวไกล ประกาศเป็นฝ่ายค้าน ไม่ต้องเจรจาหวังได้เป็นรัฐบาล

10 ส.ค. 2566 | 16:45น.
นายปิยบุตร แสงกนกกุล

ปิยะบุตร ข้องใจ ทำไมก้าวไกลยังไม่ประกาศเป็นฝ่ายค้าน ขีดเส้นให้ชัดระหว่าง “อดีต-อนาคต” ต่อสู้ตามแนวทางของตนต่อไป

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า สถานการณ์ชัดเจนขนาดนี้ ทำไมพรรคก้าวไกลยังไม่ประกาศจุดยืนเป็น “ฝ่ายค้าน” อย่างทระนงองอาจ

พรรคก้าวไกลได้รับเลือกตั้ง 14.4 ล้านเสียง มี ส.ส. 151 คน มาเป็นลำดับที่หนึ่ง พรรคก้าวไกลจึงต้องทำหน้าที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเสนอให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามอาณัติที่ประชาชนมอบหมายผ่านการเลือกตั้ง

คณะแกนนำของพรรคก้าวไกลได้ทำหน้าที่นี้อย่างสุดความสามารถ รวบรวมเสียงได้ 312 เสียง แต่ด้วยความผิดปกติของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้วุฒิสภาเลือกนายกรัฐมนตรี กระบวนการนิติสงคราม และการสมคบร่วมมือกันของชนชั้นนำทางการเมืองและเศรษฐกิจในระบบทั้งหมด ทำให้พรรคก้าวไกลกลายเป็น “แกะดำ” ไม่สามารถเป็นแกนนำหรือร่วมรัฐบาลได้

พูดง่าย ๆ ก็คือ หากรัฐบาลหน้ามีพรรคก้าวไกล ย่อมไม่มีวันได้ “ใบอนุญาต” จัดตั้งรัฐบาล

เสียงซุบซิบ ข้อความในการเจรจาในที่ลับ (ที่ไม่เคยเอามาบอกสาธารณชนในที่แจ้ง) สัญญาณและการแสดงออกของทุกพรรคการเมือง และ ส.ว.หลายคน ทั้งหมดนี้เป็นประจักษ์พยานอย่างชัดแจ้ง

การแสดงออกของพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคอื่น ๆ ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า “ไม่มีก้าวไกล”

ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ ทั้งฝ่ายสนับสนุนพรรคก้าวไกล และฝ่ายไม่สนับสนุนพรรคก้าวไกล ต่างก็มองออกว่า พรรคก้าวไกลโดน “รุม” จากทุกสารทิศ จนหมดหนทางได้เป็นรัฐบาลแล้ว

ประชาชนที่เลือกพรรคก้าวไกลมา หรือไม่ได้เลือก แต่อยากเห็นพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาล ต่างก็ “เข้าใจ” อย่าง “ไม่เต็มใจ” ถึงสถานการณ์นี้ และยอมรับว่าพรรคก้าวไกลได้ทำหน้าที่ของตนเองถึงที่สุด พร้อมทั้งฉีกหน้ากากของชนชั้นนำทางการเมืองและเศรษฐกิจออกมาให้ได้รู้เห็นกันหมดแล้ว

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมพรรคก้าวไกลจึงไม่แถลงแสดงจุดยืนเสียทีว่า บัดนี้ พรรคก้าวไกลต้องเป็นฝ่ายค้าน และจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างดีที่สุด ใช้เสียง 151 เสียง ใช้เสียง 14.4 ล้าน ผลักดันการทำงานในสภาตามแนวนโยบายที่หาเสียง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน

ไม่ต้องรับคำร้องขอ ไม่ต้องรับคำเจรจา ไม่ต้องหวังว่าจะมีแสงริบหรี่รำไรให้ได้กลับมาร่วมรัฐบาลอีก ไม่ต้องเล่นเกม “ชักเย่อ” ชิงไหวชิงพริบกับพรรคอื่น ๆ ตั้งใจเดินหน้าทำงานในสภาอย่างเต็มที่ ไม่ต้องยุ่งกับ “เกมการเมือง” ชิงไหวชิงพริบเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลของใครทั้งนั้น

ปล่อยให้พวกเขาแย่ง “เศษเนื้อ/ชามข้าว” กันต่อไป ขีดเส้นแบ่งชัดเจนระหว่าง “เก่า-ใหม่” และ “อดีต-อนาคต” ต่อสู้ตามแนวทางของตนเองต่อไป

นำภารกิจที่ประชาชนมอบหมายเดินหน้าผลักดันตามอำนาจ โอกาส ช่องทางที่พอจะมี พร้อมเผชิญหน้ากับภัยจากทุกสารทิศที่จะกระหน่ำเข้ามา หนทางนี้ พรรคก้าวไกล อาจไม่เหลือใคร แต่อย่างน้อยที่สุด ยังมีประชาชนผู้ดุจดังผนังทองแดงกำแพงเหล็ก

พอได้แล้วกับความคลุมเครือ พอได้แล้วกับการปล่อยให้ ส.ส.แสดงออกกันเอง โดยไม่มีมติพรรค หรือการแถลงการณ์ทางการของพรรค

การเล่นบท “เหยื่อ” ผู้ถูกรุมกระทำ กระตุ้นให้ประชาชนเห็นใจและเข้าใจในบางช่วงตอน แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนจะเริ่มเบื่อ รำคาญ และรู้สึกว่าอ่อนแอ ไม่ชัด ไม่สู้ ไม่กล้าหาญ

กล้าที่จะยอมรับว่าสู้จนสุดทางแล้ว แต่พ่ายแพ้ในเกมนี้ กล้าที่จะยืนกับประชาชน และต่อสู้ต่อไปตามแนวทางของตน การเมืองแบบมวลชน เริ่มต้นแล้ว และจะเด่นชัดมากขึ้น

ปล่อย “พวกอดีต” สู้ในเกมแบบเขาไป แล้ววันหนึ่ง พวกเขาจะถูกกวาดหมดจนตกกระดาน เราคือ “พวกอนาคต” ต้องเคียงข้างหรือนำมวลชนไปในเกมใหม่ เป็นผู้นำของพลังแบบใหม่ในสังคมไทย

วันนี้ ยังแพ้ แต่วันหน้า จะชนะ