รู้หรือไม่ ? ประเทศไทยมีบริษัทที่มีมูลค่ากิจการ 1 ล้านล้าน 3 บริษัท
อสังหาริมทรัพย์
รู้หรือไม่ ? ประเทศไทยมีบริษัทที่มีมูลค่ากิจการ 1 ล้านล้านบาททั้งสิ้น 3 บริษัท
วันที่ 29 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงานว่า จากการสืบค้นข้อมูลการจัดอันดับของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) กว่า 800 บริษัท ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบว่า มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือ market capitalization ที่มีมูลค่ากิจการ 1 ล้านล้านบาท มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 3 บริษัท ประกอบด้วย
- บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA
- บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT
- บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT
โดยการหามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (คำนวณจากราคาปิดของหลักทรัพย์ x จำนวนหลักทรัพย์จดทะเบียนปัจจุบัน) พบว่า DELTA ปิดตลาดหุ้นเมื่อวานนี้ (28 ส.ค. 2566) อยู่ที่ระดับราคา 106.50 บาท ปรับตัวลดลง 1 บาท หรือติดลบ 0.93% เมื่อเทียบจากราคาวันก่อนหน้า จึงมีมูลค่ากิจการ จำนวน 1,328,461 ล้านบาท ถือว่าเป็นการปรับตัวลดลง 12,473 ล้านบาท จากเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2566
ถัดมาคือ AOT เมื่อวานนี้ (28 ส.ค.) ปิดตลาดที่ราคา 72 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.70% เทียบจากราคาวันก่อนหน้า มีมูลค่ากิจการ 1,028,570 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7,142 ล้านบาท จากเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2566
ตามมาด้วย PTT เมื่อวานนี้ (28 ส.ค.) ปิดตลาดที่ราคา 35.75 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.70% เทียบจากราคาวันก่อนหน้า มีมูลค่ากิจการ 1,021,127 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7,140 ล้านบาท จากเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2566
ทั้งนี้ลองมาดูผลประกอบการทั้ง 3 บริษัท ล่าสุดที่ออกมาว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง
– DELTA พบว่าไตรมาส 2/2566 (เม.ย.-มิ.ย. 2566) มีรายได้จากการขาย 35,840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YOY และเพิ่มขึ้น 11% QOQ โดยมีกำไรสุทธิ 4,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% YOY และเพิ่มขึ้น 29.1% QOQ
– AOT พบว่าไตรมาส 3/2566 (เม.ย.-มิ.ย. 2566) มีรายได้รวม 13,157 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163.85% YOY โดยมีกำไรสุทธิ 3,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 242.97% YOY
– PTT พบว่าไตรมาส 2/2566 (เม.ย.-มิ.ย. 2566) มีรายได้จากการขาย 778,065 ล้านบาท ลดลง 16.1% YOY แต่เพิ่มขึ้น 2.8% QOQ มีกำไรสุทธิ 20,107 ล้านบาท ลดลง 48.2% YOY และลดลง 27.8% QOQ ส่วนงวด 6 เดือนแรกปีนี้ มีรายได้จากการขายรวม 1,534,755 ล้านบาท ลดลง 8.9% YOY และมีกำไรสุทธิ 47,962 ล้านบาท ลดลง 24.6% YOY
หากมองแนวโน้มทิศทางธุรกิจของทั้ง 3 บริษัท ในระยะข้างหน้า มีนักวิเคราะห์หลายสำนัก ได้คาดการณ์แนวโน้มทิศทางรายได้และกำไรไว้ดังนี้
DELTA คาดกำไรปีนี้โตขึ้น 14%
– DELTA ทางบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี รายงานว่า มีมุมมองเป็นกลางจากประชุมนักวิเคราะห์ DELTA โดยยังคอนเฟิร์มว่ากลุ่ม EV car เป็น key growth driver ซึ่งจะทำให้ยอดขายปี 2566 สูงกว่าเป้า โดย DELTA เร่งเพิ่มกำลังการผลิตของ EV ทั้งในครึ่งหลังของปีนี้และสร้างโรงงานใหม่ ส่วนกลุ่ม data center ดูแผ่วไปบ้าง แต่ยังมีความต้องการของกลุ่ม AI เข้ามาเสริม จึงคาดว่ายังเติบโตได้ คาดกำไรสุทธิปี 2566-2567 จะเติบโต +14% และ 23%
“เราคาดกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปีนี้ 4,750 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16% YOY และเพิ่มขึ้น 2% QOQ เพราะคาดว่าความต้องการ EV car ยังเติบโต รวมทั้งกลุ่ม data center และ AI ยังมีการขยายตัวทั้งในสหรัฐ-ยุโรป-จีน นอกจากนี้ประเด็นการขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน และยุโรป-จีน น่าจะทำให้ DELTA ได้รับลูกค้ากลุ่ม EV และ data center มากขึ้น
โดยเราคาดยอดขายในไตรมาส 3 ยังโต YOY และ QOQ ซึ่งเป็นฤดูกาลส่งออกเพิ่มขึ้น ขณะที่ GPM มีแนวโน้มที่ดีตั้งแต่ไตรมาส 2 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นได้อีกในไตรมาส 3 ทั้งจาก economy of scale และปกติในไตรมาส 3 จะมีสินค้ามาร์จิ้นสูงดีกว่าไตรมาส 2”
ทั้งนี้ DELTA นับเป็นหุ้นที่ได้อานิสงส์การเติบโตอุตสาหกรรม EV และ data center และยังได้ผลบวกจากความต้องการแหล่งวัตถุดิบใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน และยุโรป-จีน แต่ยังคงปรับลดราคาเป้าหมาย DELTA ที่ราคา 86 บาท เพราะราคาหุ้นเทรดที่พี/อี 80/65 เท่า ซึ่งสูงเกินไป
AOT คาดกำไรทั้งปี 9.9 พันล้าน
– AOT ทางบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พาย รายงานว่า AOT ยังคงแสดงให้เห็นถึงผลดีจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการไปในช่วงสิ้นไตรมาส 2/566 เห็นได้จากกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/2566 สูงถึง 3,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% QOQ และพลิกจากที่ขาดทุน 2,207 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2565 ขณะที่รายได้เติบโตขึ้น 178% YOY และ 18% QOQ มาอยู่ที่ 12,954 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มช่วงไตรมาส 4/2566 อาจเห็นการชะลอตัวเล็กน้อย เพราะเป็นช่วง low seasons และการรับรู้ค่าใช้จ่ายสำหรับอาคาร SAT-1 ที่จะเปิดในช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้ ทั้งนี้ยังประมาณการกำไรทั้งปีไว้ที่ 9,996 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเป็น 29,365 ล้านบาท ในปี 2567 หลังได้รับผลดีจากการเก็บส่วนแบ่งรายได้จาก King Power ในอัตราใหม่เข้ามาเต็มปี และทำให้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 82 บาท
PTT กำไรปีนี้ 8 หมื่นล้าน
– PTT ทางบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประเมินทิศทางยอดขายปีนี้ 3,256,580 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 80,297 ล้านบาท ให้ราคาเป้าหมายที่ 39 บาท ยังแนะนำ “ซื้อ” หุ้น PTT
โดยมองว่ายังมีแรงหนุนในระยะสั้นตามทิศทางกำไรไตรมาส 3 ปีนี้ ที่คาดแข็งแกร่งจากธุรกิจ E&P ธุรกิจโรงกลั่น รวมถึงธุรกิจก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีแรก ซึ่งคาดประกาศจ่ายกลางเดือน ก.ย.นี้
โดยในครึ่งปีแรก PTT มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (ตามงบฯเดี่ยว) สูงถึง 6 หมื่นล้านบาท นอกจากเป็นผลบวกจากกำไรที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเกิดจากการได้รับชำระจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นรวมกัน 3.3 หมื่นล้านบาท
และเมื่อหักกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนและกิจกรรมจัดหาเงินแล้ว PTT มีเงินสดเพิ่มขึ้นถึง 3.6 หมื่นล้านบาท ทำให้มีเงินสดในมือเพิ่มขึ้นมากจาก 5.3 หมื่นล้านบาท ตอนสิ้นปีเป็น 8.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งมองว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสการจ่ายเงินปันผลด้วยอัตราที่สูง