ต่อยอดภารกิจ UN
บทบรรณาธิการ
การประชุมร่วมในเวทีสมัชชาสหประชาชาติสมัยที่ 78 หรือ UNGA 78 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นับเป็นภารกิจเปิดตัวในเวทีใหญ่ระดับโลกเป็นครั้งแรก โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงในการอภิปรายทั่วไป ด้วยการยืนยันถึงบทบาทนำของไทยในเวทีโลกอย่างสร้างสรรค์ เสริมสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโลก และพัฒนาอย่างยั่งยืน
โดยประเทศไทยมีบทเรียนจากโควิด-19 การมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีแผนจะยกระดับให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการบริการ พร้อมยืนยันเจตนารมณ์เดินหน้าไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการมุ่งเน้นการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และการเติบโตที่ยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและนโยบายเศรษฐกิจ BCG สนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินสีเขียว ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้เชิญชวนทุกฝ่ายร่วมแบ่งปันประสบการณ์และการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อสันติภาพ ความมั่งคั่ง ความก้าวหน้า และความยั่งยืนสำหรับทุกคน และยังตั้งความหวังว่า การประชุม Summit of the Future ในปีหน้า จะเป็นกรอบความร่วมมือพหุภาคีที่สำคัญของสหประชาชาติ ในการเสริมสร้างสันติภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้แก่โลก
ภายหลังการเดินทางถึงประเทศไทย นายเศรษฐา ได้ให้สัมภาษณ์ถึงภารกิจหน้าที่ที่ได้กระทำมาด้วยการประกาศให้โลกรู้ว่า “ประเทศไทยได้เปิดแล้ว” โดยผู้นำหลายประเทศและบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็น เทสลา-ไมโครซอฟท์-กูเกิล-ซิตี้แบงก์-เจ.พี. มอร์แกน-โกลด์แมน แซกส์-เอสเต้ ลอเดอร์
ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้แสดงความสนใจที่จะมาลงทุนและบางบริษัทก็ได้เข้ามาลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ที่ประเทศไทยแล้ว ในภาคการเงินสถาบันการเงินของสหรัฐเองก็พร้อมที่จะสนับสนุนด้านการเงินให้บริษัทต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทยโดยเฉพาะ บริษัทข้ามชาติ หากเข้ามาลงทุนมากก็พร้อมที่จะตั้งสำนักงานในไทย
ถือเป็นภารกิจแรกที่ นายกรัฐมนตรี แสดงให้โลกเห็นว่า ประเทศไทยพร้อมที่รับการลงทุน จึงควรที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
จะต้องเร่งอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน การปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค การให้สิทธิประโยชน์เฉพาะรายมากกว่าการให้สิทธิประโยชน์เป็นการทั่วไป รวมไปถึงการดำเนินการเชิงรุกเข้าหานักลงทุน แทนที่จะตั้งรับด้วยการรอให้นักลงทุนเดินเข้ามาหาตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเชิญชวนนักลงทุนไว้แล้ว