Skip to content

เตรียมเลือกตั้ง

07 เม.ย. 2561 | 21:30น.
เตรียมเลือกตั้ง

คอลัมน์ รู้จักอาเซียน

โดย มัธธาณะ รอดยิ้ม

คึกคักกับบรรยากาศใกล้การเลือกตั้ง รอเพียงแค่ “นาจิบ ราซัก” นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประกาศวันเลือกตั้งเท่านั้น จากนั้นก็จะเห็นสองฝ่ายทั้งแนวร่วมแห่งชาติ หรือบีเอ็น (Barisan Nasional-BN) กับฝ่ายแห่งความหวัง หรือพีเอช (Pakatan Harapan-PH) เข้ามาห้ำหั่นกันในสนามเลือกตั้ง

แต่สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันก่อน คือการเมืองมาเลเซียที่พรรคการเมืองมีความสำคัญ ไม่ใช่แค่เพียงตัวบุคคล และสิ่งที่แปลกไปกว่าหลายประเทศคือ ในแต่ละแนวร่วมจะมีหลายพรรคที่สัญญาใจร่วมกันสู้ศึก และจะมีการตกลงแบ่งเขตกันว่า พรรคไหนจะส่งคนลงในพื้นที่ใดอย่างฉันทามติ

ตัวอย่าง แนวร่วมบีเอ็นก็จะมีพรรคหลัก ประกอบด้วย พรรคอัมโน แทนชาวมาเลย์ พรรคเอ็มซีเอ พรรคเกอรากัน แทนชาวจีน และ พรรคเอ็มไอซี ของชาวอินเดีย รวมไปถึงพรรคตัวแทนของ “ภูมิบุตร” หรือคนถิ่นที่ไม่ใช่มาเลย์ อย่างชาวซาราวัก ส่วนแนวร่วมพีเอช นำโดย พรรคพีเคอาร์ และ พรรคดีเอพี

แต่ตอนนี้มีเพียงแค่ พรรคปาส ที่แยกออกมาจากแนวร่วมพีเอช ยืนเดี่ยวสู้ศึก ฝ่ายค้านพยายามไปสู่การเมืองแบบใหม่ที่ไม่เอาภาพของชาติพันธุ์เข้ามายึดโยง แต่ก็หนีไม่พ้น อย่างพรรคดีเอพี ที่มีชาวจีนเป็นสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ แต่ก็มีตัวแทนจากชาติพันธุ์มาเลย์ด้วย

ที่น่าสนใจสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้คือ แนวร่วมพีเอชมีแนวโน้มท้าทาย อำนาจเก่าที่กุมโดยพรรคอัมโน ผ่านแนวร่วมบีเอ็น และปกครองมาตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษ มาแล้ว 61 ปี

หากดูแนวโน้มที่ผ่านมาแนวร่วมฝ่ายค้านมีคะแนนตีตื้นขึ้นมาตลอดนับตั้งแต่ปี 2551 และรอบสุดท้ายเมื่อปี 2556 ที่ได้คะแนนพ็อปพูลาร์โหวตมากกว่าแนวร่วมรัฐบาล และ ส.ส.มากขึ้น แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะแนวร่วมรัฐบาลยังมีฐานเสียงเหนียวแน่นในพื้นที่ชนบท รวมถึงรัฐซาบาห์ ซาราวัก

แต่รอบนี้เชื่อว่าแนวร่วมรัฐบาลที่มีคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือจะตระหนักถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นมากขึ้น

ในดิ อิโคโนมิสต์ รายงานไว้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะมีการโกงเกิดขึ้น นักวิชาการมองว่า การขีดเส้นแบ่งเขตการเลือกตั้งและแบ่งสัดส่วนอย่างไม่ธรรม เช่น ในเขตเมือง ซึ่งมีประชากรมากกว่า กลับมีจำนวน ส.ส. เท่ากับเขตชนบท เป็นการโกงเลือกตั้งอย่างหนึ่ง

แน่นอนว่าเป็นหน้าที่ของ กกต.ในการขีดเส้นแบ่งสัดส่วน แต่ท้ายสุด กกต.ต้องให้สภาเห็นชอบ ที่มีเสียงของพรรครัฐบาลเกินกึ่งหนึ่ง และลงนามโดยนายกรัฐมนตรี จึงเป็นคำตอบว่าทำไม แนวร่วมฝ่ายค้านได้พ็อปพูลาร์โหวต แต่กลับไม่ชนะ

ไม่อาจฟันธงได้ว่า พรรครัฐบาลจะเพลี่ยงพล้ำหรือไม่ในรอบนี้ เพราะตัวละครเด่นที่โผล่มาอย่าง “มหาเธร์ โมฮัมหมัด” อดีตนายกฯที่นำมาเลเซียรุ่งเรือง กลับลงสู่สนามอีกครั้ง และอาจแย่งฐานของอัมโนก็เป็นได้ ถึงแม้ว่าจะมีการโกงก็ตาม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นาจิบ ราซัก มาเลเซีย