ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังเจ้าหน้าที่เฟดคาดเร็วเกินไปที่จะลดดอกเบี้ย
เงินดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังเจ้าหน้าที่เฟดคาดเร็วเกินไปที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ
วันที่ 18 ธันวาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานสภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2566 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/12) ที่ระดับ 34.92/94 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/12) ที่ระดับ 34.82/83 ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังนายจอห์น วิลเลียม ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ได้ออกมาให้ความเห็นเชิงสายเหยี่ยวเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
เขาระบุว่ายังเร็วเกินไปที่เฟดจะพิจารณาเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ เฟดเปิดเผยในวันศุกร์ (15/12) ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือน พ.ย. หลังจากลดลง 0.9% ในเดือน ต.ค.
โดยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมเป็นการวัดการปรับตัวของภาคโรงงาน เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค โดยการผลิตของภาคโรงงานและภาคเหมืองแร่ และสาธารณูปโภค โดยการผลิตของภาคโรงงานและภาคเหมืองแร่เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือน พ.ย. ขณะที่ภาคสาธารณูปโภคลดลง 0.4%
นอกจากนั้น เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.0 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน จากระดับ 50.7 ในเดือน พ.ย. โดยดัชนี PMI อยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้การขยายตัวของภาคธุรกิจสหรัฐ
นอกจากนั้น สำนักงบประมาณสภาคองเกรส (ซีบีโอ) คาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวสู่ระดับ 1.5% ในปีหน้า และปรับลดคาดการณ์จีดีพีสำหรับปี 2025 ลงสู่ระดับ 2.2% จาก 2.4% ที่คาดไว้ในเดือน ก.ค. โดยมีสาเหตุจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค, การลงทุน และการส่งออกที่ชะลอตัวกว่าคาด ทั้งนี้ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.92-35.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.99/35.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/12) ที่ระดับ 1.0897/01 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/12) ที่ระดับ 1.0960/62 หลังกิจกรรมทางธุรกิจในยูโรโซนหดตัวต่อเนื่องแบบผิดคาดในเดือน ธ.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของยูโรโซนใกล้จะเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนจากฮัมบูร์ก คอมเมอร์เชียล แบงก์ (HCOB) ลดลงแตะระดับ 47.0 ในเดือน ธ.ค.จากระดับ 47.6 ในเดือน พ.ย. และสวนทางกับที่โพลของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่าอาจจะขยับขึ้นแตะระดับ 48.0
ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0890-1.0930 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0918/20 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/12) ที่ระดับ 142.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/12) ที่ระดับ 141.72/73 นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันอังคารนี้ (19/12) อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินในปีหน้า หลังจากมีกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นใกล้จะยุติการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษ (ultra-low interest rates) โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายญี่ปุ่นยังคงอยู่ที่ระดับ -0.1%
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์กคาดการณ์ว่า คณะกรรมการ BOJ จะยังคงนโยบายการเงินที่ระดับเดิมในการประชุมวันอังคารนี้ (19/12) รวมทั้งไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (YCC) โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 142.06-142.55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 142.31/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน ธ.ค. (18/12), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือน พ.ย. (19/12), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (2012), ยอดขายบ้านมือสอง (20/12), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาส 3/2566 (21/12), จำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (21/12), ดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (22/12), คำสั่งซื้อสินค้าคงทน (22/12), ยอดขายบ้านใหม่ (22/12) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกน (22/12)
ข้อมูลเศรษฐกิจอื่น ๆ ในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) (19/12) และดุลการค้าไทย (22/12)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.30/-9.90 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.50/6.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ