เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

โดดเดี่ยวมวลชน “ก้าวไกล” รัฐบาลเพื่อไทย 314 เสียง ล็อกเกมนิรโทษกรรม

20 ธ.ค. 2566 | 10:49น.
ก้าวไกล
คอลัมน์ : Politics policy people forum

วาระร้อนที่สุด ในการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีพรรคก้าวไกลทำหน้าที่เป็น “พรรคฝ่ายค้าน” เต็มตัว คือการผลักดันประเด็นอันแหลมคม ชงกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองเข้าสภา

ในร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคก้าวไกล มีใจความให้นิรโทษกรรมย้อนหลังตั้งแต่ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ปี 2549 ถึงปัจจุบัน

โดยให้นิรโทษกรรมการกระทำของผู้เดินขบวนและชุมนุมประท้วงทางการเมือง รวมถึงผู้ไม่ได้ร่วมเดินขบวน แต่ได้กระทำที่มีเหตุเกี่ยวข้อง หรือความขัดแย้งทางการเมือง ตามที่คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อการนิรโทษกรรมกำหนด ตั้งแต่ 11 กุมภาพันธ์ 2549 ถึงวันที่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าวมีผลบังคับใช้

เว้นก็แต่ไม่ “นิรโทษกรรม” เฉพาะบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุม

ตั้งเกณฑ์การพิจารณาผู้ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมต้องกระทำโดยคณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนภาคประชาชนและนักวิชาการด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน โดยผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับนิรโทษกรรมมีสิทธิที่จะเลือกไม่รับการนิรโทษกรรมได้

แต่ปมที่เป็น “วาระร้อน” ที่อยู่ในร่างกฎหมายคือ ผู้ต้องหาคดีผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จะเข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรมตามกฎหมายนี้หรือไม่ “ชัยธวัช ตุลาธน” หัวหน้าพรรคก้าวไกล บอกตอนยื่นร่างกฎหมายเข้าสู่สภา เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 ว่า “ต้องอยู่ในการวินิจฉัยของคณะกรรมการ”

เพียงแค่นี้ ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคก้าวไกล สุ่มเสี่ยงที่จะไม่ผ่านการเห็นชอบของที่ประชุมสภา เพราะพรรคก้าวไกล กำลังถูก “โดดเดี่ยว”

พท.เดาทาง กก.ตั้งใจให้ตก

วัดจากท่าทีของพรรคแกนนำรัฐบาล “เพื่อไทย” ชงให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องการนิรโทษกรรม เพื่อให้แต่ละพรรคเสนอคนเข้ามาพูดคุยกันจบในชั้นกรรมาธิการ

แหล่งข่าวแกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่า หากเสนอร่างกฎหมายเข้าไปในสภา ก็อาจจะเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ และท้ายที่สุดร่างกฎหมายนิรโทษกรรมจะถูกตีตก ดังนั้น ควรตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสุดซอย ไม่สุดซอย เหมือนของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเรื่องสุดซอยมันจบไปแล้วตอนนี้

“แต่ขณะนี้เรื่องนิรโทษกรรมอยู่ที่เอามาตรา 112 หรือไม่เอามาตรา 112 มากกว่า ไม่ได้อยู่กับเงื่อนไข VIP ชั้น 14 (ทักษิณ ชินวัตร) อีกต่อไปแล้ว และเท่าที่ศึกษาดูร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคก้าวไกล อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งสูง โดยเฉพาะให้มีคณะกรรมการขึ้นมาชี้ขาดความผิด ว่า ใครควรจะเข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรม ซึ่งกฎหมายควรมีบรรทัดฐานเดียวกัน ไม่ควรมีใครมาชี้ว่าใครควรได้รับนิรโทษกรรม โดยเฉพาะมาตรา 112 ดังนั้น เจตนาว่าเรื่องนี้จะทำให้ผ่าน หรือทำให้ร่างกฎหมายถูกตีตกแล้วหาพวกนอกสภา”

ท่าทีของพรรคเพื่อไทย จึงขมวดปมมาที่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ให้แต่ละฝ่ายมาถกเถียง-ตะลุมบอน

ขณะที่แกนนำเพื่อไทย ในทีมบริหารทำเนียบรัฐบาล บอกว่า ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ ที่จุดยืนเรื่องมาตรา 112 ชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้น กฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคก้าวไกลจะผ่าน หรือไม่ผ่านสภา ไม่ได้ขึ้นกับพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่เห็นด้วย ดังนั้น เชื่อว่าถ้ากฎหมายผ่านสภา เท่ากับกินยาผิดซอง

อนุทิน-วราวุธ ไม่นิรโทษ ม.112

ส่วนท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าจุดยืนชัดเจนว่าไม่แตะมาตรา 112 แต่ต้องรอดูความชัดเจนในการหารือส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล แต่จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยเราไม่มีปัญหากับมาตรา 112 ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าหากมีการนิรโทษในส่วนของผู้ต้องหาคดีชุมนุมทางการเมืองที่ไม่ใช่มาตรา 112 ก็มีเหตุมีผล

“วราวุธ ศิลปอาชา” รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เห็นว่า “ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาเห็นว่ามีบางส่วนที่หากเป็นประชาชนทั่วไปเราเห็นด้วย แต่ในกรณีที่เกี่ยวกับมาตรา 112 เราคิดว่าไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รวมถึงความผิดทางอาญาร้ายแรง หรือแม้กรณีการทุจริต ก็ไม่ควรที่จะได้รับการนิรโทษกรรม”

รทสช.ชง พ.ร.บ.สังคมสันติสุข

ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติมีการประชุมพรรค และมีมติไม่สนับสนุน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ชงร่างกฎหมาย พ.ร.บ.สร้างสรรค์สังคมสันติสุข ผ่านการยื่นของ สส.พรรค โดยเห็นว่าประชาชนที่มีเจตนาบริสุทธิ์ในการใช้สิทธิเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548-2565 ไม่ต้องรับผิด

โดยยกเว้น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ ผู้ที่มีความผิดใน มาตรา 112, ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ และกลุ่มที่กระทำผิดต่อชีวิตผู้อื่นจนทำให้ถึงแก่ความตาย

ฝ่ายค้าน ปชป.ก็ไม่ร่วม

“ราเมศ รัตนะเชวง” โทรโข่งประจำพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า หากเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายมีผลกระทบต่อคดีความผิดมาตรา 112 ด้วย พรรคไม่เห็นด้วย รวมถึงคดีทุจริต

300 เสียงปิดประตูก้าวไกล

เมื่อรวมเสียงในรัฐบาล ในฐานะแกนนำพรรคหลัก ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 141 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 71 ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐ 40 ที่นั่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 ที่นั่ง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 ที่นั่ง พรรคประชาชาติ 9 ที่นั่ง ฟันธงได้ว่า เห็นด้วยกับนิรโทษกรรม แต่ไม่รวมมาตรา 112 และการทุจริต

บวกฝ่ายค้าน (ไม่ถาวร) อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ 25 เสียง ไม่ยอมแตะความผิดที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 และการทุจริตเช่นกัน

ในกลุ่มนี้มี 332 เสียง เท่ากับปิดประตูร่างนิรโทษกรรมฉบับก้าวไกล แม้ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาก็ตาม

คดี 112 ก้าวไกล

อย่างไรก็ตาม มีคดี 112 ที่เป็นชนักติดหลังของ สส.ก้าวไกล และพรรคก้าวไกล ประกอบด้วย 1.ปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ สส.กทม. มีข้อหาเป็นคดี 112 อยู่ 3 คดี

2.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด สส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล มีคดี ม.112 อยู่ 3 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลอาญาเช่นกัน

3.น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคก้าวไกล ศาลอาญา (ศาลชั้นต้น) มีคำพิพากษาจำคุก เป็นเวลา 6 ปี ไม่รอลงอาญา โดยประกันตัวสู้ดคี

และ 4.คดีที่ ธีรยุทธ สุวรรณเกสร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ ซึ่งคาดว่าเดือนมกราคม ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

ดังนั้น เมื่อพรรคเพื่อไทย และพรรคแกนหลักรัฐบาลปฏิเสธร่างนิรโทษกรรมก้าวไกล แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านสภา

เว้นแต่พรรคเพื่อไทย ใช้กลไกกรรมาธิการวิสามัญ ปรับร่างนิรโทษกรรม ยกเว้น มาตรา 112 โดดเดี่ยว สส.-มวลชนก้าวไกล และกลับมาชิงความได้เปรียบ ล็อกแผนนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมคดีอื่นๆ