เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ไมโครซอฟท์เพิ่มปุ่ม Copilot บนคีย์บอร์ดรูปแบบใหม่ในรอบ 20 ปี

04 ม.ค. 2567 | 17:21น.

เตรียมบอกลาคีย์บอร์ดแบบเก่าของระบบปฏิบัติการ Windows ในรอบ 20 ปี หลัง Microsoft รุก Generative AI หนัก จนต้องเพิ่มปุ่ม Copilot เรียกใช้งานผู้ช่วยเอไอได้ทันที

สืบเนื่องจากการร่วมพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ร่วมกับ OpenAI อย่างต่อเนื่อง ทำให้ Microsoft ได้นำเอไอเหล่านี้มาปรับใช้ในโปรดักต์แทบทุกอย่าง โดยเฉพาะใน Window 11 ที่แทบจะติดมาด้วยตั้งแต่สตาร์ตคอมพิวเตอร์ ในนามของ Copilot ผู้ช่วยเสมือนในการทำงาน

ล่าสุด Microsoft Corp. ได้เผยแพร่ภาพของปุ่มคีย์บอร์ดใหม่ แสดงให้เห็นว่าจะมีการเพิ่มปุ่มกดบนคีย์บอร์ดที่มุมล่างขวาของปุ่ม Space Bar (ด้านซ้าย Ctrl-Fn-Win-Alt-Space bar, ด้านขวา Ctrl-Alt) เป็นปุ่มสัญลักษณ์รูป Copilot เพื่อเปิดใช้งานบริการ AI Copilot โดยมีอุปกรณ์ชุดแรกที่ใช้คีย์ใหม่ที่จะวางจำหน่ายในเดือนนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบคีย์บอร์ดครั้งแรกตั้งแต่ปี 1994 กล่าวคือในปีนั้น Microsoft เพิ่มปุ่มรูปหน้าต่างหรือ Windows ใช้แทนฟังก์ชั่น Start ในปี 1994

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ระบุว่า พันธมิตรด้านฮาร์ดแวร์ของ Microsoft จะเริ่มอวดโฉม คอมพิวเตอร์ Windows 11 ที่มีปุ่ม Copilot ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าในการประชุมเทคโนโลยี CES2024 และจะกลายเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นเมื่อเวลาผ่านไป

ปุ่ม Copilot จะช่วยเข้าถึงผู้ช่วยเอไอ ให้ผู้ใช้สร้างรูปภาพ เขียนอีเมล์ และสรุปข้อความด้วยความช่วยเหลือต่าง ๆ

“ยูซุฟ เมห์ตี” หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดผู้บริโภคของ Microsoft กล่าวว่า AI จะถูกรวมเข้ากับ Windows ได้อย่างราบรื่นตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ ซิลิคอน (ชิปเซ็ต) ไปจนถึงฮาร์ดแวร์

ขณะที่บริษัท Redmond ในวอชิงตัน มองว่าปี 2024 เป็น “ปีแห่ง PC AI” สะท้อนถึงแนวโน้มที่เกิดขึ้นในหมู่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดแบรนด์ต่าง ๆ ของตนว่าเป็น “AI Phones”

Microsoft ใช้เวลาในปีที่ผ่านมาปรับแต่งผลิตภัณฑ์ขนานใหญ่ ให้สอดรับกับเทคโนโลยี AI ที่สามารถสร้างเนื้อหาใหม่จากชุดข้อมูลขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Windows, MS Office, Bing search, ซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย และผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า และการเงิน โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี GPT-4 จาก OpenAI อย่างมาก ซึ่ง Microsoft ได้ลงทุนไป 1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วินโดวส์ Windows ไมโครซอฟต์