เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตั้งอนุฯ แก้ปัญหาพิพาทที่ดินเกาะหลีเป๊ะ​ วางกรอบทำข้อมูล 60 วัน​ ก่อนชงนายกฯ
Politics ตั้งอนุฯ แก้ปัญหาพิพาทที่ดินเกาะหลีเป๊ะ​ วางกรอบทำข้อมูล 60 วัน​ ก่อนชงนายกฯ
พิพัฒน์ ยังไม่ตั้ง ‘เลขาฯ’ คนใหม่ รอ ‘รัชพงศ์’ พิสูจน์ตัวเอง ยันผิดไม่ปกป้อง
Politics พิพัฒน์ ยังไม่ตั้ง ‘เลขาฯ’ คนใหม่ รอ ‘รัชพงศ์’ พิสูจน์ตัวเอง ยันผิดไม่ปกป้อง
สว.ไฟเขียว ‘พ.ร.บ.โอนงบฯ’ รัฐบาล แจงจะใช้ให้โปร่งใส ไม่ทำเพื่อเอื้อการเมือง
Politics สว.ไฟเขียว ‘พ.ร.บ.โอนงบฯ’ รัฐบาล แจงจะใช้ให้โปร่งใส ไม่ทำเพื่อเอื้อการเมือง
ตลท. ยกระดับ “TSD e-Service” ปลดล็อกการทำธุรกรรมผู้ถือหุ้นให้เป็นเรื่อง “วิเศษ”
Finance ตลท. ยกระดับ “TSD e-Service” ปลดล็อกการทำธุรกรรมผู้ถือหุ้นให้เป็นเรื่อง “วิเศษ”
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
เงินเฟ้อ มิ.ย. พุ่ง 2.42% อาหารจานเดียว-ค่าน้ำมันดันค่าครองชีพสูง
Economic เงินเฟ้อ มิ.ย. พุ่ง 2.42% อาหารจานเดียว-ค่าน้ำมันดันค่าครองชีพสูง
ก.พ. คลอดมาตรการคุม ‘ทุจริตสอบราชการ’ งัดไม้แข็งตรวจพบเจอโทษสูงสุด
Politics ก.พ. คลอดมาตรการคุม ‘ทุจริตสอบราชการ’ งัดไม้แข็งตรวจพบเจอโทษสูงสุด
ก.พ. ลุย ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ มุ่งให้มีผลในปีงบฯ 70 เล็งเพิ่มเงินเดือน ขรก.ในต่างประเทศ
Politics ก.พ. ลุย ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ มุ่งให้มีผลในปีงบฯ 70 เล็งเพิ่มเงินเดือน ขรก.ในต่างประเทศ
เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน เปิดตัว ‘CenTRal cENtrAL’ มิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางสยามสแควร์
Real Estate เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน เปิดตัว ‘CenTRal cENtrAL’ มิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางสยามสแควร์
ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 66,350 บาท
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ ก่อนจับตาการประชุมเฟดสัปดาห์หน้า

26 ม.ค. 2567 | 18:46น.
ค่าเงินบาท

ค่าเงินบาท

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 22-26 มกราคม 2567

วันที่ 26 มกราคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (22/1) ที่ระดับ 35.54/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (19/1) ที่ระดับ 35.51/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดีในสัปดาห์นี้ภาพรวมดอลลาร์สหรัฐ ยังคงเคลื่อนไหวผันผวนในแนวแข็งค่าขึ้น เนื่องจากความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้นักลงทุนปรับลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงของสหรัฐอย่างรวดเร็ว

โดยนายออสเตน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโก กล่าวในวันศุกร์ (19/1) ว่า เฟดจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลเงินเฟ้อมากขึ้นก่อนพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นางแมรี ดาลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาซานฟรานซิสโก เน้นย้ำถึงแนวทางที่ธนาคารกลางระมัดระวังในการดำเนินนโยบายการเงิน โดยระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย และยังจำเป็นต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อแสดงให้เห็นอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมาย 2% ของเฟด ก่อนที่จะมีการหารือเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

อย่างไรก็ดี เฟดได้เริ่มเข้าสู่ช่วง Blackout Period ในการแสดงความคิดเห็นในวันที่ 20 ม.ค. ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 30-31 ม.ค.นี้ ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 0.25% ในเดือน พ.ค. โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักต่ำกว่า 50% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 19-20 มี.ค. ซึ่งลดลงจากที่เคยให้น้ำหนักสูงกว่า 80%

นอกจากนี้ เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น เดือน ม.ค. ของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 50.3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือน จากระดับ 47.9 ในเดือน ธ.ค. และดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นเดือน ม.ค. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.9 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน จากระดับ 51.4 ในเดือน ธ.ค.

อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ของ GDP ประจำไตรมาส 4/2566 โดยระบุว่า GDP ขยายตัว 3.3% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.0% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง และช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่เงินเฟ้อชะลอตัวลง

อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของดอลลาร์สหรัฐยังถูกจำกัดอยู่บ้าง หลังตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ที่สูงกว่าคาด โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 25,000 ราย สู่ระดับ 214,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 200,000 ราย

ทั้งนี้ นักลงทุนรอดูการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือน ธ.ค. ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ (26/1) เวลาประมาณ 20.30 น. ตามเวลาไทย โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

ขณะที่ตลาดคาดว่า ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงานจะปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือน ธ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.6% ในเดือน พ.ย. ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าจะปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือน ธ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.2% ในเดือน พ.ย. ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.43-35.88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (26/1) ที่ระดับ 35.65/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยในประเทศ นายเศรษฐพุฒิกล่าวให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 7 ก.พ. 2567 โดยระบุว่าตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจของไทยในปี 2567 ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ไม่ได้บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญภาวะวิกฤตและปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งไม่สามารถแก้ไขด้วยการใช้มาตรการกระตุ้นระยะสั้นของรัฐบาล อีกทั้งยังไม่มีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อติดลบ และคาดการณ์ว่าภาวะเงินเฟ้อติดลบจะเกิดขึ้นในเดือน ม.ค., ก.พ. หรืออาจถึงเดือน มี.ค. รวมถึงมีความเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในขณะนี้อยู่ในภาวะเป็นกลาง

สำหรับปัจจัยในภูมิภาค ธนาคารลางจีน (PBOC) ประกาศมาตรการต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นสภาพคล่องให้กับกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาวิกฤตขาดแคลนเงินสดให้กับกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จีน หลังต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนเงินสดจากการที่รัฐบาลจีนออกมาตรการคุมเข้มภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ปัญหาระดับหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้นในภาคดังกล่าว

นอกจากนี้ นายพาน กงเซิ่ง ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (PBOC) ระบุว่า จีนจะปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ในช่วงต้นเดือน ก.พ. เพื่อนำเงินบางส่วนที่ถูกกันไว้ก่อนหน้านี้เข้าสู่ระบบเพื่อส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจีน ทั้งนี้ คาดว่าการปรับลด RRR ลง 0.5% จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องระยะยาวให้กับตลาดได้ 1 ล้านล้านหยวน (1.39 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดย PBOC ได้ดำเนินการปรับลด RRR จำนวน 2 ครั้งในปี 2566 ซึ่งการปรับลดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือน ก.ย.ปีที่ผ่านมา

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (22/1) ที่ระดับ 1.0903/05 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (19/1) ที่ระดับ 1.0885/87 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ผลสำรวจพบว่าภาวะตกต่ำในกิจกรรมภาคธุรกิจในยูโรโซนดีขึ้นในเดือนนี้ แต่การปรับตัวดีขึ้นของแนวโน้มในภาคการผลิตถูกหักล้างไปบ้างจากภาคบริการที่แย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์

ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) คอมโพสิตชั้นต้นของยูโรโซน ซึ่งรวบรวมข้อมูลโดยเอสแอนด์พี โกลบอล เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 47.9 ในเดือน ม.ค. จาก 47.6 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 48.0 แต่ก็ยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน อย่างไรก็ดี ยูโรอ่อนค่าลงหลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี (25/1) ตามการคาดการณ์ของตลาด โดยเป็นการตรึงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3

ทั้งนี้ การคงอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากยังคงอยู่ที่ระดับ 4.00% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 4.75% ส่วนอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 4.50% โดยก่อนหน้านี้ ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 10 ครั้งติดต่อกันรวม 4.5% หลังจากที่ได้เริ่มวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ค. 2565 เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนให้น้ำหนัก 62% ต่อคาดการณ์ที่ว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน เม.ย.

อย่างไรก็ดี นายโรเบิร์ต โฮลช์แมนน์ สมาชิกคณะกรรมการควบคุมนโยบายของ ECB ส่งสัญญาณว่า ECB อาจไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0811-1.0932 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (26/1) ที่ระดับ 1.0838/42 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (22/1) ที่ระดับ 148.11/13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (19/1) ที่ระดับ 147.98/99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงนโยบายการเงินในการประชุมเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ซึ่งรวมถึงการตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษ ที่ระดับ -0.1% และยังคงกำหนดให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นประเภทอายุ 10 ปี เคลื่อนไหวที่ระดับราว 0%

นอกจากนี้ BOJ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (YCC) โดยกำหนดเพดานกรอบบนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่ระดับ 1.0% และให้ระดับดังกล่าวเป็นระดับอ้างอิง หรือ “reference point” เพื่อให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวสามารถปรับตัวขึ้นได้อีก และเพื่อสะท้อนถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้นในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการ BOJ ได้ปรับลดคาดการณ์แนวโน้มดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมราคาในหมวดอาหารสด สำหรับปีงบประมาณ 2567 ลงสู่ระดับ 2.4% จากเดิมที่ระดับ 2.8% แต่ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้มดัชนี Core CPI สำหรับปีงบประมาณ 2568 ขึ้นสู่ระดับ 1.8% จากเดิมที่ระดับ 1.7%

อย่างไรก็ดี ค่าเงินปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ญี่ปุ่นประเภทอายุ 10 ปี ที่ปรับตัวขึ้นแตะ 0.74% ในวันพุธ (24/1) ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ โดยนายคาสุโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า มีโอกาสเพิ่มมากขึ้นทีละน้อยในการที่ BOJ จะบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ และถ้อยแถลงของเขาก็กระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่า BOJ อาจจะยุตินโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากเป็นพิเศษในเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ ค่าเงินเยนยังได้รับแรงหนุนจากตัวเลขยอดส่งออกที่แข็งแกร่งของญี่ปุ่นที่ออกมาในวันพุธ (24/1) ด้วย ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 146.64-148.70 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (26/1) ที่ระดับ 148.07/09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ