เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘Apple’ จับมือ ‘Meta’ ดันโมเดล Muse AI ประมวลผลบน Mac Studio
Tech ‘Apple’ จับมือ ‘Meta’ ดันโมเดล Muse AI ประมวลผลบน Mac Studio
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.86% อยู่ที่ 81,953 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.86% อยู่ที่ 81,953 เหรียญสหรัฐ
ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ดูทั้งหมด

เก็บค่าธรรมเนียมสัตว์น้ำไม่พอ ขอตรวจย้อนกลับ-เข้มนำเข้า

29 ก.พ. 2567 | 07:23น.

ชาวประมงจี้รัฐบาลแก้ไขปัญหาสินค้าสัตว์น้ำในประเทศมีราคาตกต่ำ ชี้เก็บ “ค่าธรรมเนียมนำเข้าสัตว์น้ำ” ตาม กม.โรคระบาดสัตว์แค่ “สกัด” ไม่สามารถห้ามสัตว์น้ำราคาถูกเข้ามาตีตลาดในประเทศได้ ขอกรมประมงบังคับใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ อัตราค่าธรรมเนียมกลุ่มทูน่าใกล้ได้ข้อสรุปเรียกเก็บแค่ 5 สตางค์แลกรับซื้อปลาในประเทศ สินค้าอื่นยังไม่ลงตัว

การนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศได้ส่งผลกระทบต่อราคาสัตว์น้ำของชาวประมง ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง ปู ปลา ปลาหมึก ทั้งที่เพาะเลี้ยงและทำการประมง โดยบางช่วงปรากฏ มีการนำเข้าสัตว์น้ำจำนวนมากเข้ามาในลักษณะของ “การตีตลาด” ในประเทศ จนประสบปัญหาราคาสินค้าประมงตกต่ำอย่างรุนแรง สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำมาตั้งแต่ปลายปี 2566

พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้การนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุมตรวจสอบสินค้าสัตว์น้ำนำเข้า-ส่งออก และนำผ่าน เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU) จากประเทศผู้ส่งออกต้นทาง เช่นเดียวกันกับที่ชาวประมงไทยต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน IUU มาโดยตลอด

ร้องนายกฯช่วยชาวประมง

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงาน สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ทำหนังสือฉบับแรกถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในเดือนตุลาคม 2566 แจ้งว่า ที่ผ่านมาชาวประมงต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุม ตรวจสอบสินค้าสัตว์น้ำนำเข้า ส่งออกและนำผ่าน เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU) ซึ่งสามารถดำเนินการตามมาตรฐานในการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าสัตว์น้ำได้เป็นอย่างดี

แต่การดำเนินการตามมาตรฐาน IUU ส่งผลให้ชาวประมงมี “ต้นทุน” ในการดำเนินงานที่สูงมาก ในขณะที่หน่วยงานของรัฐบาลกลับปล่อยให้มีการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายภายในประเทศได้โดยง่าย ทำให้สินค้าสัตว์น้ำในประเทศมีราคาตกลง

สินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศที่นำเข้ามาได้ง่าย ๆ นั้น ไม่มีมาตรการตรวจสอบย้อนกลับตามมาตรฐานของ IUU แบบที่ชาวประมงเจอ ส่งผลให้มีสัตว์น้ำจากประเทศที่ถูก “ใบเหลือง-ใบแดง” ภายใต้ระเบียบ IUU ของสหภาพยุโรปสามารถส่งเข้ามาจำหน่ายในไทยแข่งขันกับสัตว์น้ำของชาวประมง

นอกจากนั้นยังมีการนำเอาสัตว์น้ำเหล่านั้นมาใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อแปรรูปส่งออกในโควตาของประเทศไทย “โดยถือเป็นสัตว์น้ำของไทยอีกด้วย” การกระทำดังกล่าวทำให้ชาวประมงเสียหาย กระทบกับอาชีพประมง เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันในเรื่องของต้นทุนกับสัตว์น้ำจากต่างประเทศได้

อย่างไรก็ตาม กรมประมงมีความเห็นว่า การห้ามนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศจะต้องมีเหตุผลที่เพียงพอ และ “ไม่เป็นการกีดกันทางการค้า” เบื้องต้น กรมประมงได้ดำเนินการเข้มงวดในการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำภายใต้มาตรการป้องกันเพื่อให้มั่นใจได้ว่า สินค้าสัตว์น้ำนั้น ๆได้รับอนุญาตนำเข้าที่ถูกต้อง

ส่วนสินค้าสัตว์น้ำที่นำเข้าจากประเทศที่ได้รับ “ใบแดง” จากสหภาพยุโรปตามระเบียบ IUU จะไม่สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อแปรรูปส่งออกไปยังสหภาพยุโรปได้อีก แต่สถานการณ์สินค้าสัตว์น้ำของชาวประมงมีราคาตกต่ำ ไม่สามารถแข่งขันกับสัตว์น้ำนำเข้าก็ยังไม่ดีขึ้น มีการขอให้เข้มงวดในการตรวจสอบการรับฝากสินค้าสัตว์น้ำนำเข้าของ “ห้องเย็น” เป็นการเพิ่มเติม

งัด กม.โรคระบาดสัตว์

จนมาถึงต้นเดือนมกราคม 2567 ได้มีการเรียกประชุม คณะกรรมการแก้ไขปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำ ปรากฏมีการยกร่างกฎกระทรวงการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร ภายใต้ “กฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์” ในประเด็นนี้จากการสอบถามผู้เกี่ยวข้องมีความเห็นว่า ในเบื้องต้นการห้ามนำเข้าสัตว์น้ำจากประเทศที่ไม่มีการดำเนินการตามมาตรฐาน IUU ยังไม่สามารถดำเนินการได้

แต่เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมงจะใช้วิธีการเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียม” การนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ โดยการจำแนก “ความเสี่ยง” ของการเกิดโรคระบาดสัตว์น้ำออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

1) สัตว์น้ำกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ มีการควบคุมตรวจสอบด้วยกระบวนการออกใบอนุญาตและการตรวจสอบกายภาพเบื้องต้น 2) สัตว์น้ำกลุ่มที่มีความเสี่ยงปานกลาง จะมีการควบคุมตรวจสอบด้วยกระบวนการออก ใบอนุญาตตรวจสอบเบื้องต้น และมีการ “สุ่มตัวอย่าง” ตรวจสอบโรค ณ ห้องปฏิบัติการ

3) สัตว์น้ำกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง จะมีการควบคุมตรวจสอบด้วยกระบวนการออกใบอนุญาต การตรวจสอบกายภาพเบื้องต้น และการสุ่มตัวอย่างตรวจสอบโรค ณ ห้องปฏิบัติการที่ “มากกว่า” กลุ่มสัตว์น้ำที่มีความเสี่ยงปานกลาง และ 4) สัตว์น้ำกลุ่มความเสี่ยงสูงมาก จะมีการควบคุมตรวจสอบด้วยกระบวนการออกใบอนุญาต การตรวจสอบกายภาพเบื้องต้น การสุ่มตัวอย่างตรวจสอบโรค ณ ห้องปฏิบัติการ และการ “กักกันโรคสัตว์น้ำ” ด้วย

“ค่าธรรมเนียมที่จะจัดเก็บในการนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศ จะคิดอัตรามากน้อยขึ้นอยู่กับการจัดลำดับให้สัตว์น้ำนำเข้านั้นอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงกลุ่มไหน แน่นอนว่าหากถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมากก็จะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการนำเข้าสูงกว่ากลุ่มสัตว์น้ำที่มีความเสี่ยงต่ำ

โดยค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บจะคำนวณตามต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกิดจากกระบวนการตรวจสอบออกใบอนุญาตสัตว์น้ำนำเข้า ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนทางด้านบุคลากร ต้นทุนการพัฒนารักษาระบบอิเล็กทรอนิกส์ ต้นทุนการตรวจวิเคราะห์โรค ค่าใช้จ่ายในการเดินทางตรวจสอบ ค่าวัสดุครุภัณฑ์ แต่รวม ๆ กันแล้วจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมได้ไม่เกิน 20 บาท” แหล่งข่าวกล่าว

ขอระบบตรวจสอบย้อนกลับ

นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันชาวประมงได้รับความเสียหายจากการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากประเทศที่ไม่มีการปฏิบัติตามมาตรฐาน IUU ส่งผลให้ราคาสัตว์น้ำในประเทศตกต่ำลงมาก ขณะที่ชาวประมงไทยต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน IUU ต้นทุนก็สู้กันไม่ได้ “เราต้องออกเอกสารตรวจสอบกันเป็นร้อยฉบับ”

ส่วนการเก็บค่าธรรมเนียมการนำเข้าสัตว์น้ำภายใต้ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ ที่กำลังดำเนินการกันอยู่ใน คณะกรรมการแก้ไขปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำ นั้นเห็นว่า ยังเป็นแค่การ “สกัด” ไม่ให้มีการนำเข้าสัตว์น้ำเข้ามาเป็นจำนวนมากเท่านั้น

“ในการประชุมครั้งต่อไป เราจะเสนอให้มีระบบตรวจสอบย้อนกลับที่เข้มงวดเหมือนกับสินค้าประมงภายในประเทศ ซึ่งสามารถทำได้ภายใต้มาตรา 92 ตามความในมาตรา 52 ของ พ.ร.บ.การประมง ที่ระบุไว้ว่า เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ รัฐมนตรีอาจประกาศกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่ต้องมีการควบคุมตามมาตรา 49 ซึ่งจะจำหน่ายสัตว์น้ำของตน ต้องขอรับหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ” นายมงคลกล่าว

ส่วนอัตราที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนั้นกำลังอยู่ในระหว่างการหารือกับสมาคมที่เกี่ยวข้องถึงอัตราที่เหมาะสม เพราะหากเรียกเก็บสูงเกินไปก็จะกระทบกับความสามารถในการแข่งขันส่งออกสินค้าประมง แต่หากเก็บต่ำเกินไปก็ไม่สามารถสกัดกั้นการนำเข้าสัตว์น้ำในลักษณะที่เข้ามา “ทุบตลาด” ในประเทศได้

ทั้งนี้อัตราที่มีการหารือกัน ยกตัวอย่าง ทูน่า จะจัดเก็บอยู่ที่ 5 สตางค์/กก.ปลาที่ใช้ทำซูริมิอยู่ที่ 50 สตางค์/กก. ปลาหมึกอยู่ที่ 50 สตางค์/กก. กุ้ง 50 สตางค์-1 บาท/กก. แต่อัตราเหล่านี้ยังไม่ได้ข้อสรุป

ทูน่าเก็บ 5 สต.แลกซื้อปลาใน ปท.

ด้านนายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย (TTIA) กล่าวถึงการเก็บค่าธรรมเนียมในการนำเข้าสัตว์น้ำเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าสัตว์น้ำของชาวประมงมีราคาตกต่ำลงว่า สมาคมจะดำเนินการ 2 แนวทาง คือ การช่วยเหลือค่าธรรมเนียม กับการช่วยซื้อวัตถุดิบในประเทศ โดยสมาชิก TTIA มีการนำเข้าวัตถุดิบมากกว่า 50% ต่อปี หรือประมาณ 1 ล้านตัน จากตัวเลขนำเข้าทั้งหมด 1.7 ล้านตัน “ถือว่าสูงที่สุด เป็นพี่ใหญ่ก็ต้องทำให้เป็นตัวอย่าง”

แต่อัตราค่าธรรมเนียมที่กำหนดออกมาจะต้องเหมาะสม โดยกำหนดอัตราไม่เกิน 5 สตางค์ต่อปี สำหรับการนำเข้าปีละ 1 ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท หากเก็บสูงกว่านั้น เช่น 1 บาทเท่ากับปีละ 1,000 ล้านบาท ถือว่า “เป็นอัตราที่สูงเกินไป”

อีกด้านหนึ่ง TTIA จะเข้าไปช่วยรับซื้อสินค้าประมงในประเทศมาเป็นวัตถุดิบเพื่อช่วยเหลือชาวประมงในท้องถิ่น เบื้องต้นคาดว่าปริมาณที่จะเข้าไปช่วยรับซื้อผลผลิตในประเทศ “หลักหมื่นตัน” เนื่องจากชาวประมงไทยมีจำนวนลดลงหลังจากที่รัฐบาลใช้มาตรฐาน IUU “จึงมีผลผลิตเหลือไม่มากนัก” ส่วนราคารับซื้อจะคำนวณราคาจากต้นทุนชาวประมงเป็นหลัก

เพราะตอนนี้ราคานำเข้าบางเวลาอาจจะแค่ 10 บาท/กก. ต้นทุนชาวประมงอยู่ที่ 12 บาท/กก. หากรับซื้อราคาเท่ากับวัตถุดิบนำเข้า 10 บาท/กก. ชาวประมงอาจจะขาดทุน 20% ก็คงจะไม่ได้ ดังนั้นจึงกำหนดราคารับซื้อที่ 12-13 บาท/กก. ให้ชาวประมงพอมีกำไรและโรงงานพออยู่ได้

พร้อมกับมีข้อสังเกตว่า ราคาสินค้าประมงในประเทศลดต่ำลงนั้น หากพิจารณาตัวเลขนำเข้าวัตถุดิบในปี 2566 ตามตัวเลขทางการจะมีปริมาณ 1.7 ล้านตัน หรือลดลงจากปี 2565 ที่มีการนำเข้า 2.1 ล้านตัน นั้นหมายถึง ไม่ใช่สาเหตุทำให้ราคาสินค้าประมงตกต่ำ

แต่สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากตัวเลขนำเข้าสินค้าทางชายแดนจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะฝั่งเมียนมา ที่ไม่ได้อยู่ในระบบก็คือ “สินค้าเถื่อน มีปริมาณมาก” ส่งผลให้ราคาสินค้าประมงในประเทศลดลงเสียมากกว่า

“ในวันนี้สมาคมลงพื้นที่ จ.ปัตตานี เพื่อหารือถึงมาตรการช่วยเหลือชาวประมงท้องถิ่นเกี่ยวกับปัญหาสถานการณ์ราคาสินค้าประมงในประเทศลดลง โดยสมาคมมีจุดยืนแน่นอนสนับสนุนนโยบายของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะช่วยชาวประมงและไม่ให้กระทบอุตสาหกรรม ให้เกิดความสมดุล ชาวประมงอยู่ได้ อุตสาหกรรมอยู่ได้ และเห็นใจกรมประมงว่า ภารกิจเยอะมากที่ผ่านมาทางกรมเสนอของบประมาณหลักหมื่นล้านบาท แต่ได้รับการอนุมัติมาเพียง 3,000 ล้านบาท

ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องยากที่จะช่วยป้องกันการลักลอบนำเข้าวัตถุดิบที่ไม่ถูกต้องทางชายแดนที่มีระยะทางหลายพันกิโลเมตร จึงเกิดเป็นช่องว่าง ซึ่งทางเอกชนก็พร้อมจะช่วย แต่ต้องยอมรับว่าเอกชนก็มีความลำบากเช่นกันปีนี้ในเรื่องการส่งออก หากเรียกค่าธรรมเนียมเยอะเกินไป อีกด้านเราพร้อมสนับสนุนด้านราคาประมงที่ถูกกฎหมายในประเทศให้ดีที่สุดที่เป็นเป้าหมายหลัก”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประมง