Skip to content

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอเกินคาด

04 มี.ค. 2567 | 18:22น.
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอเกินคาด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอเกินคาด นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะให้การต่อสภาคองเกรสในวันพุธ (6/4) และวันพฤหัสบดีนี้ (7/4) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือน ก.พ.ของสหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/3) ที่ระดับ 35.78/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (1/4) ที่ระดับ 35.94/96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐถูกกดดันหลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอเกินคาดหลายตัว โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 47.8 ในเดือน ก.พ. จากระดับ 49.1 ในเดือน ม.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 49.5 โดยดัชนียังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐ โดยเป็นการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 16

ISM ยังรายงานอีกด้วยว่า ดัชนีการจ้างงานภาคโรงงานดิ่งลงจาก 47.1 ในเดือน ม.ค. สู่ 45.9 ในเดือน ก.พ. ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ในขณะที่ดัชนียอดสั่งซื้อใหม่ของภาคโรงงานดิ่งลงจาก 52.5 ในเดือน ม.ค. สู่ 49.2 ในเดือน ก.พ.

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 76.9 ในเดือน ก.พ. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 79.6 และต่ำกว่าเดือน ม.ค. ที่ระดับ 79.0

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างลดลง 0.2% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าอาจเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากพุ่งขึ้น 1.1% ในเดือน ธ.ค. และเมื่อเทียบรายปี การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างพุ่งขึ้น 11.7% ในเดือน ม.ค.

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะให้การต่อสภาคองเกรสในวันพุธ (6/4) และวันพฤหัสบดีนี้ (7/4) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือน ก.พ.ของสหรัฐ ที่ทางกระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานออกมาในวันศุกร์ (8/4) โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่า หากนายพาวเวลล์ส่งสัญญาณแบบสายเหยี่ยว หรือถ้าหากสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานที่ยังแข็งแกร่งในสัปดาห์นี้ ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่า เฟดอาจจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานานต่อไป

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทแข็งค่าตามทิศทางเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาค ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับค่าเงินบาทได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาทองคำ ทำให้อาจมีธุรกรรมขายทองคำ ซึ่งจะทำให้มีการขายดอลลาร์และซื้อเงินบาท ทั้งนี้ ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 35.78-35.85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.83/85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/3) ที่ระดับ 1.0841/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (1/4) ที่ระดับ 1.0817/21 หลังจากสำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป (อียู) รายงานในวันศุกร์ (1/3) ว่า อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซน

ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิก 20 ประเทศ ร่วงลงจาก 2.8% ในเดือน ม.ค. สู่ 2.6% ในเดือน ก.พ. ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารและเชื้อเพลิงปรับลงจาก 3.3% ในเดือน ม.ค. สู่ 3.1% ในเดือน ก.พ. แต่อยู่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 2.9% และยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่อีซีบีตั้งไว้ที่ 2%

โดยรายงานตัวเลขเงินเฟ้อนี้อาจจะสนับสนุนให้อีซีบีคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงต่อไป เพราะว่าอัตราเงินเฟ้อในภาคบริการของยูโรโซนขยับลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยขยับลงจาก 4.0% ในเดือน ม.ค.สู่ 3.9% ในเดือน ม.ค. นอกจากนี้ สำนักงานสถิติของอียู (ยูโรสแตท) ยังรายงานอีกด้วยว่า อัตราการว่างงานในยูโรโซนทรงตัวอยู่ที่สถิติต่ำสุดที่ 6.4% ในเดือน ม.ค. ส่งผลให้อีซีบีกังวลว่าค่าแรงในยูโรโซนอาจพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมาอีกได้

โดยมีการคาดการณ์ว่า ค่าแรงในยูโรโซนอาจจะพุ่งขึ้นสูงกว่า 4.5% ในปีนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0835-1.0858 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0845/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/3) ที่ระดับ 150.08/09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (1/4) ที่ระดับ 150.61/62 จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนั้น กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านทุนของภาคเอกชนญี่ปุ่นพุ่งขึ้นในไตรมาส 4 โดยพุ่งขึ้น 16.4% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาสเดือน ต.ค.-ธ.ค. จากที่คาดการณ์ว่าจะโตเพียงระดับ 3.4%

โดยข้อมูลการใช้จ่ายด้านทุนที่แข็งแกร่งนี้อาจจะสนับสนุนให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ปรับนโยบายการเงินผ่อนคลายพิเศษให้เป็นปกติในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่นักลงทุนกำลังจับตาการเจรจาค่าจ้างของญี่ปุ่นในปีนี้ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าอาจมีการปรับค่าจ้างขึ้น ซึ่งตัวเลขค่าจ้างเป็นปัจจัยที่สำคัญของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) สำหรับการตัดสินใจยุติอัตราดอกเบี้ยติดลบ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.80-150.11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 150.31/34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ญี่ปุ่น (5/3), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ยูโรโซน (5/3), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สหรัฐ (5/3), ดัชนีภาคบริการเดือน ก.พ.สหรัฐ (5/3), ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน ม.ค. สหรัฐ (5/3), ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน ม.ค.สหรัฐ (6/3),

สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน ม.ค.สหรัฐ (6/3), Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) (6/3), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (7/3), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน ม.ค. สหรัฐ (7/3), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.พ.สหรัฐ (8/3) และอัตราว่างงานเดือน ก.พ.สหรัฐ (8/3)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.2/-9.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.0/-5.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอลลาร์สหรัฐ