Skip to content

มาเลเซีย ประกาศยกระดับมาตรการเข้มการนำเข้าลำไยสดไทย เริ่ม 1 เม.ย. 2567

25 มี.ค. 2567 | 10:59น.
มาเลเซีย ประกาศยกระดับมาตรการเข้มการนำเข้าลำไยสดไทย เริ่ม 1 เม.ย. 2567

มกอช. เตือนผู้ส่งออก มาเลเซียประกาศยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้าผลลำไยสดจากไทย กำหนดให้ผู้ส่งออกที่อยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังต้องแนบผลตรวจสารตกค้างประกอบการนำเข้า เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป แนะเพิ่มความระมัดระวัง ส่งออกลำไยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเท่านั้น ป้องกันการระงับนำเข้าในอนาคต

วันที่ 25 มีนาคม 2567 นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ในปี 2566 ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียตรวจพบสารตกค้างในผลลำไยสดนำเข้าจากไทยเกินค่ามาตรฐานบ่อยครั้ง ซึ่งไทยส่งออกลำไยสดไปมาเลเซียในปีดังกล่าวจำนวนกว่า 9,089 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 270 ล้านบาท ทำให้มาเลเซียประกาศใช้มาตรการใหม่ กำหนดให้ผู้ส่งออกที่เคยถูกตรวจพบว่ามีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน หรือเรียกว่าอยู่ในรายชื่อเฝ้าระวัง (Watch List)

จะต้องมีเอกสารรับรองผลการตรวจวิเคราะห์ หรือ COA ที่แสดงว่ามีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และ Carbendazim ตกค้างไม่เกินค่ามาตรฐานของมาเลเซีย ประกอบการนำเข้าสินค้าทุกลอต โดยหากไม่มีเอกสารดังกล่าว สินค้าจะถูกอายัดที่ด่านนำเข้าเพื่อรอผลการตรวจ หากไม่พบสารตกค้างเกินค่ามาตรฐานจึงจะอนุญาตให้นำเข้าได้ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป

สำหรับผู้ส่งออกที่ไม่ได้อยู่ใน Watch List จะยังคงส่งออกผลลำไยสดได้ตามปกติ โดยไม่ต้องแนบเอกสาร COA แต่จะถูกสุ่มตรวจตามแผนการตรวจประจำปีของมาเลเซีย โดยหากตรวจพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และ Carbendazim เกินค่ามาตรฐาน จะถูกบรรจุใน Watch List และการส่งออกลอตต่อไปจะต้องมีเอกสาร COA ประกอบเช่นเดียวกัน

นางสาวปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองเลขาธิการ มกอช.ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การส่งออกผลลำไยสดที่ผ่านการรมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานบังคับ เรื่อง หลักปฏิบัติที่ดีสำหรับกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (มกษ. 1004-2557) ซึ่งกำหนดให้ลำไยสดที่ผ่านการรมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ต้องมาจากโรงรมที่ได้รับใบอนุญาต และผ่านการรับรองมาตรฐาน

ในส่วนของผู้ส่งออกจะต้องขอใบอนุญาต และแจ้งการส่งออกมายัง มกอช. ทุกลอต โดยจากสถิติที่ผ่านมาพบว่าผู้ส่งออกที่ปฏิบัติตามมาตรฐานบังคับยังไม่เคยถูกตรวจพบซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างเกินค่ามาตรฐานของมาเลเซียมาก่อน มีเพียงผู้ส่งออกที่ไม่ปฏิบัติตามเท่านั้นที่พบปัญหาดังกล่าว ซึ่งนับเป็นข้อได้เปรียบอย่างชัดเจนของผู้ส่งออกที่ปฏิบัติตามมาตรฐานบังคับ

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากมีการตรวจพบสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานในผลลำไยสดที่นำเข้าจากไทยในปริมาณและความถี่ที่สูงขึ้น มาเลเซียอาจพิจารณายกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้าให้เข้มงวดขึ้นอีก เช่น กำหนดให้ผู้ส่งออกทุกรายต้องมีเอกสาร COA ประกอบการส่งออกทุกลอต ไปจนถึงระงับการนำเข้าผลลำไยสดจากไทย ดังนั้นผู้ส่งออกควรเพิ่มความระมัดระวังในการคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

โดยเลือกผลลำไยสดที่ผ่านการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากโรงรมที่ได้รับใบอนุญาต และผ่านการรับรองตามมาตรฐาน มกษ. 1004-2557 และควรเป็นผลลำไยสดจากแปลงที่ได้รับการรับรอง GAP พืช ตาม มกษ. 9001 เพื่อลดความเสี่ยงในการตกค้างของสารเคมีทางการเกษตร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มาเลเซีย ลำไย