หุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวกรอบ 1,365-1,385 จุด ตลาดยังขาดปัจจัยใหม่หนุน
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวอยู่ภายในกรอบ แนวต้าน 1,380-1,385 จุด แนวรับอยู่ที่ 1,365 จุด ตลาดขาดปัจจัยใหม่หนุน นักลงทุนรอติดตามตัวเลข GDP ไทยในไตรมาส 1 และเงินเฟ้อสหรัฐ จับตาประชุม ครม. แก้เก็บ VAT สินค้านำเข้าต่ำกว่า 1,500 บาท
วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) รายงานว่าประเมิน SET ยังขาดปัจจัยใหม่ ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนี และนักลงทุนรอติดตามประเด็นสำคัญในวันพุธนี้ สำหรับตัวเลข GDP ไทยในไตรมาส 1 และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐในเดือน เม.ย.ทำให้คาดดัชนียังเคลื่อนไหวอยู่ภายในกรอบ โดยกรอบบนมีแนวต้านที่ 1,380-1,385 จุด ส่วนกรอบล่างมีแนวรับอยู่ที่ 1,365 จุด
โดยช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยยังให้น้ำหนักกับการติดตามโค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการ 1Q67 ของกลุ่ม Real Sector ที่จะทยอยออกมาในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะยังเห็นภาพการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานที่ช้า ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐและยูโรโซนที่จะประกาศออกมาคาดยังไม่เห็นสัญญาณการปรับลง ซึ่งอาจกดดันตลาดการเงินในช่วงสั้นได้ แต่อย่างไรก็ดี ภาพการผลิตของจีนคาดจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ประเด็นสำคัญวันนี้ที่ต้องติดตาม
1.ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตรียมประกาศมาตรการภาษีสินค้านำเข้าจากจีนสัปดาห์หน้า ซึ่งส่วนใหญ่คงอัตราภาษี เว้นแต่สินค้าที่เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะปรับขึ้นภาษีสูงกว่าเดิมถึง 4 เท่า ซึ่งอาจทำให้จีนออกมาตรการตอบโต้
2.Fed สาขานิวยอร์กรายงานผลสำรวจตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อ เม.ย. ของผู้บริโภคสหรัฐในระยะเวลา 1 ปีข้างหน้าอยู่ที่ 3.3% สูงสุดนับตั้งแต่ พ.ย. 2566 และเพิ่มขึ้นจาก 3.0% ที่คาดการณ์ใน มี.ค.
3.กระทรวงการคลังของจีนเตรียมจำหน่ายพันธบัตรอายุไถ่ถอนยาวนานพิเศษวงเงิน 1 ล้านล้านหยวน เป็นการจำหน่ายพันธบัตรครั้งที่ 4 ในรอบ 26 ปี เพื่อพยุงเศรษฐกิจทำให้คาดว่ารัฐบาลจีนจะเพิ่มการใช้จ่ายด้านการคลัง
4.ราคาหุ้น Apple ปรับขึ้น 1.8% หลังมีรายงานว่า Apple ใกล้บรรลุข้อตกลงกับ OpenAI ในการใช้ฟีเจอร์ ChatGPT ในผลิตภัณฑ์ iPhone
5.สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนหอการค้าจังหวัด และตัวแทนสมาคมการค้า 94 แห่ง เข้ายื่นหนังสือคัดค้าน รมว.แรงงาน แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการปรับค่าขึ้นจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ต่อวันทั่วประเทศ พร้อมยื่นข้อเสนอก่อนประชุมไตรภาคีวันนี้
6.เครดิตบูโร ระบุหนี้ครัวเรือนไทยปัจจุบันอยู่ที่ 91.3% ของ GDP มีความอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจ โดยข้อมูลหนี้สินครัวเรือน 1Q67 มีมากถึง 13.64 ล้านล้านบาท ไม่นับรวมหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์และหนี้ กยศ. ซึ่งเป็น NPL 8% ของหนี้รวม โดยมากที่สุดเป็นหนี้เสียรถยนต์
7.ประชุม ครม.วันนี้ คาดกระทรวงการคลังจะนำเรื่องการแก้ไขกฎหมายจัดเก็บ VAT 7% สำหรับสินค้าที่สั่งซื้อออนไลน์นำเข้าจาก ตปท. ที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท เพื่อพิจารณาอนุมัติ
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้
ตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยให้น้ำหนักกับการติดตามโค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการ ไตรมาส 1/67 ของกลุ่ม Real Sector ในสัปดาห์นี้ ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก ดังนี้
1.หุ้นธีม Earnings Play สำหรับเก็งกำไรผลประกอบการ 1Q67 ซึ่งคาดจะเติบโตดี YOY และจะประกาศในสัปดาห์นี้ อีกทั้งมองราคาหุ้นยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นไม่มาก เลือก AOT BDMS BEM ERW MINT BCH OSP
2.สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรในหุ้นคาดมีโมเมนตัมกำไร 2Q67 เติบโตดีทั้ง YOY และ QOQ เลือก BEM KCE HMPRO THRE TIDLOR
3.สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มเบาบางลง และรายงานสต๊อกน้ำมันที่เพิ่มมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งยังเป็นทิศทางตามฤดูกาล ในกรณีฐานที่เป็นสงครามเงา ราคาน้ำมันดิบ Bent จะอยู่ในระดับที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดังนั้น การมีหุ้นน้ำมันสำหรับป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากกรณีความไม่สงบในตะวันออกกลาง สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เลือกหุ้นน้ำมันขั้นต้นอย่าง PTTEP