เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

ประวัติ ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯคนใหม่สิงคโปร์ เขาเป็นใคร มาจากไหน  

14 พ.ค. 2567 | 23:07น.
ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของสิงคโปร์

ลี เซียนลุง (Lee Hsien Loong) นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์จะลงจากตำแหน่งในวันที่ 15 พฤษภาคม 2024 และลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสิงคโปร์ในวันเดียวกันนี้ 

ตลอดประวัติศาสตร์ราว 60 ปีหลังได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1959 และแยกตัวออกจากมาเลเซียก่อตั้ง “ประเทศ” ในปี 1965 ประเทศสิงคโปร์มีนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 คน ลอว์เรนซ์ หว่อง เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของประเทศขนาดเล็กและร่ำรวยระดับโลกแห่งนี้ 

นายกรัฐมนตรี 2 ใน 4 คนของสิงคโปร์ เป็นคนตระกูล “ลี” คนหนึ่งคือ ลี กวนยู (Lee Kuan Yew) รัฐบุรุษผู้ก่อตั้งประเทศและเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 1959-1990 อีกคนคือ ลี เซียนลุง (Lee Hsien Loong) บุตรชายคนโตของ ลี กวนยู ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของประเทศ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2004 ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2024 

ลอว์เรนซ์ หว่อง เป็น 1 ใน 2 คนที่ไม่ได้มาจากตระกูล “ลี” และอีกคน คือ โก๊ะ จ๊กตง (Goh Chok Tong) นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของประเทศ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 1990-2004 

เดิมทีแล้ว ลอว์เรนซ์ หว่อง ไม่ใช่ทายาททางการเมืองรุ่นที่ 4 หรือผู้นำรุ่นที่ 4 (Fourth-Generation : 4G) ของพรรคกิจประชาชน (People’s Action Party-PAP) แต่คนที่อยู่ในตำแหน่งนี้ คือ เฮง สวีคีต (Heng Swee Keat) ซึ่งเคยเป็นเลขานุการของลี กวนยู และเคยเป็นรองนายกฯของ ลี เซียนลุง   

อย่างไรก็ตาม เฮง สวีคีต ลาออกจากตำแหน่งทายาทการเมืองของพรรค PAP ในเดือนเมษายนปี 2021 รวมทั้งลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเขาให้เหตุผลว่าตัวเขาเองมีอายุมากเกินไปที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ทายาททางการเมืองควรเป็นคนรุ่นใหม่กว่าเขา (ขณะนั้นเฮงอายุ 59 ปี) 

เมื่อเฮงตัดสินใจดังนั้น พรรคจึงต้องสรรหาทายาททางการเมืองคนใหม่ แล้วมาลงตัวที่ ลอว์เรนซ์ หว่อง ผู้ซึ่งไม่ใช่ “ลูกท่านหลานเธอ” ในพรรค แต่มาจากครอบครัวคนธรรมดาที่เติบโตในเส้นทางการเมืองด้วยโปรไฟล์การศึกษา ประสบการณ์ และผลงานของตัวเอง

ทั้งนี้ หว่องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำการเมืองรุ่นที่ 4 ของพรรค PAP ในวันที่ 14 เมษายน 2022 

ประวัติส่วนตัว-ครอบครัว ลอว์เรนซ์ หว่อง

สำหรับประวัติ ลอว์เรนซ์ หว่อง เขาเกิดวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1972 ที่ประเทศสิงคโปร์ ปัจจุบันอายุ 51 ปี

เขามีชื่อเต็มว่า ลอว์เรนซ์ หว่อง ซยุนไช่ (Lawrence Wong Shyun Tsai) พ่อของเขาเป็นชาวจีนไหหลำที่ย้ายมาตั้งรกรากที่มาเลเซีย พ่อของเขาเคยมีสัญชาติมาเลย์ แล้วจึงเปลี่ยนเป็นสัญชาติสิงคโปร์หลังจากที่สิงคโปร์แยกตัวออกมาจากมาเลเซียและก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ขึ้นมา 

ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ในแฟลตการเคหะสิงคโปร์ (HBD) ในย่าน “มารีน พาเหรด” (Marine Parade) พ่อของเขาทำงานเป็นผู้บริหารฝ่าย ส่วนแม่ของเขาเกิดในสิงคโปร์ ทำงานเป็นครูโรงเรียนประถม

ส่วนชีวิตการแต่งงานและสร้างครอบครัว หว่องแต่งงานแล้ว 2 ครั้ง โดยแยกทางกับภรรยาคนแรกตอนที่เขาอายุ 28 ปี ส่วนภรรยาคนปัจจุบัน ชื่อ ลู เจ๋อลุ่ย (Loo Tze Lui) เป็นอดีตนายธนาคาร ปัจจุบันเธอเป็นเจ้าของบริษัทให้บริการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว หรือสำนักงานครอบครัวแบบเดี่ยว (SFO) ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2011 ส่วนเรื่องทายาท จนถึงตอนนี้ ทั้งคู่ยังไม่มีทายาทร่วมกัน  

ลอว์เรนซ์ หว่อง และภรรยา
ลอว์เรนซ์ หว่อง และภรรยา (ภาพโดย Edgar Su/Pool/REUTERS)

การศึกษาและการทำงานก่อนเข้าสู่การเมือง

ในวัยเด็ก หว่องเรียนโรงเรียนรัฐบาลใกล้บ้าน แล้วเข้าเรียน วิกตอเรีย จูเนียร์ คอลเลจ (Victoria Junior College) ซึ่งเป็นวิทยาลัยเตรียมเข้าศึกษาระดับอุดมศึกษา 

จากนั้นเขาไปเรียนระดับอุดมศึกษาที่สหรัฐอเมริกาด้วยทุนการศึกษาจากคณะกรรมการบริการสาธารณะของสิงคโปร์ เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน (University of Wisconsin-Madison) ในปี 1994 และจบปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ประยุกต์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) ในปี 1995

เมื่อเรียนจบกลับประเทศ หว่องเริ่มเส้นทางการทำงานในบทบาทนักเศรษฐศาสตร์ที่กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม ในเดือนสิงหาคม 1997 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย หรือ “วิกฤตต้มยำกุ้ง” งานแรกที่เขาต้องทำคือ การเตรียมรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งเขาบอกว่าได้เรียนรู้อะไรมากมายจากงานนี้ และมันเป็นสิ่งที่การเรียนในมหาวิทยาลัยไม่ได้สอนหรือเตรียมการให้เขาต้องรับมือกับมัน 

ในปี 2002 เขาเข้าทำงานที่กระทรวงการคลัง จากนั้นในปี 2003 เขาย้ายไปทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการเงินด้านการดูแลสุขภาพ 

ระหว่างนั้น เขาศึกษาปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Havard University) และจบการศึกษาในปี 2004 

จากนั้น ในปี 2005 เขาได้ไปทำงานเป็นเลขานุการส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี ลี เซียนลุง จนถึงเดือนสิงหาคม 2008 เขาลาเจ้านายผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศ เพื่อไปรับตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหน่วยงานกำกับดูแลตลาดพลังงาน (Energy Market Authority) ในเดือนกันยายน 2008 แล้วขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารในเดือนมกราคม 2009 

2 ปีหลังจากนั้นเขาลาออกจากตำแหน่ง เบนเข็มสู่เส้นทางการเมืองเต็มตัว

เติบโตอย่างรวดเร็วในเส้นทางการเมือง

ลอว์เรนซ์ หว่อง ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกโดยเป็นผู้สมัครของทีมพรรค PAP ในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2011 ในเขตเวสต์โคสต์ ซึ่งชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 66.66%  

หลังชนะเลือกตั้ง เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีแห่งรัฐในวันที่ 21 พฤษภาคม 2011 โดยได้เป็นรัฐมนตรีแห่งรัฐในกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีแห่งรัฐในกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนั้น เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore) ในวันที่ 10 มิถุนายน 2011 

1 ปีต่อจากนั้น ในวันที่ 1 สิงหาคม 2012 เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็น รัฐมนตรีอาวุโสแห่งรัฐในกระทรวงสารสนเทศ การสื่อสาร และศิลปะ และรัฐมนตรีอาวุโสแห่งรัฐในกระทรวงศึกษาธิการ จากนั้น วันที่ 1 พฤศจิกายน 2012 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชุมชน และเยาวชน และรัฐมนตรีอาวุโสแห่งรัฐด้านการสื่อสารและข้อมูล

ลี เซียนลุง และลอว์เรนซ์ หว่อง เยือนอินโดนีเซีย พบปะหารือโจโก วิโดโด (ปธน.คนปัจจุบัน) กับปราโบโว ซูเบียนโต (ว่าที่ ปธน.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2024 (ภาพโดย Willy Kurniawan/REUTERS)
ลี เซียนลุง และลอว์เรนซ์ หว่อง เยือนอินโดนีเซีย พบปะหารือโจโก วิโดโด (ปธน.คนปัจจุบัน) กับปราโบโว ซูเบียนโต (ว่าที่ ปธน.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2024 (ภาพโดย Willy Kurniawan/REUTERS)

หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2015 หว่องได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาแห่งชาติในวันที่ 1 ตุลาคม 2015 จากนั้น วันที่ 22 สิงหาคม 2016 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนที่ 2 ควบอีกตำแหน่ง และวันที่ 29 สิงหาคม 2016 เขาลงจากตำแหน่งคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางสิงคโปร์ 

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 หว่องและ กัน กิมหยง (Gan Kim Yong) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานร่วมของคณะกรรมการเฉพาะกิจที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นในเดือนมกราคม 2020 เพื่อจัดการสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งหว่องได้แสดงผลงานมากขึ้น และเป็นที่รู้จัก รวมทั้งได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงนี้ 

หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2020 ซึ่งพรรค PAP ได้เป็นรัฐบาลอีกครั้ง หว่องได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในเดือนกรกฎาคม ถัดมา ในเดือนพฤศจิกายนปีนั้น เขาได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการบริหารส่วนกลางของ PAP เป็นครั้งแรก 

ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2021 หลังมีการปรับคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง หว่องถูกโยกย้ายจากกระทรวงศึกษาฯให้ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อจาก เฮง สวีคีต ที่ลาออกจากตำแหน่งพร้อมกับการลาออกจากการเป็นว่าที่นายกฯ จากนั้น วันที่ 28 พฤษภาคม 2021 หว่องได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองประธานคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางสิงคโปร์ 

ระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในปี 2022-2023 หว่องได้ประกาศแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนค่าครองชีพประชาชน รวมเป็นเงินมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งน่าจะเป็นบทบาทอีกช่วงหนึ่งที่ทำให้เขามีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากขึ้นอีก

ลอว์เรนซ์ หว่อง สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคดปร์ วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)
ลอว์เรนซ์ หว่อง สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคดปร์ วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)

ได้รับเลือกเป็นผู้นำรุ่นที่ 4 

โดยปกติแล้วตำแหน่งทายาททางการเมืองของสิงคโปร์จะถูกเลือกไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และผู้เป็นทายาทจะได้รับการฝึกฝนเตรียมการเป็นเวลาหลายปีเพื่อที่จะเป็นผู้นำในอนาคต แต่การสละตำแหน่งของเฮง สวีคีต ทำให้หว่องกลายเป็นทายาทการเมืองที่มีเวลาเตรียมตัวน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม คนในพรรคก็ยอมรับว่าเขาคือคนที่เหมาะสม 

ในกระบวนการสรรหาผู้นำรุ่นที่ 4 คนใหม่แทนที่เฮง สวีคีต ที่ลาออก ลอว์เรนซ์ หว่อง ได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้น โดยคว้าคะแนนสนับสนุนได้ไป 15 เสียงจากทั้งหมด 19 เสียงของบุคคลในพรรคที่มีสิทธิ์ออกเสียง ยกเว้น ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดี ธาร์มาน ชานมุการัตนัม (Tharman Shanmugaratnam) ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีอาวุโส กับรัฐมนตรีอาวุโส เตียว ชีเฮียน (Teo Chee Hean) 3 บุคคลระดับอาวุโสในพรรคที่ไม่เข้าร่วมกระบวนการสรรหา 

เมื่อได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้น การสืบทอดตำแหน่งทายาทของ ลอว์เรนซ์ หว่อง จึงได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 เมษายน 2022 

ต่อมา เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2022 มีการประกาศการปรับคณะรัฐมนตรี หว่องได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น “รองนายกรัฐมนตรี” อีกตำแหน่ง โดยที่ยังคงอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นการเน้นย้ำให้ตำแหน่งทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น