ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯสิงคโปร์สาบานตน “ผมจะหาวิธีที่ดีกว่าเพื่อทำให้วันพรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้”

ลอว์เรนซ์ หว่อง สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคดปร์ วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)
ลอว์เรนซ์ หว่อง สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคดปร์ วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)

ลอว์เรนซ์ หว่อง รับไม้นั่งนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ต่อจาก ลี เซียนลุง สาบานตนรับตำแหน่ง “ผมจะรับใช้คุณอย่างสุดหัวใจ … ผมจะแสวงหาวิธีที่ดีกว่าเพื่อทำให้วันพรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้” พร้อมขอบคุณผู้นำรุ่นก่อนที่วางรากฐานประเทศไว้ให้อย่างดี 

วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเร็วกว่าเวลาไทย 1 ชั่วโมง สิงคโปร์จัดพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ ลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของสิงคโปร์ รับไม้ต่อจาก ลี เซียนลุง (Lee Hsien Loong) นายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ซึ่งบริหารประเทศมาเป็นเวลา 20 ปี ที่อิสตานา (Istana) ทำเนียบประธานาธิบดีสิงคโปร์ 

พิธีเริ่มจากการที่ประธานาธิบดี ธาร์มาน ชานมุการัตนัม (Tharman Shanmugaratnam) กล่าวสุนทรพจน์ โดยเขาเริ่มจากขอบคุณลี เซียนลุง สำหรับความเป็นผู้นำในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาและการอุทิศตนเพื่อรับใช้ประเทศชาติและประชาชน

ธาร์มานกล่าวว่า ในปี 2004 ตอนที่นายลีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง เขาสัญญาว่าจะ “เป็นนายกรัฐมนตรีของชาวสิงคโปร์ทุกคนและจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ซึ่งเขาได้ทำตามคำมั่นสัญญานี้ตลอดการดำรงตำแหน่ง 

ประธานาธิบดีสิงคโปร์ยกย่องอีกว่า ลี เซียนลุง ได้สร้างมาตรฐานระดับสูงสำหรับการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และกล่าวถึงความมุ่งมั่นของลีในการที่จะจัดการกับปัญหาที่ยากลำบากตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ปล่อยทิ้งไว้ให้ผู้นำในอนาคตต้องแก้ไข 

Advertisment

จากนั้น เขากล่าวถึงการแต่งตั้ง ลอว์เรนซ์ หว่อง เป็นนายกรัฐมนตรีต่อจาก ลี เซียนลุง ว่า เป็นการเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองในสิงคโปร์อย่างราบรื่นและเป็นระเบียบ

ลอว์เรนซ์ หว่อง และลี เซียนลุง ในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ของลอว์เรนซ์ หว่อง วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)
ลอว์เรนซ์ หว่อง และลี เซียนลุง ในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ของลอว์เรนซ์ หว่อง วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)

สำหรับนายกฯหว่อง ประธานาธิบดีธาร์มานกล่าวว่า นายหว่องกำลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางทั่วโลกและกระแสภูมิรัฐศาสตร์ที่คาดเดาไม่ได้ แต่ทีมงานของหว่องประกอบด้วยคนที่มีประสบการณ์ และอยู่ในจุดที่ดีในการที่จะรักษาผลประโยชน์ของชาติสิงคโปร์และพัฒนาความสมัครสมานสามัคคีของอาเซียนได้

ประธานาธิบดีธาร์มานกล่าวอีกว่า ผู้ที่ทำงานร่วมกับนายหว่องในหน่วยงานรัฐบาลและในชุมชนต่าง ๆ ต่างทราบกันว่า หว่องมาพร้อมกับความเชื่อมั่น ประสบการณ์ชีวิต และทักษะของตนเอง

นอกจากนั้น เขายังกล่าวชื่นชมว่า หว่องมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของสิงคโปร์ และทำงานอย่างใจเย็นภายใต้แรงกดดันในฐานะประธานร่วมของคณะทำงานเฉพาะกิจเรื่องโควิด-19 อีกทั้ง เขายังดำรงตำแหน่งผู้นำระดับนานาชาติในเวทีโลกอีกด้วย 

Advertisment

ธาร์มานบอกว่า ตัวเขาเองมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในความสามารถของหว่องที่จะพาสิงคโปร์เดินหน้าสู่บทต่อไป 

“เขาจะเป็นตัวของตัวเอง โดยมีแนวทางของเขาเองในการสร้างฉันทามติและค้นหาแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ และไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขาจะทำตามท่วงทำนองและจังหวะของเขาเอง” 

เขากล่าวเสริมว่า ชาวสิงคโปร์สามารถมั่นใจได้ว่าประเทศนี้อยู่ในมือของคนที่มีความสามารถ และมั่นใจได้ว่าหว่องจะสร้างประเทศต่อไปบนรากฐานอันแข็งแกร่งที่บรรพบุรุษ (ทางการเมือง) ของเขาได้สร้างไว้

เมื่อกล่าวสุนทรพจน์จบ ประธานาธิบดีประกาศแต่งตั้งหว่องเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ 

พิธีสาบานตนเป็นนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ของลอว์เรนซ์ หว่อง วันที่ 15 พฤษภาคม 2024
พิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ของลอว์เรนซ์ หว่อง วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)

จากนั้น ลอว์เรนซ์ หว่อง ยกมือขวาขึ้นกล่าวคำสาบานตนรับตำแหน่งว่าเขาจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีอย่างซื่อสัตย์ตลอดไป และเขาให้คำมั่นว่าจะทำงานอย่างสุดความสามารถและความรู้ โดยปราศจากความกลัว ความลำเอียง-เลือกที่รักมักที่ชัง หรือความประสงค์ร้าย 

ถัดจากนั้น สมาชิกคณะรัฐมนตรีกล่าวคำสาบานต่อ รวมถึงลี เซียนลุง ซึ่งลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแต่จะเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรีของหว่อง โดยจะอยู่ในตำแหน่ง “รัฐมนตรีอาวุโส” ดังที่อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ทั้งสองเคยทำ 

เมื่อคณะรัฐมนตรีกล่าวคำสาบานแล้ว นายกรัฐมนตรีหว่องกล่าวสุนทรพจน์ในฐานะนายกรัฐมนตรีครั้งแรก โดยเขาเริ่มจากกล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสิงคโปร์” 

จากนั้น เขากล่าวถึงความสำคัญของชาวสิงคโปร์ทุกสาขาอาชีพที่ให้การสนับสนุนเขา ทั้งที่เข้าร่วมงานและที่อยู่ที่บ้าน พร้อมกับกล่าวขอบคุณ และขอการสนับสนุนต่อไป 

“ผมขอการสนับสนุนและความไว้วางใจจากคุณ” นายกฯสิงคโปร์กล่าวด้วยรอยยิ้มที่สดใส

เขากล่าวเป็นภาษามาเลย์ว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติและเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรี เขาบอกว่าจะลงพื้นที่เพื่อมีส่วนร่วมกับประชาชน และจะทำงานอย่างหนักเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน 

เขาเสริมว่า อนาคตจะเป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่ด้วยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ชาวสิงคโปร์สามารถคว้าโอกาสที่จะสร้างสิงคโปร์ให้ดีขึ้นได้ 

จากนั้น นายกฯผู้มีเชื้อสายจีนเปลี่ยนไปกล่าวเป็นภาษาจีนกลางว่า จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแบกรับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงของการเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ 

เขากล่าวถึงอดีตนายกฯ ลี เซียนลุง ว่าตั้งแต่เขาเข้าสู่การเมือง ลีคอยให้คำปรึกษา สนับสนุน และให้กำลังใจเขามาตลอด 

ลอว์เรนซ์ หว่อง กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคดปร์ วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)
ลอว์เรนซ์ หว่อง กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคดปร์ วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)

หว่องกล่าวว่า ผู้นำรุ่น 4 ของพรรคกิจประชาชน (People’s Action Party-PAP) เกิดมาหลังจากที่สิงคโปร์ได้รับเอกราชแล้ว เขาบอกว่าคนรุ่นเขารู้สึกขอบคุณสำหรับสิ่งที่ผู้นำรุ่นก่อนสร้างไว้ให้ และจะยังคงสร้างประเทศต่อไปบนรากฐานที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ 

เขากล่าวว่า ทีมงานของเขาจะทำงานร่วมกับชาวสิงคโปร์ เพื่อผลักดันประเทศไปข้างหน้าท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน และเขาเน้นย้ำถึงการส่งไม้ต่อจากผู้นำรุ่นก่อนหน้าไปสู่คนรุ่นต่อไป 

“ผมเป็นนายกฯคนแรกของสิงคโปร์ที่เกิดหลังจากได้รับเอกราช” เขากล่าว และบอกว่าบรรดาผู้นำรุ่นที่ 4 ของ PAP เกือบทั้งหมดก็เกิดหลังปี 1965 เช่นกัน 

เขากล่าวว่า ค่านิยมที่หล่อหลอมประเทศชาตินั้นฝังแน่นอยู่ในทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการไม่คอร์รัปชัน ระบบคุณธรรม ความหลากหลายและกลมกลืนทางเชื้อชาติ ความยุติธรรม และความเท่าเทียมกัน 

นายกรัฐมนตรีหว่องกล่าวว่า คนรุ่นนี้ได้รับประโยชน์จากนโยบายของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ ซึ่งนั่นจะช่วยให้รูปแบบความเป็นผู้นำของเขาแตกต่างจากคนรุ่นก่อน ๆ 

“เราจะเป็นผู้นำในแบบของเราเอง เราจะคิดอย่างกล้าหาญและคิดให้ไกล เรารู้ว่ายังมีอะไรอีกมากที่ต้องทำ” 

ลอว์เรนซ์ หว่อง และภรรยาของเขา (เดินนำหน้า) ในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2024
ลอว์เรนซ์ หว่อง และภรรยาของเขา (เดินนำหน้า) ในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)

หว่องบอกว่า ครม.ชุดใหม่ของเขา “ยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ใหญ่” ซึ่งหมายความว่า คณะรัฐมนตรีของเขาสามารถมองได้ไกลและต่อยอดอะไรได้อีกมากด้วยรากฐานที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ให้

เขากล่าวสดุดีผู้นำรุ่นก่อนว่า ลี กวนยู (Lee Kuan Yew) เป็นผู้นำพาประเทศสู่เอกราช ส่วนโก๊ะ จ๊กตง (Goh Chok Tong) เป็นผู้ทำให้สังคมสิงคโปร์ (ซึ่งมีความต่างทางเชื้อชาติ) เป็นสิงคมที่มีเมตตาและอ่อนโยนต่อกันมากขึ้น และภายใต้การปกครองของ ลี เซียนลุง สิงคโปร์เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก และเอาชนะวิกฤติต่าง ๆ หลายครั้ง 

“คุณลี (เซียนลุง) พูดบ่อยครั้งถึงความจำเป็นในการทำให้สิงคโปร์มีความโดดเด่นอยู่เสมอ เขามีความโดดเด่นในตัวเอง – ด้วยความทุ่มเท ความเสียสละ และการอุทิศตนเพื่อรับใช้ (ประเทศชาติและประชาชน) เราเป็นหนี้บุญคุณเขาอย่างใหญ่หลวง”

ชาวสิงคโปร์ส่งเสียงเชียร์ขณะชมพิธีสาบานตนของลอว์เรนซ์ หว่อง วันที่ 15 พฤษภาคม 2024
ชาวสิงคโปร์ส่งเสียงเชียร์ขณะชมพิธีสาบานตนของลอว์เรนซ์ หว่อง วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Caroline Chia/REUTERS)

นอกจากนั้น หว่องกล่าวอีกหลายประเด็น ก่อนจะเข้าสู่ช่วงท้ายสุนทรพจน์แรกของเขาว่า “ผมจะรับใช้คุณอย่างสุดหัวใจ ผมจะไม่มีวันยอมอยู่กับสภาพที่เป็นอยู่ ผมจะแสวงหาวิธีที่ดีกว่าเพื่อทำให้วันพรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้” 

เขาเสริมว่าภารกิจของเขาคือการท้าทายอุปสรรคที่มีต่อไป และรักษาปาฏิหาริย์ที่สิงคโปร์มีเอาไว้ เพื่อให้ประเทศก้าวไปสู่จุดสูงสุด และเป็นดวงประทีปแห่งความหวังและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 

“พี่น้องชาวสิงคโปร์ของผม ผมขอให้คุณร่วมเดินทางไปกับผมและทีมของผมด้วย” เขาบอกว่า ทุกคนจะมีส่วนร่วมในความก้าวหน้าของสิงคโปร์ และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของประเทศ 

“ขอให้เราสามัคคีกันโดยมีเป้าหมายและปณิธานร่วมกัน ขอให้เราพาสิงคโปร์ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน” ลอว์เรนซ์ หว่อง กล่าวปิดท้าย 

อ้างอิง : The Straits Times

อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง