ประวัติ ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯคนใหม่สิงคโปร์ เขาเป็นใคร มาจากไหน  

ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของสิงคโปร์
ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของสิงคโปร์

ลี เซียนลุง (Lee Hsien Loong) นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์จะลงจากตำแหน่งในวันที่ 15 พฤษภาคม 2024 และลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสิงคโปร์ในวันเดียวกันนี้ 

ตลอดประวัติศาสตร์ราว 60 ปีหลังได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1959 และแยกตัวออกจากมาเลเซียก่อตั้ง “ประเทศ” ในปี 1965 ประเทศสิงคโปร์มีนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 คน ลอว์เรนซ์ หว่อง เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของประเทศขนาดเล็กและร่ำรวยระดับโลกแห่งนี้ 

นายกรัฐมนตรี 2 ใน 4 คนของสิงคโปร์ เป็นคนตระกูล “ลี” คนหนึ่งคือ ลี กวนยู (Lee Kuan Yew) รัฐบุรุษผู้ก่อตั้งประเทศและเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 1959-1990 อีกคนคือ ลี เซียนลุง (Lee Hsien Loong) บุตรชายคนโตของ ลี กวนยู ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของประเทศ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2004 ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2024 

ลอว์เรนซ์ หว่อง เป็น 1 ใน 2 คนที่ไม่ได้มาจากตระกูล “ลี” และอีกคน คือ โก๊ะ จ๊กตง (Goh Chok Tong) นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของประเทศ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 1990-2004 

เดิมทีแล้ว ลอว์เรนซ์ หว่อง ไม่ใช่ทายาททางการเมืองรุ่นที่ 4 หรือผู้นำรุ่นที่ 4 (Fourth-Generation : 4G) ของพรรคกิจประชาชน (People’s Action Party-PAP) แต่คนที่อยู่ในตำแหน่งนี้ คือ เฮง สวีคีต (Heng Swee Keat) ซึ่งเคยเป็นเลขานุการของลี กวนยู และเคยเป็นรองนายกฯของ ลี เซียนลุง   

Advertisment

อย่างไรก็ตาม เฮง สวีคีต ลาออกจากตำแหน่งทายาทการเมืองของพรรค PAP ในเดือนเมษายนปี 2021 รวมทั้งลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเขาให้เหตุผลว่าตัวเขาเองมีอายุมากเกินไปที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ทายาททางการเมืองควรเป็นคนรุ่นใหม่กว่าเขา (ขณะนั้นเฮงอายุ 59 ปี) 

เมื่อเฮงตัดสินใจดังนั้น พรรคจึงต้องสรรหาทายาททางการเมืองคนใหม่ แล้วมาลงตัวที่ ลอว์เรนซ์ หว่อง ผู้ซึ่งไม่ใช่ “ลูกท่านหลานเธอ” ในพรรค แต่มาจากครอบครัวคนธรรมดาที่เติบโตในเส้นทางการเมืองด้วยโปรไฟล์การศึกษา ประสบการณ์ และผลงานของตัวเอง

ทั้งนี้ หว่องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำการเมืองรุ่นที่ 4 ของพรรค PAP ในวันที่ 14 เมษายน 2022 

ประวัติส่วนตัว-ครอบครัว ลอว์เรนซ์ หว่อง

สำหรับประวัติ ลอว์เรนซ์ หว่อง เขาเกิดวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1972 ที่ประเทศสิงคโปร์ ปัจจุบันอายุ 51 ปี

Advertisment

เขามีชื่อเต็มว่า ลอว์เรนซ์ หว่อง ซยุนไช่ (Lawrence Wong Shyun Tsai) พ่อของเขาเป็นชาวจีนไหหลำที่ย้ายมาตั้งรกรากที่มาเลเซีย พ่อของเขาเคยมีสัญชาติมาเลย์ แล้วจึงเปลี่ยนเป็นสัญชาติสิงคโปร์หลังจากที่สิงคโปร์แยกตัวออกมาจากมาเลเซียและก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ขึ้นมา 

ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ในแฟลตการเคหะสิงคโปร์ (HBD) ในย่าน “มารีน พาเหรด” (Marine Parade) พ่อของเขาทำงานเป็นผู้บริหารฝ่าย ส่วนแม่ของเขาเกิดในสิงคโปร์ ทำงานเป็นครูโรงเรียนประถม

ส่วนชีวิตการแต่งงานและสร้างครอบครัว หว่องแต่งงานแล้ว 2 ครั้ง โดยแยกทางกับภรรยาคนแรกตอนที่เขาอายุ 28 ปี ส่วนภรรยาคนปัจจุบัน ชื่อ ลู เจ๋อลุ่ย (Loo Tze Lui) เป็นอดีตนายธนาคาร ปัจจุบันเธอเป็นเจ้าของบริษัทให้บริการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว หรือสำนักงานครอบครัวแบบเดี่ยว (SFO) ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2011 ส่วนเรื่องทายาท จนถึงตอนนี้ ทั้งคู่ยังไม่มีทายาทร่วมกัน  

ลอว์เรนซ์ หว่อง และภรรยา
ลอว์เรนซ์ หว่อง และภรรยา (ภาพโดย Edgar Su/Pool/REUTERS)

การศึกษาและการทำงานก่อนเข้าสู่การเมือง

ในวัยเด็ก หว่องเรียนโรงเรียนรัฐบาลใกล้บ้าน แล้วเข้าเรียน วิกตอเรีย จูเนียร์ คอลเลจ (Victoria Junior College) ซึ่งเป็นวิทยาลัยเตรียมเข้าศึกษาระดับอุดมศึกษา 

จากนั้นเขาไปเรียนระดับอุดมศึกษาที่สหรัฐอเมริกาด้วยทุนการศึกษาจากคณะกรรมการบริการสาธารณะของสิงคโปร์ เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน (University of Wisconsin-Madison) ในปี 1994 และจบปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ประยุกต์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) ในปี 1995

เมื่อเรียนจบกลับประเทศ หว่องเริ่มเส้นทางการทำงานในบทบาทนักเศรษฐศาสตร์ที่กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม ในเดือนสิงหาคม 1997 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย หรือ “วิกฤตต้มยำกุ้ง” งานแรกที่เขาต้องทำคือ การเตรียมรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งเขาบอกว่าได้เรียนรู้อะไรมากมายจากงานนี้ และมันเป็นสิ่งที่การเรียนในมหาวิทยาลัยไม่ได้สอนหรือเตรียมการให้เขาต้องรับมือกับมัน 

ในปี 2002 เขาเข้าทำงานที่กระทรวงการคลัง จากนั้นในปี 2003 เขาย้ายไปทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการเงินด้านการดูแลสุขภาพ 

ระหว่างนั้น เขาศึกษาปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Havard University) และจบการศึกษาในปี 2004 

จากนั้น ในปี 2005 เขาได้ไปทำงานเป็นเลขานุการส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี ลี เซียนลุง จนถึงเดือนสิงหาคม 2008 เขาลาเจ้านายผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศ เพื่อไปรับตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหน่วยงานกำกับดูแลตลาดพลังงาน (Energy Market Authority) ในเดือนกันยายน 2008 แล้วขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารในเดือนมกราคม 2009 

2 ปีหลังจากนั้นเขาลาออกจากตำแหน่ง เบนเข็มสู่เส้นทางการเมืองเต็มตัว

เติบโตอย่างรวดเร็วในเส้นทางการเมือง

ลอว์เรนซ์ หว่อง ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกโดยเป็นผู้สมัครของทีมพรรค PAP ในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2011 ในเขตเวสต์โคสต์ ซึ่งชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 66.66%  

หลังชนะเลือกตั้ง เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีแห่งรัฐในวันที่ 21 พฤษภาคม 2011 โดยได้เป็นรัฐมนตรีแห่งรัฐในกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีแห่งรัฐในกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนั้น เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore) ในวันที่ 10 มิถุนายน 2011 

1 ปีต่อจากนั้น ในวันที่ 1 สิงหาคม 2012 เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็น รัฐมนตรีอาวุโสแห่งรัฐในกระทรวงสารสนเทศ การสื่อสาร และศิลปะ และรัฐมนตรีอาวุโสแห่งรัฐในกระทรวงศึกษาธิการ จากนั้น วันที่ 1 พฤศจิกายน 2012 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชุมชน และเยาวชน และรัฐมนตรีอาวุโสแห่งรัฐด้านการสื่อสารและข้อมูล

ลี เซียนลุง และลอว์เรนซ์ หว่อง เยือนอินโดนีเซีย พบปะหารือโจโก วิโดโด (ปธน.คนปัจจุบัน) กับปราโบโว ซูเบียนโต (ว่าที่ ปธน.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2024 (ภาพโดย Willy Kurniawan/REUTERS)
ลี เซียนลุง และลอว์เรนซ์ หว่อง เยือนอินโดนีเซีย พบปะหารือโจโก วิโดโด (ปธน.คนปัจจุบัน) กับปราโบโว ซูเบียนโต (ว่าที่ ปธน.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2024 (ภาพโดย Willy Kurniawan/REUTERS)

หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2015 หว่องได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาแห่งชาติในวันที่ 1 ตุลาคม 2015 จากนั้น วันที่ 22 สิงหาคม 2016 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนที่ 2 ควบอีกตำแหน่ง และวันที่ 29 สิงหาคม 2016 เขาลงจากตำแหน่งคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางสิงคโปร์ 

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 หว่องและ กัน กิมหยง (Gan Kim Yong) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานร่วมของคณะกรรมการเฉพาะกิจที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นในเดือนมกราคม 2020 เพื่อจัดการสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งหว่องได้แสดงผลงานมากขึ้น และเป็นที่รู้จัก รวมทั้งได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงนี้ 

หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2020 ซึ่งพรรค PAP ได้เป็นรัฐบาลอีกครั้ง หว่องได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในเดือนกรกฎาคม ถัดมา ในเดือนพฤศจิกายนปีนั้น เขาได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการบริหารส่วนกลางของ PAP เป็นครั้งแรก 

ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2021 หลังมีการปรับคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง หว่องถูกโยกย้ายจากกระทรวงศึกษาฯให้ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อจาก เฮง สวีคีต ที่ลาออกจากตำแหน่งพร้อมกับการลาออกจากการเป็นว่าที่นายกฯ จากนั้น วันที่ 28 พฤษภาคม 2021 หว่องได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองประธานคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางสิงคโปร์ 

ระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในปี 2022-2023 หว่องได้ประกาศแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนค่าครองชีพประชาชน รวมเป็นเงินมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งน่าจะเป็นบทบาทอีกช่วงหนึ่งที่ทำให้เขามีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากขึ้นอีก

ลอว์เรนซ์ หว่อง สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคดปร์ วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)
ลอว์เรนซ์ หว่อง สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคดปร์ วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)

ได้รับเลือกเป็นผู้นำรุ่นที่ 4 

โดยปกติแล้วตำแหน่งทายาททางการเมืองของสิงคโปร์จะถูกเลือกไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และผู้เป็นทายาทจะได้รับการฝึกฝนเตรียมการเป็นเวลาหลายปีเพื่อที่จะเป็นผู้นำในอนาคต แต่การสละตำแหน่งของเฮง สวีคีต ทำให้หว่องกลายเป็นทายาทการเมืองที่มีเวลาเตรียมตัวน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม คนในพรรคก็ยอมรับว่าเขาคือคนที่เหมาะสม 

ในกระบวนการสรรหาผู้นำรุ่นที่ 4 คนใหม่แทนที่เฮง สวีคีต ที่ลาออก ลอว์เรนซ์ หว่อง ได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้น โดยคว้าคะแนนสนับสนุนได้ไป 15 เสียงจากทั้งหมด 19 เสียงของบุคคลในพรรคที่มีสิทธิ์ออกเสียง ยกเว้น ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดี ธาร์มาน ชานมุการัตนัม (Tharman Shanmugaratnam) ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีอาวุโส กับรัฐมนตรีอาวุโส เตียว ชีเฮียน (Teo Chee Hean) 3 บุคคลระดับอาวุโสในพรรคที่ไม่เข้าร่วมกระบวนการสรรหา 

เมื่อได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้น การสืบทอดตำแหน่งทายาทของ ลอว์เรนซ์ หว่อง จึงได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 เมษายน 2022 

ต่อมา เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2022 มีการประกาศการปรับคณะรัฐมนตรี หว่องได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น “รองนายกรัฐมนตรี” อีกตำแหน่ง โดยที่ยังคงอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นการเน้นย้ำให้ตำแหน่งทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น