“ภูมิธรรม” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ มอบกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงทูตแอฟริกาด่วน หลังบางประเทศมีความไม่สบายใจ ไทยเตรียมประมูลข้าว 10 ปี พร้อมยันก่อนส่งออกไปต่างประเทศ ข้าวทุกเมล็ด ต้องได้มาตรฐานส่งออก ด้าน อคส. เตรียมประกาศทีโออาร์ 15,000 ตัน วันนี้ (27 พ.ค.)
วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่บางประเทศในตลาดแอฟริกา มีความไม่สบายใจในการพูดถึงการเปิดประมูลข้าวในโครงการรับจำนำข้าวสต๊อก 10 ปี หลังเปิดประมูลและมีการปรับปรุงข้าว เตรียมที่จะส่งออกไปทำตลาดแอฟริกา ว่า ต้องยอมรับจากปัญหาที่หลายฝ่ายด้อยค่าข้าวไทย และพูดถึงข้าวสารสต๊อกดังกล่าวมีสารตกค้างมากมาย และได้มีการพิสูจน์ออกมาแล้วไม่มีสารตกค้างสามารถยังบริโภคได้
ดังนั้น ต้องการให้ทุกอย่างจบลง ไม่ให้ด้อยค่าข้าวไทย เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ข้าวไทยเสียหายไปมากกว่านี้

นอกจากนี้ จากกระแสที่เกิดขึ้นทำให้หลายประเทศในตลาดแอฟริกามีความวิตกกังวลว่าหลังจากที่มีการประมูลข้าวได้แล้ว และมีการปรับปรุงข้าวลอตนี้จะส่งไปทำตลาดแอฟริกา ทำให้หลายประเทศไม่สบายใจ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และบางประเทศในตลาดแอฟริกาที่กังวลใจได้ทราบถึงข้อเท็จจริง โดยในวันนี้ (27 พฤษภาคม 2567) ทางกระทรวงการต่างประเทศมีนัดหมายพูดคุยกับทูตแอฟริกา จึงได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศได้ทำการขี้แจงถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ให้กับทูตแอฟริกาได้เข้าใจ
แม้ไทยจะมีข้าวเก่า 10 ปี แต่ก่อนที่จะส่งออกไปตลาดต่างประเทศในแต่ละครั้ง ทุกขั้นตอนจะต้องผ่านหลักเกณฑ์มาตรฐานการส่งออกข้าวของกรมการค้าต่างประเทศที่จะรับรองข้าวทุกกระสอบก่อนส่งออก ดังนั้น เอกชนรายใดที่จะส่งออกข้าวไปตลาดประเทศ จะต้องทำให้ข้าวทุกเม็ดเป็นไปตามมาตรฐานก่อนส่งออกทุกครั้ง
ข้าวส่งออกต้องได้มาตรฐาน
รายงานจากกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ มีมาตรการกำกับดูแล ควบคุมคุณภาพมาตรฐานส่งออกสินค้าข้าวของไทยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลกในการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย กระทรวงพาณิชย์มีการกำกับดูแลและควบคุมคุณภาพ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ซึ่งกำหนดมาตรฐานและขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพไว้ ดังนี้
(1) เมื่อผู้ส่งออกประสงค์จะส่งออกข้าวหอมมะลิไทย จะต้องยื่นคำร้องต่อกรมการค้าต่างประเทศขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าข้าวหอมมะลิไทย ขณะเดียวกันต้องแจ้งให้บริษัทผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (บริษัทเซอร์เวย์) เพื่อดำเนินการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานสินค้า
(2) การตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานสินค้าข้าวหอมมะลิไทยดังกล่าว จะมีพนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ไปปฏิบัติราชการเพื่อสุ่มกำกับการทำงานของผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (เซอร์เวย์เยอร์)
(3) เมื่อผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพของบริษัทผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเป็นไปตามมาตรฐานจึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้ผู้ส่งออกใช้ประกอบพิธีการศุลกากรเพื่อส่งออกข้าวหอมมะลิไทยต่อไป

โดยที่การตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยจะตรวจ 2 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินค้าได้มาตรฐานตามที่กำหนด คือ
(1) ตรวจ ณ สถานที่ส่งออก (ตรวจเบื้องต้น) โดยเริ่มจากการสุ่มตัวอย่าง สุ่มจากกองสินค้าเพื่อให้ได้ตัวแทนสินค้าที่คลอบคลุมสินค้าทั้งหมด ในกรณีสินค้าบรรจุกระสอบ ให้สุ่มชักตัวอย่างทุกกระสอบ การตรวจทางกายภาพ เช่น ตรวจความบริสุทธิ์ว่ามีข้าวชนิดอื่นที่ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิไทยปลอมปนหรือไม่ ตรวจขนาดและความยาวของเมล็ด สีของเมล็ด สิ่งเจือปน และความชื้น เป็นต้น
โดยจะตรวจทุก 200 ตัน ที่มีการตรวจปล่อย เช่น สินค้า 1,000 ตัน จะตรวจทางกายภาพ 5 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด การจัดทำตัวอย่าง เพื่อนำไปตรวจ ณ ห้องปฏิบัติการ รวมไปถึงตัวอย่างที่เก็บไว้เพื่อสามารถนำมาตรวจสอบย้อนกลับได้
(2) ตรวจ ณ ห้องปฏิบัติการ (LAB) (ตรวจละเอียด โดยจะตรวจหาค่าต่าง ๆ ดังเช่นการตรวจ ณ สถานที่ส่งออก แต่จะใช้เวลาตรวจสอบมากกว่าเนื่องจากใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์มาตรวจเพิ่มในบางรายการเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำขึ้น เช่น การตรวจความนุ่มโดยการหาค่าอมิโลสและการตรวจความบริสุทธิ์โดยการสลายเมล็ดข้าวในด่าง เป็นต้น
นอกจากนี้ ในส่วนของการตรวจสารตกค้าง จะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อว่าจะให้ตรวจหรือไม่อย่างไรเป็นกรณี ๆ ไป และกระทรวงพาณิชย์ ยังได้กำหนดมาตรฐานแนะนำสำหรับมาตรฐานสินค้าข้าวหอมไทย ข้าวสีไทย ข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวเหนียวขาว และข้าวนึ่ง เพื่ออำนวยความสะดวกทางการส่งออก สำหรับตอบสนองความต้องการของตลาดและรสนิยมของผู้บริโภคที่ มีความหลากหลายในราคาที่เหมาะสม
ประกาศทีโออาร์วันนี้
องค์การคลังสินค้า (อคส.) ระบุว่า อคส. จะประกาศเงื่อนไข (ทีโออาร์) การเปิดประมูลข้าวในโครงการรับจำนำ 2556/57 ปริมาณ 15,000 ตัน ในวันนี้ (27 พฤษภาคม 2567) และในวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 อคส. จะเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลข้าว เข้าร่วมรับฟังคำชี้แจงในทีโออาร์ เพื่อทำความเข้าใจในการเข้าร่วมประมูล และระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 7 มิถุนายน 2567 จะเปิดให้ผู้ที่เข้าร่วมประมูลเข้าดูสภาพข้าว
และวันที่ 10 มิถุนายน 2567 จะเปิดให้ผู้ที่สนใจยื่นซองเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติในการเข้าร่วมประมูล และวันที่ 13 มิถุนายน 2567 จะประกาศผู้ที่ผ่านคุณสมบัติในการประมูล และวันที่ 17 มิถุนายน 2567 จะให้ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติยื่นซองเสนอราคา และในวันเดียวกันจะเปิดซองเพื่อหาผู้ที่เสนอราคาสูงสุดต่อไป
สำหรับข้าวที่นำมาประมูล ปริมาณ 15,000 ตัน โดยแยกเป็น 1.คลังกิตติชัย หลัง 2 (ข้าวหอมมะลิ 100%) รับมอบข้าวสารตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2557 ถึง 10 มีนาคม 2557 เก็บข้าวแล้ว 10 ปี 2 เดือน รวมปริมาณทั้งสิ้น 26,094 ตัน หรือ 258,106 กระสอบจาก 24 โรงสี และได้มีการระบายข้าวสารแล้ว 3 ครั้ง คงเหลือ 11,656 ตัน หรือ 112,711 กระสอบ
คลัง บจก.พูนผลเทรดดิ้ง หลัง 4 (ข้าวหอมมะลิ 100%) รับมอบข้าวสารตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2557 ถึง 29 เมษายน 2557 เก็บข้าวแล้ว 10 ปี 7 วัน มีปริมาณรวมทั้งสิ้น 9,567 ตัน หรือ 94,637 กระสอบ จาก 6 โรงสี ซึ่งระบายข้าวสารแล้ว 4 ครั้ง คงเหลือ 3,356 ตัน หรือ 32,879 กระสอบ เป็นต้น