องค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดชี้แจงหลักเกณฑ์ผู้สนใจร่วมประมูลข้าวรัฐบาล 10 ปี 15,000 ตัน มีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมรับฟัง 10 ราย ก่อนหน้ามีสอบถามเข้ามากว่า 10 ราย เผยมั่นใจมีผู้ยื่นซองแน่นอน ด้าน “ภูมิธรรม” ชี้ ดูคุณภาพข้าวได้ด้วยตาเปล่าเท่านั้น
วันที่ 29 พฤษภาคม 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าเรื่องการประมูลข้าวในโครงการรับจำนำข้าว ปี 2556/57 ปริมาณ 15,000 ตัน องค์การคลังสินค้าได้ประกาศหลักเกณฑ์เงื่อนไขการเข้าประมูลข้าว 10 ปี เรียบร้อย ชัดเจนแล้ว ประเด็นหลักจะเป็นการประมูลข้าวยกกอง และการจัดลำดับผู้ชนะประมูล ป้องกันการทิ้งสัญญา หากเกิดปัญหาก็จะสามารถดำเนินการต่อได้เลย โดยให้ผู้ที่เสนอราคาสูงสุดลำดับถัดไปเข้ามาทำสัญญารับมอบข้าว
ทั้งนี้ ข้าวปริมาณดังกล่าวนี้ ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มาแล้วเรียบร้อย ได้รับการยืนยันแล้วว่าไม่มีปัญหาใด ๆ คุณภาพข้าวไม่เสีย ถือเป็นข้าวดี เพียงแต่เป็นข้าวเก่าเท่านั้น จึงสามารถดูได้ด้วยตา มาได้ทางกายภาพ แต่จะไม่สามารถนำปริมาณข้าวออกไปตรวจสอบได้ ส่วนที่เคยบอกว่าแอฟริกาเป็นตลาดสำคัญเนื่องจากแอฟริกาชอบข้าวเก่า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่ประมูลได้ว่าจะนำข้าวไปขายที่ไหนหรือนำไปทำอะไร
เปิดชี้แจงสนใจ 10 ราย
นายกฤษณรักษ์ ใจดี รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ (29 พฤษภาคม 2567) อคส.ได้เชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐเป็นการทั่วไปครั้งที่ 1/2567 โดยระบายแบบเหมาคลังตามสภาพของข้าวที่เก็บรักษาที่มีอยู่จริง รับฟังคำชี้แจงในการประมูลข้าว เบื้องต้นมีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังประมาณ 10 ราย และก่อนหน้ามีผู้สนใจโทร.เข้ามาสอบถามการประมูลข้าวกว่า 10 ราย จึงมั่นใจว่าการประมูลข้าวของรัฐบาลครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลข้าวของรัฐแน่นอน
ทั้งนี้ หลังจากการชี้แจง อคส.จะเปิดให้ผู้สนใจประมูลข้าวเข้าตรวจสอบคุณภาพข้าว ในระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-7 มิ.ย. 2567 (ยกเว้นวันที่ 3 มิ.ย. 2567) เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ โดยผู้ที่เข้าตรวจสอบจะต้องเป็นตัวแทนโดยมีหนังสือรับมอบถูกต้อง จะสามารถเข้าตรวจสอบได้ โดยจะไม่สามารถนำข้าวออกไปตรวจสอบได้
ดังนั้น ดูได้แค่ตาเปล่าเนื่องจากก่อนหน้ามีการตรวจสอบแล้ว และเป็นการตรวจสอบคุณภาพมากกว่าที่ผ่านมา จึงมั่นใจว่าข้าวมีคุณภาพอย่างแน่นอน ส่วนกรณีหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่ผู้ประมูล จะต้องทำหนังสือมาที่ อคส. กระทรวงพาณิชย์เพื่อขออนุญาตเป็นรายไป
โดยหลังจากดูคุณภาพข้าวแล้ว จะเปิดให้เอกชนที่สนใจยื่นซองเอกสารคุณสมบัติในวันที่ 10 มิ.ย. 2567 และจะประกาศรายชื่อผู้เสนอซื้อที่ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 13 มิ.ย. 2567 ก่อนจะเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาซื้อได้ในวันที่ 17 มิ.ย. 2567 และจะเปิดซองเสนอราคาทันทีในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ซึ่งการเปิดซองราคาจะมีคณะทำงานด้านราคาเป็นผู้พิจารณาราคาที่เสนอ เพื่อหาผู้ที่ได้ราคาสูงสุด และก็จะมีการเจรจาต่อรองราคาก่อนที่จะทำสัญญารับมอบข้าว
“การประมูลนี้ไม่มีราคากลาง แต่จะดูราคาสูงสุดที่แต่ละรายจะเสนอราคาเข้ามา หากมีผู้เสนอราคาสูงสุดก็จะได้ข้าวของรัฐไป ซึ่งคณะทำงานจะพิจารณาและต่อรองราคากับผู้ชนะ ซึ่งก็จะมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการพิจารณาราคา ซึ่งตอนนี้พิจารณากันอยู่ และหากผู้ชนะทิ้งสัญญาก็จะนำผู้ที่ชนะลำดับถัดไปขึ้นมารับมอบสัญญา แต่รายที่ทิ้งสัญญาแรกไปจะต้องจ่ายส่วนต่างข้าวนั้น ๆ ด้วย อาทิ มีเสนอราคาสูง 22 บาท รายที่ 2 เสนอ 20 บาท รายแรกทิ้งสัญญา รายที่ 2 ขึ้นมา รายแรกก็ต้องจ่ายส่วนต่าง 2 บาทที่หายไป”
เช็กคุณสมบัติผู้ประมูล
สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครนั้น ต้องเป็นบุคคลธรรมดา-นิติบุคคล-รัฐวิสาหกิจ-สหกรณ์ ทั้งนี้กลุ่มผู้มีคุณสมบัติอาจถูกพิจารณาให้เป็นผู้ขาดคุณสมบัติได้ หากมีพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
- ละทิ้งการเสนอซื้อและ/หรือละทิ้งสัญญาซื้อขายข้าว
- มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นหรือทำให้เชื่อว่ามีการกระทำความผิดหรือพยายามกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ. 2542
- กระทำการใด ๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่ทางราชการหรือการค้าระหว่างประเทศ หรือเคยมีประวัติเป็นผู้ถูกชี้มูลความผิดจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.
- มีข้อมูลหรือหลักฐานมีความสัมพันธ์กับนิติบุคคลหรือกรรมการของบริษัท หรือหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน
- ค้างชำระค่าปรับ ค่าใช้จ่าย ค่าเสียหายใด ๆ หรือมีข้อพิพาทฟ้องร้องดำเนินคดีกับ อคส.
ทั้งนี้ หากพบภายหลังว่าผู้เสนอซื้อรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ 1-5 ให้ถือว่าผู้เสนอซื้อรายนั้นขาดคุณสมบัติ
สำหรับข้าวที่นำมาประมูล มีปริมาณ 15,000 ตัน แยกเป็น 1.คลังกิตติชัย หลัง 2 (ข้าวหอมมะลิ 100%) รวม 26,094 ตัน หรือ 258,106 กระสอบจาก 24 โรงสี และได้ระบายข้าวสารแล้ว 3 ครั้ง คงเหลือ 11,656 ตัน หรือ 112,711 กระสอบ 2.คลัง บจก.พูนผลเทรดดิ้ง หลัง 4 (ข้าวหอมมะลิ 100%) ปริมาณ 9,567 ตัน หรือ 94,637 กระสอบ ซึ่งระบายข้าวสารแล้ว 4 ครั้ง คงเหลือ 3,356 ตัน หรือ 32,879 กระสอบ