Skip to content

อคส.เปิดชี้แจงประมูลข้าวรัฐ 10 ปี ผู้สนใจร่วมฟังถึง 10 ราย

29 พ.ค. 2567 | 13:40น.
อคส.เปิดชี้แจงประมูลข้าวรัฐ 10 ปี ผู้สนใจร่วมฟังถึง 10 ราย

องค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดชี้แจงหลักเกณฑ์ผู้สนใจร่วมประมูลข้าวรัฐบาล 10 ปี 15,000 ตัน มีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมรับฟัง 10 ราย ก่อนหน้ามีสอบถามเข้ามากว่า 10 ราย เผยมั่นใจมีผู้ยื่นซองแน่นอน ด้าน “ภูมิธรรม” ชี้ ดูคุณภาพข้าวได้ด้วยตาเปล่าเท่านั้น

วันที่ 29 พฤษภาคม 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าเรื่องการประมูลข้าวในโครงการรับจำนำข้าว ปี 2556/57 ปริมาณ 15,000 ตัน องค์การคลังสินค้าได้ประกาศหลักเกณฑ์เงื่อนไขการเข้าประมูลข้าว 10 ปี เรียบร้อย ชัดเจนแล้ว ประเด็นหลักจะเป็นการประมูลข้าวยกกอง และการจัดลำดับผู้ชนะประมูล ป้องกันการทิ้งสัญญา หากเกิดปัญหาก็จะสามารถดำเนินการต่อได้เลย โดยให้ผู้ที่เสนอราคาสูงสุดลำดับถัดไปเข้ามาทำสัญญารับมอบข้าว

ทั้งนี้ ข้าวปริมาณดังกล่าวนี้ ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มาแล้วเรียบร้อย ได้รับการยืนยันแล้วว่าไม่มีปัญหาใด ๆ คุณภาพข้าวไม่เสีย ถือเป็นข้าวดี เพียงแต่เป็นข้าวเก่าเท่านั้น จึงสามารถดูได้ด้วยตา มาได้ทางกายภาพ แต่จะไม่สามารถนำปริมาณข้าวออกไปตรวจสอบได้ ส่วนที่เคยบอกว่าแอฟริกาเป็นตลาดสำคัญเนื่องจากแอฟริกาชอบข้าวเก่า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่ประมูลได้ว่าจะนำข้าวไปขายที่ไหนหรือนำไปทำอะไร

เปิดชี้แจงสนใจ 10 ราย

นายกฤษณรักษ์ ใจดี รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ (29 พฤษภาคม 2567) อคส.ได้เชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐเป็นการทั่วไปครั้งที่ 1/2567 โดยระบายแบบเหมาคลังตามสภาพของข้าวที่เก็บรักษาที่มีอยู่จริง รับฟังคำชี้แจงในการประมูลข้าว เบื้องต้นมีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังประมาณ 10 ราย และก่อนหน้ามีผู้สนใจโทร.เข้ามาสอบถามการประมูลข้าวกว่า 10 ราย จึงมั่นใจว่าการประมูลข้าวของรัฐบาลครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลข้าวของรัฐแน่นอน

ทั้งนี้ หลังจากการชี้แจง อคส.จะเปิดให้ผู้สนใจประมูลข้าวเข้าตรวจสอบคุณภาพข้าว ในระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-7 มิ.ย. 2567 (ยกเว้นวันที่ 3 มิ.ย. 2567) เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ โดยผู้ที่เข้าตรวจสอบจะต้องเป็นตัวแทนโดยมีหนังสือรับมอบถูกต้อง จะสามารถเข้าตรวจสอบได้ โดยจะไม่สามารถนำข้าวออกไปตรวจสอบได้

ดังนั้น ดูได้แค่ตาเปล่าเนื่องจากก่อนหน้ามีการตรวจสอบแล้ว และเป็นการตรวจสอบคุณภาพมากกว่าที่ผ่านมา จึงมั่นใจว่าข้าวมีคุณภาพอย่างแน่นอน ส่วนกรณีหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่ผู้ประมูล จะต้องทำหนังสือมาที่ อคส. กระทรวงพาณิชย์เพื่อขออนุญาตเป็นรายไป

โดยหลังจากดูคุณภาพข้าวแล้ว จะเปิดให้เอกชนที่สนใจยื่นซองเอกสารคุณสมบัติในวันที่ 10 มิ.ย. 2567 และจะประกาศรายชื่อผู้เสนอซื้อที่ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 13 มิ.ย. 2567 ก่อนจะเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาซื้อได้ในวันที่ 17 มิ.ย. 2567 และจะเปิดซองเสนอราคาทันทีในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ซึ่งการเปิดซองราคาจะมีคณะทำงานด้านราคาเป็นผู้พิจารณาราคาที่เสนอ เพื่อหาผู้ที่ได้ราคาสูงสุด และก็จะมีการเจรจาต่อรองราคาก่อนที่จะทำสัญญารับมอบข้าว

“การประมูลนี้ไม่มีราคากลาง แต่จะดูราคาสูงสุดที่แต่ละรายจะเสนอราคาเข้ามา หากมีผู้เสนอราคาสูงสุดก็จะได้ข้าวของรัฐไป ซึ่งคณะทำงานจะพิจารณาและต่อรองราคากับผู้ชนะ ซึ่งก็จะมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการพิจารณาราคา ซึ่งตอนนี้พิจารณากันอยู่ และหากผู้ชนะทิ้งสัญญาก็จะนำผู้ที่ชนะลำดับถัดไปขึ้นมารับมอบสัญญา แต่รายที่ทิ้งสัญญาแรกไปจะต้องจ่ายส่วนต่างข้าวนั้น ๆ ด้วย อาทิ มีเสนอราคาสูง 22 บาท รายที่ 2 เสนอ 20 บาท รายแรกทิ้งสัญญา รายที่ 2 ขึ้นมา รายแรกก็ต้องจ่ายส่วนต่าง 2 บาทที่หายไป”

เช็กคุณสมบัติผู้ประมูล

สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครนั้น ต้องเป็นบุคคลธรรมดา-นิติบุคคล-รัฐวิสาหกิจ-สหกรณ์ ทั้งนี้กลุ่มผู้มีคุณสมบัติอาจถูกพิจารณาให้เป็นผู้ขาดคุณสมบัติได้ หากมีพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. ละทิ้งการเสนอซื้อและ/หรือละทิ้งสัญญาซื้อขายข้าว
  2. มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นหรือทำให้เชื่อว่ามีการกระทำความผิดหรือพยายามกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ. 2542
  3. กระทำการใด ๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่ทางราชการหรือการค้าระหว่างประเทศ หรือเคยมีประวัติเป็นผู้ถูกชี้มูลความผิดจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.
  4. มีข้อมูลหรือหลักฐานมีความสัมพันธ์กับนิติบุคคลหรือกรรมการของบริษัท หรือหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน
  5. ค้างชำระค่าปรับ ค่าใช้จ่าย ค่าเสียหายใด ๆ หรือมีข้อพิพาทฟ้องร้องดำเนินคดีกับ อคส.

ทั้งนี้ หากพบภายหลังว่าผู้เสนอซื้อรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ 1-5 ให้ถือว่าผู้เสนอซื้อรายนั้นขาดคุณสมบัติ

สำหรับข้าวที่นำมาประมูล มีปริมาณ 15,000 ตัน แยกเป็น 1.คลังกิตติชัย หลัง 2 (ข้าวหอมมะลิ 100%) รวม 26,094 ตัน หรือ 258,106 กระสอบจาก 24 โรงสี และได้ระบายข้าวสารแล้ว 3 ครั้ง คงเหลือ 11,656 ตัน หรือ 112,711 กระสอบ 2.คลัง บจก.พูนผลเทรดดิ้ง หลัง 4 (ข้าวหอมมะลิ 100%) ปริมาณ 9,567 ตัน หรือ 94,637 กระสอบ ซึ่งระบายข้าวสารแล้ว 4 ครั้ง คงเหลือ 3,356 ตัน หรือ 32,879 กระสอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประมูลข้าว อคส.