เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

โครงสร้างประชากรเป็นเหตุ ปี 2031 เศรษฐกิจสหรัฐพลิกโตแซงมังกร

03 มิ.ย. 2567 | 11:32น.
CHINA-ECONOMY
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ในระยะหลายปีมานี้การพูดถึงแนวโน้มเศรษฐกิจ “จีน” จะแซง “สหรัฐอเมริกา” ขึ้นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับหนึ่งของโลกอย่างกว้างขวาง ก่อนหน้านี้หลายสำนักประเมินว่าจีนน่าจะแซงสหรัฐได้ภายในปี 2028 หรือไม่ก็ 2030

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้จีนพบกับอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ปัญหาด้านประชากรที่คนสูงวัยเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เด็กเกิดใหม่ลดลง อันเป็นผลมาจากนโยบาย “ลูกคนเดียว” ที่บังคับใช้มายาวนาน จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต

ฟู เซียน อี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การเจริญพันธุ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรศาสตร์จีน แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน สหรัฐอเมริกา ระบุว่าในปี 2023 สัดส่วนของประชากรจีนที่มีอายุเกิน 65 ปีพุ่งขึ้นเป็น 15.4% จาก 7% ในปี 1998

“หากดูจากประวัติศาสตร์จะพบว่า 12 ปีหลังจากประชากรสูงวัยมีสัดส่วน 15% ของประชากรทั้งหมด ไม่มีเศรษฐกิจของประเทศใดเลยสามารถบรรลุการเติบโต 4% ประเทศที่มีรายได้สูงจะมีอัตราเติบโตเศรษฐกิจเฉลี่ยเพียง 1.8% หากอยู่ในสภาวะที่ประชากรสูงวัยมีสัดส่วนดังกล่าว”

ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังคงเป็นเบอร์ 1 ของโลก แต่การเติบโตตามหลังจีน แม้ว่าจีนจะเติบโตน้อยลงมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ปี 2023 จีนเติบโต 5.2% ส่วนสหรัฐโตเพียง 2% เพราะสัดส่วนประชากรสูงวัยของสหรัฐเกิน 15%

อย่างไรก็ตาม ในทศวรรษหน้ามีแนวโน้มว่าจะเกิดจุดเปลี่ยน เพราะประชากรสูงวัยของจีนจะมีลักษณะคล้ายกับญี่ปุ่นและเยอรมนี ซึ่งเป็นสาเหตุให้เศรษฐกิจของทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนีเติบโตน้อยลง

ฟู เซียน อี้ ระบุว่า ภายในปี 2028 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มจะเติบโตต่ำลงไปอยู่ที่ 3% และจะโตต่ำกว่าสหรัฐตั้งแต่ปี 2031-2035 อีกทั้งจีนไม่น่าจะบรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศ “รายได้สูง” หากพิจารณารายได้ต่อหัวของประชากรตามเกณฑ์ของธนาคารโลก เพราะเศรษฐกิจที่เติบโตน้อยลงจะทำให้รายได้ต่อหัวประชากรจีนจะไม่เพิ่มขึ้นเร็วเพียงพอที่จะตามทันเกณฑ์ชี้วัดมาตรฐานการเติบโตของทั่วโลกที่ขยับสูงขึ้น

ที่สำคัญกว่านั้น ระดับเกินดุลการค้าของจีนที่ลดลง อัตราดอกเบี้ยต่ำ และแรงกดดันจากเงินฝืด จะส่งผลเสียต่อค่าเงินหยวน ทำให้ยากยิ่งขึ้นที่จะกลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูง

“เหนือสิ่งอื่นใด จีนต้องเพิ่มรายได้ครัวเรือนและแก้วิกฤตโครงสร้างประชากร ซึ่งทั้งสองอย่างจำเป็นต้องมีการยกเครื่องเศรษฐกิจและการเมืองใหม่ แต่เมื่อดูจากจีนวันนี้ที่กลัวการปฏิรูปเศรษฐกิจมากกว่ายุคเติ้ง เสี่ยวผิง ที่มีการปฏิรูปเศรษฐกิจในปี 1978 ด้วยการใช้ตลาดนำ ดังนั้น จีนยุคนี้คงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนผ่านคงใช้เวลาหลายทศวรรษ”

เอ็ด ยาร์เดนิ แห่งยาร์เดนิ รีเสิร์ช ชี้ว่า จีนอาจกลายเป็น “บ้านดูแลคนชราใหญ่ที่สุดในโลก” ขณะเดียวกัน อัตราเติบโตเศรษฐกิจที่ชะลอลง วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ คนหนุ่มสาวว่างงานสูง รวมถึงการถูกสหรัฐจำกัดการค้าในกลุ่มเทคโนโลยีสำคัญ ทำให้เป็นไปได้ที่จีนจะเผชิญกับ “ทศวรรษที่สูญหาย” เพราะเศรษฐกิจชะงักงัน

แอนน์ สตีเวนสัน-หยาง นักวิชาการแถวหน้าด้านจีนและผู้ร่วมก่อตั้ง เจ แคปิตอล รีเสิร์ช เคยระบุเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า นโยบายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้และไม่รับผิดชอบ พรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้ามาควบคุมมากเกินไป อีกทั้งไม่สามารถปฏิรูปเศรษฐกิจตามสัญญา ทำให้เศรษฐกิจจีนถึงทางตัน ความต้องการบริโภคภายในประเทศอ่อนแอ จีดีพีเติบโตน้อยลง

“สาเหตุรากฐานของปัญหาเศรษฐกิจจีนก็คือ พรรคคอมมิวนิสต์เข้ามาควบคุมแน่นหนา และก็จะไม่มีทีท่าจะปล่อยมือเลย แต่กลยุทธ์ของรัฐบาลกลับต้องการมุ่งเน้นเพิ่มศักยภาพการผลิตภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น พึ่งพาการส่งออกมากขึ้น จึงได้ผลลัพธ์ตรงกันข้ามกับที่ต้องการ”

นักเศรษฐศาสตร์หลายคนแนะนำให้จีนลดการถือครองหุ้นในภาคเอกชนและส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งนั่นก็จำเป็นต้องปฏิรูปรัฐบาล ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนยอมรับไม่ได้

ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีจีนปี 2024 จากเดิม 4.5% เป็น 5% เนื่องจากไตรมาสแรกเติบโตแข็งแกร่งที่ 5.3% และรัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ๆ ออกมา แต่ปี 2025 จีดีพีจะชะลอลงเป็น 4.5% และอีกหลายปีข้างหน้าก็จะชะลอลงเช่นกัน คาดว่าเมื่อถึงปี 2029 จะเหลือเพียง 3.3% เนื่องจากประชากรชราภาพและผลิตภาพขยายตัวน้อยลง