ไบเดนออกประกาศเข้มงวดชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก สกัดผู้อพยพ ดำเนินการตรวจคัดและส่งออกนอกประเทศเร็วขึ้น
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2024 ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Joe Biden) ของสหรัฐเพิ่มความเข้มงวดในการปกป้องชายแดนและตรวจคนเข้าเมือง โดยออกประกาศภายใต้กฎหมายคนเข้าเมืองและสัญชาติ มาตรา 212(f) และ 215(a) ระงับการเข้าเมืองของผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองที่ข้ามชายแดนทางใต้เข้าสู่สหรัฐอย่างผิดกฎหมาย โดยให้มีผลทันที
ประกาศนี้มาพร้อมกับกฎกระทรวงอีกหลายฉบับที่กำหนดการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการอำนวยความสะดวกในการดำเนินการ อย่างเช่นมีการลงทุนในเทคโนโลยีการตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มขึ้น
การดำเนินการตามประกาศนี้จะถูกใช้เมื่อชายแดนทางใต้ของสหรัฐมีผู้อพยพเข้าไปจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสามารถเคลื่อนย้ายบุคคลที่ไม่มีสิทธิตามกฎหมายในการอยู่ในสหรัฐอเมริกาออกไปได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น
คาดว่าประกาศดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้อพยพเข้าสหรัฐผ่านทางชายแดนเม็กซิโกอาจถูกปฏิเสธโอกาสในการขอลี้ภัย และถูกเนรเทศออกนอกประเทศหรือส่งตัวกลับไปยังฝั่งเม็กซิโกอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ กฎเหล่านี้จะไม่ถูกใช้อย่างถาวร แต่จะถูกยกเลิกเมื่อจำนวนผู้อพยพที่ข้ามพรมแดนมีน้อยพอที่ระบบปฏิบัติงานชายแดนของสหรัฐอเมริกาจะสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ และการดำเนินการเหล่านี้มีข้อยกเว้นด้านมนุษยธรรม รวมถึงข้อยกเว้นสำหรับเด็กที่เดินทางโดยลำพังและผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
ตามการรายงานของรอยเตอร์ (Reuters) เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อกำหนดใหม่นี้จะเปิดใช้งานเมื่อยอดการจับกุมผู้อพยพตามชายแดนมีจำนวนเฉลี่ยอยู่ที่ 2,500 ครั้ง และจะหยุดชั่วคราวเมื่อการจับกุมลดลงต่ำกว่า 1,500 ครั้งต่อวัน
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานและวิธีการนำมาตรการใหม่ไปปฏิบัติงานยังไม่มีความชัดเจน รวมถึงคำถามที่ว่า เจ้าหน้าที่จะส่งผู้อพยพที่มาจากประเทศห่างไกลและไม่ให้ความร่วมมือกลับอย่างรวดเร็วได้อย่างไร และเม็กซิโกจะยอมรับผู้อพยพที่ไม่ใช่ชาวเม็กซิกันได้จำนวนเท่าใด
ทั้งนี้ ข้อจำกัดใหม่นี้คาดว่าจะกระตุ้นให้เกิดความท้าทายทางกฎหมายจากกลุ่มผู้อพยพและกลุ่มสิทธิพลเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์ไบเดนที่ใช้นโยบายแบบโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และไม่ปฏิบัติตามภาระผูกพันทางกฎหมายของสหรัฐต่อผู้ขอลี้ภัย