เลขาฯ ก.ล.ต. โชว์ผลงาน 7 เดือนแรก ฟันโทษอาญา-แพ่ง “ทุจริต-ปั่นหุ้น” 16 คดี
พรอนงค์ บุษราตระกูล
“พรอนงค์” เลขาธิการ ก.ล.ต. โชว์ผลงาน 7 เดือนแรกปีนี้ บังคับใช้กฎหมายลงโทษทางอาญา-แพ่ง กรณี ”ทุจริต-ปั่นหุ้น“ รวม 16 คดี ส่งค่าปรับ 7 คดีให้กระทรวงคลังแล้วมูลค่า 440 ล้านบาท
วันที่ 30 กรกฎาคม 2567 นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากเมื่อต้นปี 2567 สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ปรับโครงสร้างองค์กร โดยเพิ่มสายงานบังคับใช้กฎหมายอีก 1 สาย โดยแต่งตั้งพันตำรวจโท สุทธิศักดิ์ จิตพิมลมาศ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการสอบสวนคดีพิเศษ และการใช้เทคโนโลยีในการยกระดับการกำกับดูแล เพิ่มความถูกต้อง แม่นยำ และเท่าทันต่อความเสี่ยงในการตรวจสอบ
ทำให้นับจากต้นปีจนถึงเดือน ก.ค. 2567 สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกรณีการกระทำไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล และการทุจริต ไปแล้วทั้งสิ้น 16 กรณี เมื่อเทียบกับปี 2566 มีการดำเนินการไปทั้งหมด 18 กรณี
โดยช่วง 7เดือนแรกในปีนี้การดำเนินการแบ่งออกเป็น กรณีการใช้มาตรการลงโทษทางอาญาทั้งหมด 6 คดี ประกอบด้วย การสร้างราคา จำนวน 2 คดี และการทุจริต จำนวน 4 คดี โดยได้มีการกล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน (บก.ปอศ. และดีเอสไอ) ไปแล้ว
และกรณีการใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งทั้งหมด 10 คดี ประกอบด้วย การสร้างราคา จำนวน 8 คดี และการใช้ข้อมูลภายใน จำนวน 2 คดี โดยมีประมาณ 7 คดี (ผู้กระทำผิด 37 ราย) ที่ได้ยินยอมทำบันทึกข้อตกลงที่จะจ่ายค่าปรับ โดยแบ่งเป็นค่าปรับทางแพ่ง 267 ล้านบาท และชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ 172 ล้านบาท รวมถึงการชดใช้ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ประมาณ 2.3 ล้านบาท รวมมูลค่าเงินทั้งสิ้นจำนวน 440 ล้านบาท ถ้าเทียบทั้งปี 2566 ที่มีเงินค่าปรับ 105 ล้านบาท (ผู้กระทำผิด 22 ราย) โดยเงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำผิด เป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลังแล้ว
ส่วนที่เหลืออีก 3 คดี ได้ส่งฟ้องดำเนินคดีต่อศาล ทั้งนี้เชื่อว่ายังมีอีกหลายกรณีที่จะมีการเปิดเผยการกล่าวโทษเพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้ที่ผ่านมามีผู้กระทำผิดไม่ปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง 25 คดี มีจำนวน 18 คดีที่มีการเริ่มฟ้องไปแล้ว และในจำนวนนี้ 5 คดี ที่มีคำพิพากษาถึงสิ้นสุดแล้ว และอีก 5 คดีก็มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นเรียบร้อยแล้ว โดยศาลพิจารณาให้ผู้กระทำผิดทั้ง 10 คดี ต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงค่าปรับทางกฎหมายขั้นสูงสุดคือ 2 เท่าของผลประโยชน์ ส่วนที่เหลืออีก 8 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น
“ช่วงเวลา 8 เดือนที่เข้ามารับตำแหน่ง มุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมาย เริ่มต้นปรับโครงสร้างภายใน และพิสูจน์เรื่องของ Action ในการดำเนินการของ ก.ล.ต. ให้เห็น โดยไม่มีวาระซ่อนเร้นอะไร ทำตามหน้าที่ ดำเนินการตามหลักฐานและข้อเท็จจริง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ที่ต้องรวดเร็วและกระชับมากขึ้น” นางพรอนงค์กล่าวต่อว่า
และะขอชี้แจงในบางกรณีที่ใช้ระยะเวลานานในการตรวจสอบกว่าจะดำเนินการกล่าวโทษนั้น เนื่องจากบางกรณีมีความซับซ้อนของการกระทำผิด ตั้งแต่จำนวนผู้กระทำผิดมีมากน้อยแค่ไหน และระยะเวลาการกระทำผิด เช่น ระยะเวลาการปั่นหุ้น ซึ่งกระบวนพวกนี้ต้องรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงต่าง ๆ ซึ่งล้วนต้องใช้เวลาตรวจสอบ ประกอบกับหากเกี่ยวข้องกับในต่างประเทศ จะต้องประสานงานความร่วมมือกับ ก.ล.ต. ในประเทศต่าง ๆ ในการรวบรวมเพื่อต่อจิ๊กซอว์ ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นไปอีก
