เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
World สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
“เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
Business “เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
SD ‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
“รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
Business “รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
Economic ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
World ‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
50th Impact ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
Finance ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
เชียงใหม่เร่งปรับภูมิทัศน์ วัดโบราณสถาน รับตรวจมรดกโลก 3-8 ส.ค.
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่เร่งปรับภูมิทัศน์ วัดโบราณสถาน รับตรวจมรดกโลก 3-8 ส.ค.
ผังเมืองภูเก็ตชูโมเดลสิงคโปร์ เดอะมอลล์-เซ็นทรัล แข่งเดือด
Real Estate ผังเมืองภูเก็ตชูโมเดลสิงคโปร์ เดอะมอลล์-เซ็นทรัล แข่งเดือด
ดูทั้งหมด

inDrive แอปเรียกรถ บุกตลาดไทยชิงเค้ก 5 หมื่นล้าน

17 ส.ค. 2567 | 14:30น.
inDrive

จากข้อมูลของ Statista ระบุว่ามูลค่าตลาดของธุรกิจแอปเรียกรถ (Ride Hailing) ในไทยปี 2567 จะอยู่ที่ 1.33 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีโอกาสขยับขึ้นเป็น 1.48 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2572 จึงมี “โอกาสทอง” ของผู้ให้บริการรายเดิม และรายใหม่

ล่าสุด “อินไดรฟ์” (inDrive) ที่เพิ่งเข้ามาให้บริการเมื่อ ต.ค. 2566 หลังได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก

ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่ร้อนระอุ “อินไดรฟ์” เป็นใคร มีกลยุทธ์ที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นอย่างไร ?

เปิดที่มาน้องใหม่ inDrive

“แอนเดรียส สมิท” รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจใหม่ inDrive กล่าวว่า อินไดรฟ์เป็นแพลตฟอร์มเรียกรถโดยสารและรถรับจ้างแบบเรียลไทม์ ที่ก่อตั้งในปี 2555 ที่เมืองยาคุสต์ ประเทศรัสเซีย เพื่อแก้ปัญหาคนในเมืองหารถรับจ้างยาก โดนโก่งราคา เพราะเป็นพื้นที่เมืองหนาว ขณะนี้มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา

แอนเดรียส สมิท

แพลตฟอร์ม inDrive ให้บริการใน 46 ประเทศ 750 เมือง มียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นทั่วโลกตั้งแต่เริ่มให้บริการเมื่อ 12 ปีก่อน รวม 250 ล้านครั้ง ถือเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการเรียกรถได้ง่ายในราคาเป็นธรรม

“จุดที่เราแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น คือเรื่องความโปร่งใสของราคาและการให้บริการ ผู้ใช้สามารถเลือกคนขับได้ตามความพึงพอใจ หรือเกณฑ์ที่ต้องการ และตกลงค่าบริการกับคนขับได้ด้วย”

3 ตลาดที่ใหญ่ที่สุด

“แอนเดรียส” กล่าวว่า ในตลาดนอกประเทศจีน อินไดรฟ์เป็นผู้ให้บริการที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โดย 3 ประเทศ
ที่เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด คือ คาซัคสถาน เม็กซิโก และอียิปต์ สาเหตุที่ทำให้อินไดรฟ์เป็นที่นิยมมาจาก “Bidding Model” หรือฟีเจอร์ต่อรองราคาระหว่างผู้ใช้กับคนขับ ช่วยแก้ปัญหาการโก่งราคาในหลายประเทศได้

“เอเชียกลางและละตินอเมริกาเป็นภูมิภาคแรก ๆ ที่เราเริ่มขยายตลาด เรามีความเชี่ยวชาญด้านตลาดและการให้บริการใน 2 ภูมิภาคนี้”

นอกจากนี้ อินไดรฟ์ยังมีบริการอื่น เช่น การขนส่งสินค้า และบริการทางการเงิน แต่การให้บริการในแต่ละประเทศแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและข้อบังคับของกฎหมาย

“ในเม็กซิโก มีบริการให้สินเชื่อกับคนขับ เพราะพบว่าเวลาคนขับเกิดอุบัติเหตุจะไม่มีเงินมาหมุนเป็นค่าซ่อมหรือค่ารักษาบริการของเราจึงตอบโจทย์และเป็นบริการที่มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ในปีนี้มีแผนที่จะขยายบริการสินเชื่อไปที่เปรู และโคลอมเบียด้วย หรืออย่างในไทยก็ไม่สามารถให้บริการแบบ Bidding Model ได้เพราะขัดกับข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก”

มุมมองเกี่ยวกับการแข่งขัน

สำหรับการขยายตลาดมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “แอนเดรียส” ยอมรับว่า เป็นตลาดที่ใหม่สำหรับบริษัทมาก และพยายามศึกษาลักษณะเฉพาะของตลาดอย่างต่อเนื่อง โดย “ไทย” เป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญในภูมิภาคนี้

“ประชากรไทยเป็นกลุ่มที่ใช้งานสมาร์ทโฟนในการทำสิ่งต่าง ๆ เยอะมาก และยังเป็นกลุ่มที่มีความคล่องตัวในการใช้บริการด้านดิจิทัลด้วย รวมถึงไทยยังมีผู้ใช้บริการแอปเรียกรถกว่า 10 ล้านคน ซึ่งในอนาคตจำนวนของประชากรที่ใช้บริการเรียกรถน่าจะเพิ่มขึ้นอีกมาก”

ในแง่การแข่งขันกับรายอื่น “แอนเดรียส” มองว่า การแข่งขันเป็นสิ่งที่ผลักดันให้ลูกค้าหรือคนที่เกี่ยวข้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุด

“สำหรับเรายังเน้นที่การให้บริการอย่างโปร่งใสในเรื่องราคาและการให้บริการเป็นจุดแข็งสำคัญ และการแข่งขันในสงครามราคาไม่ใช่ทางออกในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะต่อให้เราจะให้บริการในราคาที่ถูกขนาดไหน สักวันก็ต้องกลับมาให้บริการในราคาปกติอยู่ดี”

และหลังจากให้บริการในประเทศไทยมาเกือบ 1 ปี และเป็น Top 5 ของตลาดจากผู้ให้บริการทั้งหมด 7 ราย โดยผู้ที่ใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มองหาการให้บริการในราคาที่เป็นธรรม มีลูกค้าผสมกันทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

การให้บริการใน “ไทย”

ปัจจุบันพื้นที่การให้บริการของอินไดรฟ์ในไทยมี 4 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา และภูเก็ต มีคนขับในระบบกว่า 10,000 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ให้บริการรถยนต์ และให้บริการเฉลี่ย 10,000 เที่ยวต่อวัน โดยรายได้หลักของการให้บริการแพลตฟอร์มจะมาจากการเก็บค่าคอมมิชชั่นคนขับ 10% สมมติว่าค่าบริการอยู่ที่ 100 บาท คนขับจะได้ 90 บาท ส่วนอินไดรฟ์ได้ 10 บาท เป็นต้น

“เชื่อว่าอัตราค่าคอมมิชชั่นที่เราเก็บจากคนขับ ถูกกว่าผู้ให้บริการอีกหลายรายที่เก็บ 20-40% โดย 10% เป็นอัตราที่เราคิดว่าเพียงพอต่อการจัดการต้นทุน และค่าใช้จ่ายในการให้บริการแล้ว เพราะตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งบริษัท เราตั้งใจที่จะบริหารงานโดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุด แต่ต้องได้ผลลัพธ์ดีที่สุด”

แผนการต่อยอดบริการ

“แอนเดรียส” กล่าวถึงแผนการต่อยอดบริการของอินไดรฟ์ว่า ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถในไทยหลายราย มีบริการครอบคลุมทั้งการส่งผู้โดยสาร ดีลิเวอรี่อาหารและสินค้า รวมถึงบริการทางการเงิน จึงต้องการพัฒนาอินไดรฟ์ไปให้ถึงจุดที่บริการทุกอย่างมีอีโคซิสเต็มเชื่อมกัน พร้อมทั้งพัฒนาประสบการณ์การใช้แอปของผู้ใช้ให้ดีขึ้นด้วย

ปีที่ผ่านมา อินไดรฟ์ได้ “สตีเฟ่น ครูเกอร์” (Stephen Kruger) ที่มีประสบการณ์การทำงานในบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง มารับตำแหน่ง Chief Technology and Product Officer เชื่อว่าในอนาคตจะมีฟีเจอร์หรือบริการต่าง ๆ บนแอปอีกมาก

“หน้าที่ของผมคือการแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ให้กับอินไดรฟ์อย่างการเดินทางมาที่งาน Techsauce Global Summit ในปีนี้ ก็ช่วยให้เราได้พบปะพาร์ตเนอร์ที่จะสร้างการเติบโตร่วมกันโดยเป้าหมายของอินไดรฟ์ในตอนนี้คือการหาโซลูชั่น AI มาเสริมการให้บริการ รวมถึงเตรียมความพร้อมด้าน EV ซึ่งเป็นเทรนด์ที่มาแรงมากในปัจจุบัน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

inDrive แพลตฟอร์ม แอปเรียกรถ