เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ปิดทริปนครศรี ผู้ประกอบการชุมชนขอรัฐหนุนต่อเนื่อง

10 ก.ย. 2567 | 14:21น.
โกโก้

โกโก้

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ปิดวันเดย์ทริป จ.นครศรีฯ ปลื้มผู้ประกอบการชุมชนชอบ ได้ทั้งความรู้และกระตุ้นยอดขาย พร้อมย้ำขอภาครัฐช่วยเหลือต่อเนื่อง 

วันที่ 10 กันยายน 2567 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้จัดกิจกรรมวันเดย์ทริป “กิจกรรมเส้นทางตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน” 3 เส้นทาง ประกอบด้วย 1) เส้นทางเชียงราย-พะเยา ภายใต้ชื่อ พะเยา มีดี

2) มหาสารคาม : มหาสารคาม มีดี และเส้นทางที่ 3 คือ นครศรีธรรมราช : นครศรีธรรมราช มีดี ซึ่งเป็นเส้นทางสุดท้ายที่ปิดกิจกรรมวันเดย์ทริป โดยได้นำคณะอินฟลูเอนเซอร์ และสื่อมวลชน ร่วมกิจกรรมพัฒนาการตลาดให้ผู้ประกอบการชุมชนที่มีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นแต่ละจังหวัด ทริปละ 3 สถานประกอบการ

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม

โดยผู้ร่วมลงพื้นที่จะแบ่งหน้าที่ช่วยผู้ประกอบชุมชนที่แตกต่างกัน เช่น อินฟลูเอนเซอร์ ช่วยสร้างสรรค์คอนเทนต์ดี ๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจใคร่รู้แก่สินค้าของผู้ประกอบการชุมชน และฝึกสอนผู้ประกอบการให้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ตามแบบฉบับของตนเอง สื่อมวลชน ช่วยโปรโมตและประชาสัมพันธ์สินค้าของผู้ประกอบการชุมชนเพื่อสร้างการรับรู้สู่สาธารณชน

และก่อนหน้านี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้นำผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดมาช่วยวางแผนการตลาดให้ผู้ประกอบการผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความหลากหลายและกว้างขวางมากขึ้น โดยทั้ง 3 ฝ่ายต่างร่วมมือกัน เพื่อพัฒนาการตลาดให้ผู้ประกอบการชุมชน เป็นการสร้างการรับรู้ให้สินค้า และกระตุ้นยอดขาย

โดยสำหรับทริป “นครศรีธรรมราช มีดี” ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการ 3 กลุ่ม ได้แก่

1) กลุ่มผลิตภัณฑ์กระจูดโคกทราง อ.ชะอวด ซึ่งเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่แสดงถึงความเป็นธรรมชาติผ่านผลิตภัณฑ์กระเป๋าสาน โดยเป็นกระจูดธรรมชาติจากผืนป่าพรุใน อ.ชะอวด ต้นกระจูดได้ถูกนำมาต่อยอดและสร้างสรรค์ให้มีมูลค่า ด้วยงานสานของคนในชุมชนบ้านโคกทราง ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋าสานจากกระจูดธรรมชาติ ที่สวยงาม แข็งแรง และทนทาน

ซึ่งผลิตภัณฑ์จากกระจูดทุกชิ้นช่วยสร้างรายได้ให้กับทุกคนในชุมชนได้มีอาชีพเลี้ยงครอบครัว โดยกระเป๋ากระจูดสานของบ้านโคกทรางเปรียบเหมือนตัวแทนของธรรมชาติที่คาดหวังให้ทุกคนได้ใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแท้ ๆ ทำให้เกิดการหวงแหน รักธรรมชาติ และใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

2) กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าพิมพ์ลายใบไม้ GoodsLuKsi อ.ลานสกา ผ้า Eco Prints ผ้าพิมพ์ลายใบไม้จากผืนป่าหมู่บ้านคีรีวง ด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์พืชพรรณที่หลากหลายของผืนป่าบ้านคีรีวง เกิดเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวบ้านนำใบไม้จากสวนของตัวเองมาสร้างสรรค์งานศิลป์ผ่านบนลงผืนผ้า จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ผ้า Eco Prints ที่มีลวดลายของใบไม้ที่หลากหลาย

เช่น ลายใบยางพารา ลายลูกเนียง รวมถึงลายอื่น ๆ ที่มาจากใบไม้ของป่าในชุมชนมากกว่า 40 ชนิด จากความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าส่งต่อมาเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ทำให้ได้เห็นคุณค่าของธรรมชาติ ส่งผลให้คนในชุมชนรัก เข้าใจ และต้องการผลิตผลิตภัณฑ์ผ้า Eco Prints เปรียบเสมือนเครื่องบันทึกความทรงจำของทุกคนที่ได้มาเที่ยวที่บ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช และได้ซื้อผ้า Eco Prints กลับไป

3) กลุ่มผลิตภัณฑ์ท่าหลาโกโก้ (Tala Cocoa) อ.ท่าศาลา เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากโกโก้ และคราฟต์โกโก้ ซึ่งเป็น Superfood ของเมืองคอน เป็นโกโก้ธรรมชาติแท้ 100% โดย อ.ท่าศาลา มีความอุดมสมบูรณ์ มีความชุ่มชื้น เนื่องจากใกล้ทะเลเหมือนกับต้นกำเนิดของโกโก้ที่ประเทศบราซิลที่มีแม่น้ำอเมซอนที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีสารอาหารแร่ธาตุที่ช่วยให้เจริญเติบโตได้ดี ทำให้โกโก้ที่ อ.ท่าศาลา มีคุณภาพดี

รวมทั้งผู้ประกอบการรุ่นปัจจุบันได้ต่อยอดการผลิตผลิตภัณฑ์จากโกโก้มาจากรุ่นพ่อแม่ มาทำการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์โกโก้ให้เป็นเครื่องดื่ม ไอศกรีม เค้ก และชาเพื่อสุขภาพ ซึ่งโกโก้ของที่นี่จะมีจุดเด่น คือ ไม่ใส่สารเจือปน ไม่ปรุงแต่งสารใดใด เป็นโกโก้จากธรรมชาติแท้ ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องการดูแลสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเมื่อได้รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ทำจากโกโก้จะรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข ดังนั้น ผลิตภัณฑ์โกโก้ท่าศาลาที่เป็นของดีประจำถิ่นเมืองนครศรีธรรมราช ที่เหมาะแก่การเป็นของฝากให้กับคนที่คุณรักเสมอ

จากการลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการ ณ จ.นครศรีธรรมราช ในครั้งนี้ ได้รับเสียงชื่นชมและผู้ประกอบการทั้ง 3 รายล้วนชื่นชอบ โดยให้ความเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ดีที่ทำให้ผู้ประกอบการได้ทั้งความรู้ ประชาสัมพันธ์สินค้า และกระตุ้นยอดขายไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน

โดยเฉพาะผู้ประกอบการชุมชนที่มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการธุรกิจได้ยาก การที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้นำคณะอินฟลูเอนเซอร์ นักการตลาด และสื่อมวลชนมาเยี่ยมเยือนถึงสถานประกอบการจึงนับเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการได้ฝึกฝนและเพิ่มทักษะด้านการตลาด การบริหารจัดการธุรกิจ และได้เรียนรู้เทคนิคการค้าขายบนโลกออนไลน์ ซึ่งจะส่งผลถึงยอดขายและการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการได้ขอบคุณหน่วยงานภาครัฐที่ไม่ทิ้งผู้ประกอบการชุมชนรายย่อย ซึ่งเป็นกำลังใจที่สำคัญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดีดีออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ได้นำรายได้มาจุนเจือครอบครัว และส่วนหนึ่งได้นำไปพัฒนาท้องถิ่นที่อยู่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีและมีความเจริญเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการขอให้ภาครัฐช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนต่อเนื่อง พร้อมเป็นที่ปรึกษาแก่ภาคธุรกิจ

“ผู้ประกอบการสัญญาว่าเป็นกำลังหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง และเป็นแรงสนับสนุนที่นำพาประเทศไทยให้ก้าวสู่ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจที่มั่นคง” อธิบดีอรมนกล่าว