เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“พิชัย” รมว.พาณิชย์ จี้ผู้ว่าการ ธปท. แก้บาทแข็งกระทบส่งออก

26 ก.ย. 2567 | 16:34น.
พิชัย นริพทะพันธุ์

พิชัย นริพทะพันธุ์

“พิชัย” รมว.พาณิชย์ จี้ผู้ว่าการ ธปท. แก้บาทแข็งกระทบภาคส่งออก ย้ำอิสระแบงก์ชาติต้องไม่ขัดความเจริญ วอนมองประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก ชี้ต้องหนุนเศรษฐกิจให้โต ทำให้ค่าเงินอ่อนลง มองกรอบเหมาะสม 35.00-36.00 บาท

วันที่ 26 กันยายน 2567 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องเร่งแก้ปัญหา เพราะหากบาทยังคงแข็งค่าจะทำให้การส่งออกของไทยมีปัญหาต่อเนื่อง

เพราะฉะนั้นค่าเงินบาทเป็นเรื่องที่สำคัญมากของประเทศ กระทรวงพาณิชย์เองได้ทำงานอย่างหนักในการกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยยังต้องมาประสบปัญหาวิกฤตเงินบาทแข็งค่าอย่างรุนแรง เปรียบเสมือนตัวสกัดการค้า ส่งผลให้จำเป็นต้องจำหน่ายสินค้าในราคาแพงขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม หากค่าเงินบาทอ่อนลง ไทยก็จะส่งออกได้มากขึ้น ประชาชนกินดีอยู่ดี เช่น เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้เงินมากขึ้น เพราะเราส่งออกเป็นเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดการจ้างงาน เป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำได้อีกด้วย

“ไม่อยากให้คนมองว่าแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาล หรือ ธปท. ให้มองถึงประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ผมรู้ว่าท่านผู้ว่าการ ธปท. จบที่ไหนมา เป็นผู้มีความรู้สูง ไม่เช่นนั้นจะเป็นผู้ว่าการได้อย่างไร เพียงแต่ผมอยากให้ท่านผู้ว่าการเข้าใจในเรื่องนี้ เพราะทั้งโลกอยากเห็นค่าเงินอ่อนลงกันทั้งนั้น” นายพิชัยกล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประเทศในอาเซียนส่วนใหญ่มีค่าเงินอ่อน มีเพียงไทยที่มีค่าเงินแข็งค่าขึ้นเยอะมาก ซึ่งท่านผู้ว่าการได้ประกาศว่าอยากเห็นการเติบโตของประเทศ และไม่อยากให้เกิดความผันผวนของค่าเงินบาท แต่ตลอดระยะเวลา 4 ปี ของการบริหารกลับมีการเติบโตของประเทศคงที่ ปี 2563 เติบโต -6.1%, ปี 2564 เพิ่มขึ้นเพียง 1.5% ขณะที่ปี 2565 เพิ่มขึ้น 2.6% ส่วนปี 2566 เพิ่มขึ้น 1.8% ซึ่งภาพรวมก็ยังทำให้เศรษฐกิจไทยไม่เติบโตขึ้น

ขณะที่ธนาคารกลางของจีนประกาศชุดมาตรการสนับสนุนทางนโยบายครั้งใหญ่ที่สุดในปีนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ประมาณ 5% หลังเฟดลดดอกเบี้ยอย่างรุนแรง ซึ่งเรามองกันตามความเป็นจริงว่าเศรษฐกิจจีนยังดีกว่าไทยยังต้องออกมาตรการกระตุ้น ซึ่ง GDP ปี 2566 ประเทศไทยเติบโตเพียง 1.9%

“ผมไม่ได้มีปัญหากับผู้ว่าการ ธปท. เพียงแต่อยากให้ประเทศเจริญเติบโตขึ้น ผมจึงอยากให้ท่านช่วยทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลง มองว่าระดับที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ 35-36 บาท” นายพิชัยกล่าว

นอกจากนี้ นายพิชัยยังกล่าวถึงกรณีที่ผู้ว่าการ ธปท.ไม่ลดดอกเบี้ย เนื่องจากมองว่าประชาชนจะกู้เงินมากขึ้น ส่งผลให้ NPL และหนี้ครัวเรือนภายในประเทศพุ่งสูงขึ้นด้วยว่า ไม่เป็นความจริง เพราะ ธปท.มีกลไกและระบบควบคุมดูแลเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว

ทั้งนี้ การส่งออกของไทยเดือนสิงหาคม 2567 มีมูลค่า 26,182.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (939,521 ล้านบาท) ขยายตัว 7% หากเงินบาทยังแข็งค่าอยู่ก็จะทำให้การขยายตัวของภาคการส่งออกลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ว่าการ ธปท.ต้องรับผิดชอบหากการขยายตัวของภาคการส่งออกลดลง เพราะกระทรวงพาณิชย์ทำงานอย่างเต็มที่

“อิสระของแบงก์ชาติเป็นไปเพื่อให้ประเทศเจริญ ไม่ใช่เพื่อขัดขวางการเจริญของประเทศ” นายพิชัยกล่าว