เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ส่งออก พ.ค. โต 10.6% ต่อเนื่องเดือนที่ 23 ลุ้นทั้งปีขยายตัว 8% สูงสุดเป็นประวัติการณ์

25 มิ.ย. 2569 | 11:37น.

สนค.เผยส่งออกไทยเดือนพฤษภาคม 2569 มูลค่า 34,333.1 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 10.6% โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 แรงหนุนสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง ความต้องการลงทุน AI-Data Center ทั่วโลก และปัจจัยเร่งนำเข้าลดเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน-ภาษีสหรัฐ ขณะที่ 5 เดือนแรกส่งออกแตะ 162,085.9 ล้านดอลลาร์ โต 17.0% แต่ดุลการค้าขาดดุลสะสม 25,209.3 ล้านดอลลาร์ สนค.ประเมินทั้งปีมีโอกาสโต 8% หาก 7 เดือนที่เหลือส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 29,245 ล้านดอลลาร์

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. เปิดเผยสถานการณ์ส่งออกของไทยเดือนพฤษภาคม 2569 ว่าการส่งออกมีมูลค่า 34,333.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,095,139 ล้านบาท ขยายตัว 10.6% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์
นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์

หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย การส่งออกขยายตัว 8.6% สะท้อนว่าการส่งออกพื้นฐานยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Data Center ทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเร่งจากการนำเข้าสินค้าล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงจากความกังวลต่อห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัว และความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐ

กลุ่มสินค้าหลักที่ยังขยายตัวได้ดี ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรม เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องส่งวิทยุ เครื่องโทรศัพท์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่สินค้าเกษตรอย่างทุเรียนและเงาะยังเติบโตได้ดีตามฤดูกาล

ขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรกลุ่มศักยภาพ เช่น ถั่วเขียวผิวมัน กาแฟ และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ แม้มีสัดส่วนมูลค่าไม่มาก แต่มีอัตราการขยายตัวโดดเด่นต่อเนื่อง โดยตลาดส่งออกหลักที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในเดือนพฤษภาคม ได้แก่ สหรัฐ ญี่ปุ่น อาเซียน (5) และสหภาพยุโรป

สำหรับภาพรวมการส่งออก 5 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่า 162,085.9 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17.0% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 16.7%

อย่างไรก็ดี สนค.ประเมินว่า ภาพรวมการส่งออกทั้งปี 2569 มีโอกาสขยายตัว 8% ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยในช่วง 7 เดือนที่เหลือ หากการส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 29,245 ล้านดอลลาร์ จะทำให้การส่งออกเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะสงครามการค้าและมาตรการภาษีของสหรัฐที่ยังอาจส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทย

ด้านมูลค่าการค้ารวมในเดือนพฤษภาคม 2569 การส่งออกมีมูลค่า 34,333.1 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 10.6% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 40,044.5 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 35.1% ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล 5,711.4 ล้านดอลลาร์

ส่วนภาพรวม 5 เดือนแรกของปี 2569 การนำเข้ามีมูลค่า 187,295.2 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 35.6% ทำให้ไทยขาดดุลการค้าสะสม 25,209.3 ล้านดอลลาร์

สำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เดือนพฤษภาคมหดตัว 7.2% กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าเกษตรหดตัว 3.1% กลับมาหดตัวหลังขยายตัวในเดือนก่อนหน้า ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 13.2% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2

สินค้าสำคัญที่ยังขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัว 5.2% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยขยายตัวในตลาดจีน ฮ่องกง และอินโดนีเซีย อาหารสัตว์เลี้ยงขยายตัว 3.1% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โกโก้และของปรุงแต่งขยายตัว 34.0% และถั่วเขียวผิวมันขยายตัว 225.4% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพาราหดตัว 5.3% ต่อเนื่อง 13 เดือน ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ หดตัว 18.4% ต่อเนื่อง 5 เดือน ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์หดตัว 37.5% น้ำตาลทรายหดตัว 33.2% ไก่สดแช่เย็นแช่แข็งหดตัว 26.2% และเนื้อและส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ที่บริโภคได้หดตัว 42.2% ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 1.9%

ด้านสินค้าอุตสาหกรรมยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยเดือนพฤษภาคมขยายตัว 14.4% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 26 สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 26.8% ต่อเนื่อง 26 เดือน เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 129.9% ต่อเนื่อง 12 เดือน

อัญมณีและเครื่องประดับไม่รวมทองคำขยายตัว 3.2% เม็ดพลาสติกขยายตัว 17.4% ทองแดงและของที่ทำด้วยทองแดงขยายตัว 53.1% ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมขยายตัว 28.2% และเครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ ขยายตัว 188.2%

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัว 15.2% กลับมาหดตัวหลังขยายตัวในเดือนก่อนหน้า เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบหดตัว 5.1% หดตัวในรอบ 6 เดือน และไม้และผลิตภัณฑ์ไม้หดตัว 15.6% ต่อเนื่อง 13 เดือน ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 20.9%

ด้านตลาดส่งออกสำคัญ ตลาดหลักขยายตัว 14.2% โดยสหรัฐ ขยายตัว 33.5% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 32 ญี่ปุ่นขยายตัว 11.7% สหภาพยุโรป 27 ประเทศ ขยายตัว 18.4% และอาเซียน (5) ขยายตัว 29.7% ขณะที่จีนหดตัว 2.5% และ CLMV หดตัว 16.1%

ตลาดรองขยายตัว 0.1% โดยตลาดที่ขยายตัว ได้แก่ ทวีปออสเตรเลีย 9.2% ลาตินอเมริกา 18.0% รัสเซียและกลุ่ม CIS 7.8% ทวีปแอฟริกา 6.1% และสหราชอาณาจักร 3.0% ขณะที่เอเชียใต้หดตัว 5.6% และตะวันออกกลางหดตัว 4.4% ส่วนตลาดอื่น ๆ ขยายตัว 40.0%

ตลาดสหรัฐขยายตัว 33.5% จากสินค้าเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ ขณะที่ 5 เดือนแรกขยายตัว 40.3%

ตลาดจีนหดตัว 2.5% กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า โดยสินค้าหดตัวสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์ยาง ขณะที่ 5 เดือนแรกยังขยายตัว 8.8%

ตลาดญี่ปุ่นขยายตัว 11.7% ต่อเนื่อง 6 เดือน จากรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ ขณะที่ 5 เดือนแรกขยายตัว 11.1%

ตลาดสหภาพยุโรปขยายตัว 18.4% ต่อเนื่อง 9 เดือน จากเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อากาศยาน ยานอวกาศและส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง ขณะที่ 5 เดือนแรกขยายตัว 19.6%

ตลาดอาเซียน (5) ขยายตัว 29.7% ต่อเนื่อง 12 เดือน จากอัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และน้ำมันสำเร็จรูป ขณะที่ 5 เดือนแรกขยายตัว 27.4%

ส่วนตลาด CLMV หดตัว 16.1% ต่อเนื่อง 9 เดือน จากอัญมณีและเครื่องประดับ น้ำมันสำเร็จรูป และเครื่องดื่ม ขณะที่ 5 เดือนแรกหดตัว 10.0%

สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังจำกัด โดยยังมีปัจจัยกดดันจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนผู้ประกอบการและกำลังซื้อของผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี การส่งออกไทยยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงในตลาดโลกที่ขยายตัวแข็งแกร่ง ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลง ช่วยลดแรงกดดันต่อการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ทำให้แนวโน้มส่งออกไทยยังมีโอกาสรักษาจังหวะการเติบโตได้ในช่วงถัดไป

กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ทั้งการเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเร่งเปิดตลาด และการปรับโครงสร้างสินค้าส่งออกสู่กลุ่มมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในช่วงที่เหลือของปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส่งออก