ดอลลาร์แข็งค่า หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่ง
dollar money
ดอลลาร์แข็งค่า หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่ง โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 254,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายน สูงกว่าตัวเลขที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/10) ที่ระดับ 33.37/39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/10) ที่ระดับ 33.04/06 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
คืนวันศุกร์ (4/10) ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 254,000 ตำแหน่งในเดือนน ก.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 147,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 159,000 ตำแหน่งในเดือน ส.ค. ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 4.1% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.2% และต่ำกว่าระดับ 4.2% ในเดือน ส.ค.
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือน ส.ค.เป็นเพิ่มขึ้น 159,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 142,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ย. ขณะที่ภาครัฐมีการจ้างงาน 31,000 ตำแหน่ง
ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมง โดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4.0% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.8% โดยเมื่อเทียบรายเดือน ค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.4% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ช่วงเช้าวันนี้ (7/10) สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ก.ย. 67 อยู่ที่ 108.68 หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป สูงขึ้น 0.61% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.74-0.80%
ทั้งนี้ การที่อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นดังกล่าว มีปัจจัยสำคัญจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล รวมทั้งผักสดบางชนิดที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เพาะปลูก ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เฉลี่ย 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย.) อยู่ที่ 0.20% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ก.ย. 67 อยู่ที่ 105.18 หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน สูงขึ้น 0.77% โดยเฉลี่ย 9 เดือนแรก เงินเฟ้อพื้นฐาน สูงขึ้น 0.48%
สนค.ได้ปรับลดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อของปีนี้ใหม่ มาอยู่ที่ 0.2-0.8% จากเป้าเดิมที่ 0-1% แต่ค่ากลางยังคงอยู่เท่าเดิม 0.5% ทั้งนี้ เป็นผลจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกช่วงครึ่งปีแรกอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ประกอบกับสถานการณ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่เงินบาทแข็งค่ามากกว่าคาด ทั้งนี้ ในระหว่างวัน บาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 33.26-33.48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.4/45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/10) ที่ระดับ 1.0969/70 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/10) ที่ระดับ 1.1028/29 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ในวันศุกร์ (4/10) ที่ผ่านมา มาริโอ เซนเตโน สมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแลธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่า เงินเฟ้อในยูโรโซนในตอนนี้เกือบเข้าใกล้กรอบเป้าหมายการขยายตัวของราคาผู้บริโภคที่ 2% ของ ECB แล้ว
โดยเขาเน้นย้ำว่า ECB มีเป้าหมายเงินเฟ้อในระยะกลาง และการตัดสินใจใด ๆ ก็ตามในตอนนี้ก็คือเพื่อให้เงินเฟ้อในอีก 2 ปีข้างหน้าจะต้องอยู่ที่ 2% โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การขยายตัวของราคาผู้บริโภคของยูโรโซนชะลอตัวลงสู่ระดับ 1.8% ในเดือน ก.ย. แม้จะมีการคาดการณ์กันว่าจะปรับตัวขึ้นอีกครั้งในอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้
ทั้งนี้ ECB ยังคงไม่คิดว่าตัวเลขดังกล่าวจะอยู่ในกรอบเป้าหมายอย่างยั่งยืนจนกว่าจะถึงปลายปี 2568 ขณะเดียวกัน การเติบโตทางเศรษฐกิจกลับอยู่ในภาวะย่ำแย่ ซึ่งปัจจัยทั้งสองประการนี้ทำให้ ECB มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมนโยบายวันที่ 16-17 ต.ค.นี้ ทั้งนี้ ในระหว่างวัน ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0962-1.0977 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0971/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/10) ที่ระดับ 148.46/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/10) ที่ระดับ 146.44/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยเป้าหมายหลักมาจากการที่นายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น กล่าวแสดงความคิดเห็นในวันพุธ (2/10) หลังจากที่เขาได้หารือกับนายคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
โดยนายอิชิบะกล่าวสนับสนุนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เนื่องจากเขามองว่าสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจในปัจจุบันยังคงไม่เหมาะสมกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย อีกทั้งค่าเงินเยนยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาดการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (4/10) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการจ้างงานที่แข็งแกร่งในสหรัฐ โดยในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 148.22-149.13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 148.35/36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดุลการค้าสหรัฐ (8/10), รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (10/10), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สหรัฐ (10/10), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (10/10), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สหรัฐ (11/10), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกน สหรัฐ (11/10), ดัชนีอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์จากรัฐมิชิแกน สหรัฐ (11/10),
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap Point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.75/-7.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -2.80-1.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ