หุ้นไทยแกว่งตัว 1,440-1,460 จุด จับตาสัญญาณดอกเบี้ยเฟด
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินหุ้นไทยวันนี้ ชะลอตัวในลักษณะแกว่งในกรอบระหว่าง 1,440-1,460 จุด นักลงทุนรอดูสถานการณ์ ถ้อยแถลงประธานเฟดวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางการลดดอกเบี้ย รวมถึงสถานการณ์ด้านการเมืองในเกาหลีใต้ ภาพรวมมองว่า SET ยังปรับขึ้นได้ต่อ โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากเม็ดเงินกองทุน
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด รายงานว่า ตลาดหุ้นวันนี้ (4 ธ.ค. 67) คาด SET ชะลอตัวในลักษณะแกว่งในกรอบระหว่าง 1,440-1,460 จุด นอกจากลดความร้อนแรงสัญญาณเทคนิคในระยะสั้นแล้ว คาดนักลงทุนในตลาดรอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟดวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางการลดดอกเบี้ย รวมถึงสถานการณ์ด้านการเมืองในเกาหลีใต้ ทั้งนี้ภาพรวมมองว่า SET ยังปรับขึ้นได้ต่อ โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากเม็ดเงินกองทุน
ช่วงสั้นมอง SET ยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ในกรอบ โดยมีแนวรับเชิงจิตวิทยาที่บริเวณ 1,400 จุด และตลาดรีบาวนด์เป็นระยะ ๆ เนื่องจากปัจจัยต่างประเทศยังค่อนข้างจำกัด โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่ภาคการค้าระหว่างประเทศของจีนยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ส่วนปัจจัยในประเทศยังไม่มีประเด็นใหม่ ๆ เข้ามาช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุน และยังติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของภาครัฐ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
- เช้านี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เตรียมประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกในเกาหลีใต้ หลังที่ประชุมสภาเกาหลีใต้มีมติเป็นเอกฉันท์ขัดขวางการใช้กฎอัยการศึก หลังเมื่อคืนนี้ห้าทุ่ม ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศกฎอัยการศึก
- Reuters รายงานกลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มประกาศขยายเวลาลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปจนถึงสิ้น 1Q68 ในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้ (5 ธ.ค.) เพื่อพยุงราคาน้ำมัน จากเดิมที่จะเริ่มยุติการลดกำลังการผลิตน้ำมันในสิ้นเดือน ธ.ค. 67
- กระทรวงพาณิชย์จีนสั่งห้ามส่งออกวัสดุสำคัญที่ใช้สำหรับผลิตชิปสู่สหรัฐ ตอบโต้มาตรการจำกัดการขายชิปประมวลผล HBM ให้กับจีน
- รมว.คลังสั่ง สศค.เร่งพิจารณาปรับโครงสร้างภาษี อาทิ ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 20% เหลือ 15% เพื่อเพิ่มความสามารถแข่งขัน, เพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยปัจจุบันไทยเก็บที่ 7% จากเพดานที่ 10% ซึ่งน้อยเมื่อเทียบประเทศทั่วโลกที่เก็บ VAT เฉลี่ยที่ 15-25%
- ผู้ว่าการ ธปท.ชี้ปี’68 เศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับโลกที่ไม่แน่นอนสูง เผยนโยบายการเงินต้อง Resiliency ยืดหยุ่น ใช้เครื่องมือหลากหลาย ย้ำดอกเบี้ยอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งหมดได้ เตรียมออกมาตรการแก้หนี้รายย่อย-เอสเอ็มอี เพิ่มเติมวันที่ 11 ธ.ค.นี้
- รมว.ท่องเที่ยวฯเผย นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสัปดาห์ก่อนชะลอตัวลงจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ลดลงเนื่องจากอุทกภัย และนักท่องเที่ยวระยะไกลลดลงเช่นกัน โดยจะกลับมาเร่งตัวอีกในเดือน ธ.ค.
- สรท.คาดส่งออกปี’68 ไทยจะขยายตัว 1-3% และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมอาหารจะเป็นสินค้าหลัก ส่วนการส่งออกปีนี้คาดจะขยายตัวได้ 3.5-4% จากข้อมูลช่วง 10M67 สามารถทำได้ดี
หุ้นแนะนำวันนี้
BCH : 4Q67 มองเป็นไตรมาสสุดท้ายที่จะกังวลความไม่แน่นอนของการจ่ายเงินค่ารักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงของ SC ไม่เพียงพอ หลังล่าสุดการประชุมมีพัฒนาเชิงบวกว่าเป็นอัตรา 12,000 บาท/AdjRW โดยจะสรุปอีกทีในการประชุมวันที่ 6 ธ.ค.นี้ ขณะที่ปี’68 คาดกำไรปกติจะเติบโตแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มการแพทย์ที่ 19% YOY
CPALL : 4Q67 คาดเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ โดยเติบโตทั้ง YOY และ QOQ จากเข้าสู่ High Season และยอดขายสาขาเดิมยังเติบโตแข็งแกร่ง อีกทั้งมาร์จิ้นยังกว้างขึ้นต่อเนื่องจากยอดขายสินค้ามาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐและการปรับลดดอกเบี้ยจะเพิ่ม Upside ให้กับประมาณการ