เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
SD Talk เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
Business ‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
Real Estate บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
Politics เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
Business วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
ดูทั้งหมด

S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือไทย BBB+ หากการเมืองมีเสถียรภาพมีลุ้นเพิ่มระดับ

12 ธ.ค. 2567 | 14:33น.
หุ้น

สบน. เผย S&P Global Ratings (S&P) คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) ชี้หากการเมืองมีเสถียรภาพ-ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจต่อเนื่อง ลุ้นเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือเป็น “A-“

นายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings (S&P) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดยมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารหนี้สาธารณะ ดังนี้

S&P คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวและเติบโตจาก 1.9% ในปี 2566 เป็น 2.8% และ 3.1% ในปี 2567 และ 2568 ตามลำดับ อันเป็นผลจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real GDP Growth) จะเติบโตเฉลี่ย 3.0% ในช่วงปี 2567-2570 ขณะที่สัดส่วนการขาดดุลงบประมาณต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) เฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ที่ 3.3% ในช่วงปี 2568-2569

โดย S&P มองว่ารัฐบาลไทยจะยังคงเน้นการลงทุนตามยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง โดยคาดว่าการลงทุนของรัฐวิสาหกิจและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private-Partnerships) จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และการลงทุนอย่างต่อเนื่องดังกล่าวจะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

สำหรับหนี้ภาครัฐบาลสุทธิต่อ GDP (Net General Government Debt to GDP) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.3% ในปี 2568 ซึ่งเป็นผลส่วนหนึ่งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท โดย S&P คาดว่าการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าวจะทำให้การบริโภคของภาคเอกชนเติบโต

ด้านภาคการเงินต่างประเทศ (External Finance) แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง จากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ 1.4% ในปี 2566 และคาดว่าตั้งแต่ปี 2567-2570 ดุลบัญชีเดินสะพัดจะยังคงเกินดุลเฉลี่ย 2.3% จากการฟื้นตัวของภาคการบริการ (Services Exports) เป็นสำคัญ

ส่วนภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะ 2 ปีข้างหน้า โดยนับตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2567 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 28.8 ล้านคน หรือคิดเป็น 29.3% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากมาตรการของรัฐบาลในการยกเว้นการขอวีซ่าเข้าประเทศไทย

ปัจจัยสำคัญที่ S&P จะติดตามสำหรับพิจารณาการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของประเทศไทยคือ การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่มีรายได้ระดับเดียวกัน (Peers) รายได้ต่อหัว (Income per Capita) และเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ

อนึ่ง ในรายงานของ S&P ได้นำเสนอกรณีข้อเท็จจริงการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย กรณีพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานต่าง ๆ ในภาพรวม อีกทั้งหากการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลมีความต่อเนื่อง จะมีผลให้อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ที่ระดับ ‘A-’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยของเสถียรภาพทางการเมืองที่จะมีผลต่อความต่อเนื่องของการกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจดังกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เอสแอนด์พี