เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
Economic พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
ดูทั้งหมด

สุรเกียรติ์ กาง 6 ปัจจัยป่วนโลก แนะตั้งผู้แทนรัฐเจรจาชี้ชะตาอนาคตไทย

03 ก.พ. 2568 | 18:09น.
นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย

นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย

สุรเกียรติ์ เปิดเวทีสัมมนาจุฬา กาง 6 ปัจจัยป่วนโลก แนะตั้งผู้แทนรัฐเจรจาชี้ชะตาอนาคตไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานสัมมนา “Chula Thailand Presidents Summit 2025” ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยในหัวข้อ Future Thailand: The Comprehensive View ว่า ความเสี่ยงในด้านสงครามการค้า หากมีการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าในสหรัฐ ผลต่อประเทศไทย คือ หากสหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจีน สินค้าจีนจะต้องกระจายไปต่างประเทศ ทางหนึ่งอาจเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งต้องเตรียมรับมือ ว่าจะต่อต้านหรือเข้าร่วมอย่างไร

ทิศทางอนาคตของประเทศไทยที่สำคัญจึงเป็นการวางจุดยืนทางการเมือง และยุทธศาสตร์ทั้งภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะการเจรจาร่วมกับสหรัฐ ซึ่งหากภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ และภาคประชาสังคมไม่ร่วมมือกันจะมีความอันตรายมาก เพราะการเจรจาระหว่างสหรัฐจะเป็นการเจรจาข้ามภาค ไม่ได้เป็นเพียงการเจรจาในด้านภาษีอย่างเดียวแล้ว ทำให้ประเทศไทยจะมีความอลหม่านมาก ภาคเอกชนจะแตกกัน เพราะผลประโยชน์ต่างกัน รัฐบาลจะมีปัญหาในการทำงานให้เป็นเอกภาพ เพราะรับผิดชอบกันคนละกระทรวง ซึ่งแต่ละกระทรวงก็มาจากพรรคการเมืองคนละพรรคด้วย

นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำคือ แต่งตั้งผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ไปทำหน้าที่ในการเจรจาหารือในแต่ละประเทศและแต่ละเรื่องตามที่ต้องการ ซึ่งเคยทำมาแล้วในอดีต อาทิ ด้านพลังงาน สุขภาพต่างๆ ซึ่งแต่ละเรื่องที่ต้องหารือในสหรัฐ มีกรรมาธิการเฉพาะเพื่อดูแลในแต่ละกลุ่ม ประเทศไทยจึงต้องตั้งผู้แทนพิเศษเหล่านี้ในการเข้าไปหารือแต่ละสาย อาทิ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นตัวแทนไปหารือในด้านต่างๆ อย่างการเกษตรเป็นต้น

“การต่อรองข้ามภาคลักษณะแบบนี้ ประเทศไทยต้องจับมือกับประเทศในอาเซียน ใกล้ชิดกันมากขึ้น ประเมินว่าสหรัฐสนใจในด้านใด อาทิ อุยกูร์ ที่สหรัฐไม่อยากให้ส่งกลับ รวมถีงเมียนมา ว่าเราจะสามารถหารือร่วมกันได้อย่างไร โดยมองว่าเราจำเป็นต้องรวมพลังภาครัฐในทุกกรม ทุกเอกชนทั้งหมด หากอำนาจต่อรองของไทยไม่พอก็ไปประเทศเพื่อนบ้านลุ่มแม่น้ำโขง หากไม่พอต้องไปอาเซียนทั้ง 10 ประเทศเลย โดยอนาคตของประเทศคือ ประเทศไทยที่มีความพร้อมต่อความปั่นป่วนเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มีความยืดหยุ่น ล้มเป็นลุกเป็น การปรับตัวเปลี่ยนแปลงทั้งความคิด ผสมผสานได้เร็ว ผู้นำทุกภาคส่วนและองค์กรต้องมีความพร้อมในการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงให้ทันสถานการณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้เราต้องการความเป็นผู้นำจากรัฐบาล ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ที่ต้องทำงานร่วมกัน” นายสุรเกียรติ์ กล่าว

นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า ความยั่งยืนกลายเป็นประเด็นที่สำคัญของเศรษฐกิจและธุรกิจ จากเดิมที่มองเป็นต้นทุน ขณะนี้เป็นไปเพื่อความมั่นคง และความมั่งคั่ง รวมถึงการแก้ไขปัญหา อาทิ ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่มีข้อมูลสาเหตุและวิธีรับมืออยู่แล้ว สำคัญคือการลงมือทำ ต่อมาเป็นเรื่องการแก้ปัญหาคอรัปชั่นที่หากไม่ลดลง จะทำให้สังคมไม่มีพลัง ไม่มีวันเกิดความยั่งยืนได้

โดยเราต้องหาวิธีทำให้การปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร อาทิ การบริหารความเสี่ยง อย่าใช้จ่ายและลงทุนมากหรือน้อยเกินไป มีความพอเพียง ใช้แบบเพียงพอ โดยตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เป็นการท่องเที่ยว จะต้องดึงความยินดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวออกมา มีการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิ ความปลอดภัยและความมั่นคงในด้านต่างๆ มีความสำคัญมาก รวมถึงความมั่นคงด้านพลังงานทั้งดั้งเดิมและทดแทน

หากไม่มีจะเดินหน้าต่อไปลำบาก ประเทศไทยยังต้องการการปฏิรูปทางการศึกษา และการแก้ไขกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายในการส่งเสริมด้านต่างๆ ที่ปัจจุบันกฎหมายไทยเป็นการควบคุมแม้เรื่องที่ต้องการส่งเสริม และจำเป็นต้องปฏิรูปกระทรวง ทบวง กรม และระบบราชการ เพื่อตอบสนองความปั่นป่วนของโลกให้ได้

นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า ความปั่นป่วนของโลก ได้แก่ 1.ความปั่นป่วนในด้านเทคโนโลยี เริ่มตั้งแต่เศรษฐกิจดิจิมัล ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) แชทจีพีที และเจนเนอร์เรทีฟเอไอ องค์กรต่างๆ ต้องปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ อาทิ ดีฟซีก (DeepSeek) เอไอของจีนที่ประกาศออกมา ทำให้เกิดความปั่นป่วนในหุ้นทั่วโลกที่ตกทันที เพราะการลงทุนที่น้อยกว่า แต่เข้าใกล้ความสามารถของเอไอเบอร์ 1 ได้ อาจเป็นโอกาสของประเทศไทยในการวิ่งตามเทคโนโลยีให้ทันได้

จากเดิมที่ต้องใช้เม็ดเงินสูงมากๆ จึงเป็นทั้งมุมบวกและมุมลบในหลายๆ ด้าน 2.ความเปลี่ยนแปลงทางประชาชน ที่มีจีน ไทย สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ที่เข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว ประชากรไทย 65-70 ล้านคน หากถึงจุดสูงสุด ประชาชนจะหายไป 20 ล้านคน เศรษฐกิจของไทยจึงอาจไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้นแล้ว เทียบกับเวียดนามที่มี 98 ล้านคน คนหนุ่มสาว 90 กว่าล้านคน การดูแลผู้สูงวัยจึงมีความสำคัญมากขึ้น

ทั้งการดูแลสุขภาพ การใช้เอไอเข้ามาดูแลผู้สูงวัย ที่สำคัญมากคือ ทำอย่างไรให้ผู้สูงวัย 60 ปีแล้วยังเข้มแข็ง สมองดี สามารถกลับเข้ามาในตลาดแรงงานได้ เช่นเดียวกับสิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น ที่มีกระบวนการนำเข้ามาบ้างแล้ว ซึ่งถือเป็นความท้าทายของประเทศไทย เพราะไทยยังไม่ได้มีมาตรการในการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างเป็นรูปธรรมถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศไทย

นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า 3.การเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาด ที่เคยเห็นมาแล้วในช่วงเกิดโควิด-19 ซึ่งหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่หากเกิดก็ต้องเตรียมพร้อมด้านสาธารณสุขในการรับมือ โดยสภากาชาดสากลได้ประกาศในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ว่าหลังเกิดโควิดแล้ว ประเทศส่วนใหญ่ไม่พร้อมอย่างน่าอันตรายอย่างยิ่งในการรับมือต่อโรคระบาดใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ซึ่งจากสถิติของไทยพบว่า เราใช้เวลากว่า 4 ปีในการออกจากโควิด-19 ทำให้หากเกิดโรคระบาดขึ้นอีกจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยแน่นอน 4.การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่ไม่ใช่โรคร้อนแล้วแต่เป็นโรคเดือด เป็นความหายนะทางภูมิอากาศ อย่างการเกิดอุทกภัยที่รุนแรงมากขึ้นในหลายจังหวัดภาคเหนือและภาคใต้ของไทย ซึ่งไม่ใช่เพียงลูกหลานที่จะอยู่ไม่ได้ แต่รวมถึงพวกเราด้วยที่อยู่ไม่ได้

โดยโลกเดือดที่เกิดขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลา รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ผลกระทบการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศไม่เลือกคนรวยไม่เลือกคนจน ทำให้ต้องนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยพัฒนา รับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ บ้านแบบใดที่รับมือกับโคลนและน้ำได้

นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า 5.การเปลี่ยนแปลงของงานใหม่ๆ ที่คนตกงานได้ แม้เรียนจบมาในสาขาวิชาที่เคยมีงานทำในอดีต ต้องปรับตัวให้ทัน ใช้เวลาเดินตามเทรนด์ใหม่ให้น้อยที่สุดพร้อมเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนที่เท่าทันโลกรวดเร็ว สร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ที่มีอาจารย์พันธุ์ใหม่ในการสอนที่แตกต่างจากเดิมได้ มหาวิทยาลัยจึงต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน

6.ความขัดแย้งระหว่างภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงินและเทคโนโลยีด้วย แม้ด้านการเงินอาจไม่ค่อยเห็นมากนัก แต่เมื่อมีการนึกถึงทางเลือกใหม่ของระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศขึ้นมา ผ่านการจัดตั้งกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) ซึ่งไทยได้เข้าร่วมกลุ่มดังกล่าว โดยจัดตั้งกลุ่มมาเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์ให้น้อยลง ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐได้ประกาศว่า กลุ่มประเทศบริกส์ทั้งหมด จะไม่สามารถส่งสินค้าจากเข้าไปในตลาดสหรัฐ รวมถึงการลงทุนด้วย จะไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันในสหรัฐอีก